บทที่7
ข้าจะสังหารเทพเซียน
“สหายพวกเราไม่ได้ประมือกันซะนานครั้งนี้ออกจากการปิดด่านเ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะ” เสียงนั้นดังกังวานอยู่ท่ามกลางท้องนภา
หยุนโม่ที่ยืนแข็งทื่อเงยหน้ามองขึ้นไป
ในตอนนี้เขาพบเห็นคนสองคนกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ
หนึ่งเป็ชายหนุ่มรูปงามสวมใส่ชุดจีนโบราณสีขาวบริสุทธิ์ส่วนอีกหนึ่งชายวัยกลางคนที่สวมใส่อาภรณ์สีเขียวท่วงท่าโดดเด่นสง่างาม
ทั้งสองคนกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ต่างฝ่ายต่างแลกการโจมตีกันอย่างดุเดือดสนุกสนานรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ทั้งสองเป็ตัวตนที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไปเพียงแค่ปล่อยหนึ่งฝ่ามือปะทะกันพลังหนักหน่วงหลายสายก็พุ่งออกมาจากปะทะกระจายไปทั่วบริเวณ
พื้นดินบริเวณรอบๆขุนเขาสายน้ำพังทลายเพราะว่าพลังที่หลุดรอดออกมาจากการปะทะของผู้ฝึกตนทั้งสองที่ลอยตัวปะทะกันอยู่กลางอากาศ
แต่ว่าคนพวกนั้นหาได้สนใจไม่ทั้งสองคนกำลังแลกเปลี่ยนฝีมือกันอย่างเข้าท่า
โดยที่ไม่ได้สนใจว่าขุนเขาสายน้ำพื้นที่บริเวณรอบๆจะเสียหายมากขนาดไหน
หยุนโม่มองเห็นภาพนั้นก็ตกตะลึงร่างกายของเขาแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้
ภายในหัวเหมือนกับมีเสียงระฆังดังกังวาลอยู่ตลอด
ชีวิตคนหลายร้อยชีวิตในหมู่บ้านหายไปจนหมดเพราะเพียงแค่เ้าคนพวกนั้นที่ถูกเรียกว่าเซียนกำลังซ้อมฝีมือกันงั้นหรือ?
จวบจนยามนี้แต่เห็นได้ชัดว่าเ้าคนที่ผู้คนมนุษย์ธรรมดาเรียกว่าเซียนพวกนั้นพวกมันเองก็ยังไม่หันมาสนใจ แม้ว่ามีหมู่บ้านหนึ่งหายไปจากผลกระทบของการเล่นสนุกของพวกมันเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มยังแลกเปลี่ยนฝีมือกันต่อไปเรื่อยๆ
หยุนโม่ร่างกายแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อนจนถึงยามนี้เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา
ค่อยๆดึงสายตาของตนเองแล้วก็จ้องมองกลับไปที่หมู่บ้านที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เศษซาก
ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตภาพความทรงจำที่แสนอบอุ่นของครอบครัวที่หมู่บ้านแห่งนี้มอบให้เขาย้อนกลับมาอีกครั้ง
หยุนโม่ผ่านความเป็ความตายมามากมาย
สหายที่เคยสู้รบร่วมกันมาในสนามรบอวกาศหลายสิบปีตตกตายไปเรื่อยๆแววตาของหยุนโม่ที่มองเกี่ยวกับความตายก็เริ่มเ็าขึ้นเรื่อยๆ
จนสุดท้ายแม้สหายของตนเองตกตายไปหยุนโม่ก็แทบไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
แต่ในตอนนี้ความเ็ปกับปรากฏขึ้นอีกครั้งใน่ชีวิตที่ยาวนานบริเวณหน้าอกของเขารู้สึกแน่นจนเหมือนกับหายใจไม่ออก
หยุนโม่กัดฟันแน่นดวงตาฉายประกายเ็าอีกครั้ง
เขาค่อยๆเงยหน้าของตนเองมองขึ้นไป้า
เห็นได้ชัดว่าเทพเซียนสองคนนั้นต่อสู้แลกฝีมือกันจนออกห่างไปจากจุดนี้ระยะนึงแล้ว
หยุนโม่จ้องมองไปที่พวกมันเหมือนที่เห็นเพียงแค่ร่างเลือนลาง
“โนวา…ถ้าเกิดว่าอยากสังหารเ้าคนพวกนั้นต้องใช้อาวุธระดับไหน”หยุนโม่เปล่งเสียงอย่างเย็นะเื
ดวงตาดุจสัตว์ร้ายของเขาจ้องมองไปที่คนทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอยู่กลางอากาศ
ร่างโปร่งใสก้อนขนปรากฏขึ้นมาอีกครั้งดวงตากลมโตของมันจ้องมองไปตำแหน่งเดียวกับหยุนโม่
[ประเมินสำเร็จ]
“นายท่านอยากจะสังหารได้แน่นอนต้องใช้อาวุธที่มีอนุภาพพลังโจมตี 90ดาว ” โนวาตอบกลับ
หยุนโม่ยืนนิ่ง
ใบหน้าของเขาไม่ได้หมดหวังแต่มันกับแน่วแน่มากขึ้นกว่าเดิม
ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดารานั้นหวนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง
ในตอนนั้นชายชราอย่างผู้เฒ่าเสี่ยว บอกกับเขาว่าพละกำลังของมนุษย์นั้นเปรียบดังมดเมื่อเทียบกับผู้ฝึกตน
ในตอนนี้เมื่อจับต้องไปที่พวกเทพเซียนพวกนั้นเป็ครั้งสุดท้าย
“ข้าว่า..ตัวของข้าทำได้อาหารหลายมื้อของท่านกับเสี่ยวเหอข้าจะตอบแทนแน่นอน มนุษย์อย่างข้าจะสังหารเซียนและค่าอาหารของท่านข้าเองก็จะตอบแทนเป็ศีรษะของเหล่าเทพเซียนพวกนั้นเช่นกันโลกใบนี้เทพเซียนผู้ใด มองมนุษย์เยี่ยงมด ข้าจะสังหารพวกมันให้หมด” เขากล่าวพึมพำกับตนเองแต่ว่าก็เหมือนกับพึมพำให้กับิญญาของชายชราอย่างผู้เฒ่าเสี่ยวผู้นั้นฟังเช่นเดียวกัน
เขาหยุนโม่จดจำเอาไว้แล้วรูปลักษณ์ของคนพวกนั้น พวกเซียนที่บดขยี้หมู่บ้านแห่งนี้เขาสลักพวกมันเอาไว้อยู่ในจิติญญา
เขาหยุนโม่ติดค้างค่าอาหารจากครอบครัวของผู้เฒ่าเสี่ยวผู้นั้น
ชีวิตเช่นเขาหยุนโม่ไม่เคยติดค้างผู้ใดแต่พวกเขาตายไปหมดแล้ว เขาหยุนโม่จะทำอย่างไร?
เช่นนั้นก็ง่ายมาก ก็เพียงแค่เอาศีรษะของเทพเซียนพวกนั้นมาเส้นดวงิญญาก็พอ
หยุนโม่หันหลังให้กับหมู่บ้านแห่งนี้ที่เหลือเพียงความว่างเปล่า
เงาหลังของคนหนุ่มค่อยๆกลืนหายเข้าไปภายในผืนป่าที่กำลังมืดมิด
ผู้ใดจะคาดคิด เพราะเหตุการณ์วันนี้…
ในวันข้างหน้าจะมีมนุษย์ผู้นึงทำให้เหล่าทวยเทพต้องหวาดหวั่นสะพรั่นพรึงจะมีมนุษย์ผู้นึงทำให้เหล่าเทพเซียนต้องก้มหัว
และจะมีมนุษย์ผู้นึงใช้ศีรษะของเทพเซียนนับพันหมื่นเซ่นสรวงดวงิญญาของชายชราและเด็กหนุ่มมนุษย์จากหมู่บ้านไร้ชื่อแห่งนึงเพราะเพียงแค่ว่าตอบแทนค่าอาหารเพียงไม่กี่มื้อนั้น
…
วันที่สี่หลังจากที่มาถึงโลกใบนี้
แสงแดดยามเช้าเจิดจ้าแสงสว่างทั่วทั้งท้องนภาสายธาราหลั่งไหลผ่านป่าใหญ่
ร่างของหยุนโม่ย่อกายดื่มน้ำในลำธารอย่างใจเย็น
เขาเดินมาทั้งคืนออกห่างจากหมู่บ้านแห่งนั้นหยุนโม่ดื่มน้ำเสร็จก็ทิ้งตัวนั่งพักอยู่ริมลำธาร
สภาพจิตใจของหยุนโม่ในตอนนี้สงบนิ่งมากเกี่ยวกับการตายของคนในหมู่บ้านแห่งนั้น
แน่นอนว่าย่อมกระทบถึงจิตใจของเขาถึงอย่างไรหยุนโม่ก็ยังคงเป็มนุษย์ ไม่สามารถเฉยชาต่อความตายแบบนั้นได้หรอก
แต่ว่าเนื่องจากอยู่ในสนามรบมานานพบเจอการจากลามานับไม่ถ้วน
หยุนโม่เลยสามารถจัดการกับสภาพจิตใจได้เป็อย่างดี
“โนวา.” หยุนโม่เปล่งเสียงเรียก
ร่างโปร่งใสที่มีรูปร่างเป็ก้อนขนมีปีกปรากฏขึ้นด้านหน้า “ขอรับนายท่าน!”
“นายสามารถทำอะไรได้บ้าง?”หยุนโม่ถามเข้าเื่ในทันที
หยุนโม่รู้แล้วว่าโนวาที่เป็ระบบเอไอปัญญาประดิษฐ์ของเขามีการเปลี่ยนแปลง
ั้แ่มาที่โลกใบนี้แล้วเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นกับเขามันเองก็พัฒนาอย่างก้าวะโเหมือนกับมีสติปัญญาและจิตนึกคิดเป็ของตนเองขึ้นมา
ไม่เพียงแค่นั้นมันยังทำงานได้โดยไร้ซึ่งพลังงานปัญญาประดิษฐ์ควรจะมีแหล่งพลังงานแต่ว่าในตอนนี้เขาไม่มีพวกมัน
แต่ว่าปัญญาประดิษฐ์ของเขาที่มีชื่อว่าโนวาก็ยังคงสามารถทำงานได้เห็นได้ชัดว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาบางอย่าง
หยุนโม่ไม่ใช่คนโง่ตัวของเขาพอจะรู้ว่าบางทีการที่เขายังมีชีวิตอยู่และการที่เขามาที่โลกที่แปลกตลาดแห่งนี้อาจจะเป็เพราะว่าปัญญาประดิษฐ์อย่างโนวาก็ได้
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เลยอยากยืนยันว่ามันมีความสามารถอะไรบ้าง
แล้วเขาสามารถใช้งานมันแบบไหนบ้างหยุนโม่มีความคิดที่จะแก้แค้นมันเกิดขึ้นภายในใจ
แต่ว่าตัวตนพวกนั้นมันแข็งแกร่งเกินไปสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือพึ่งพาพลังที่ตัวเองมีอยู่เท่านั้น
หยุนโม่ไม่เชื่อว่าตัวของเขาไม่สามารถสังหารผู้ฝึกตนที่เป็ประหนึ่งเทพเซียนเดินดินแบบนั้นได้
ในตอนนั้นในขณะที่เ้าพวกสัตว์ต่างดาวพวกนั้นบุกเข้ามามนุษย์เองก็ไร้ทางต่อต้านกันแทบจะสิ้นเผ่าพันธุ์
แต่ว่าพวกเขาเองก็ยังสามารถตอบโต้ได้ในตอนนี้เองก็เหมือนกันความรู้และความเข้าใจ ผนวกกับปัญญาประดิษฐ์ที่เขามีอยู่หยุนโม่มั่นใจว่าเขาสามารถทำได้อย่างแน่นอน
ประดิษฐ์อาวุธที่สามารถสังหารเทพเซียนพวกนั้น
ก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าแสดงท่าทางครุ่นคิดเหมือนกับสิ่งมีชีวิต “ข้าในตอนนี้รู้สึกว่าตนเองยังสามารถพัฒนาได้อีกขอรับจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าจะพูดถึงความสามารถทั้งหมดอย่างไร”