ตอนที่37 : เพลิงในแผ่นดิน —การค้นพบแห่งดินดำ
กองทัพรัชทายาทเคลื่อนออกจากนครหลวงหานหลง
เสียงกลองศึกสะท้อนบนภูเขาสลับซับซ้อน
ลมเหนือพัดแรงจนธงสีขาวโบกสะบัดราวเปลวเพลิง
ขบวนทัพยาวเหยียด ประกอบด้วย
ทหารกองเหล็ก 100 นายกองม้าเร็ว 50 นายรถเสบียง 20 คันม้าเสริมและล่อขนสัมภาระกว่า 60 ตัวหานอวี้จินควบม้าอยู่หน้าแถว
ไป๋เหิงเซินขี่ข้าง ๆ คอยคุ้มกัน
สายลมพัดปลิวผ่านเกราะเหล็กใหม่ที่สะท้อนแสงเช้า
“เจ็ดหมื่นของจ้าว–เว่ยกับเจ็ดพันของเรา... ฟังดูไม่ยุติธรรมเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋เหิงเซินพูดติดตลก แต่แววตาเต็มด้วยความกังวล
หานอวี้จินตอบเรียบ
“ในสนามรบไม่เคยมีอะไรยุติธรรมอยู่แล้ว
แต่ความไม่ยุติธรรม... มักกลัวคนที่คิดเร็วกว่ามัน”
เมื่อขบวนทัพเดินทางมาถึงป่าหลวงซื่อหนาน
เสียงม้ากลุ่มหนึ่งดังแว่วจากด้านหลัง
ไป๋เหิงเซินชักดาบออกทันที
“ศัตรูหรือ?!”
แต่หานอวี้จินยกมือห้าม
“เสียงกีบม้าเบาเกินไปสำหรับทัพใหญ่...”
ขบวนม้า 5 ตัวปรากฏออกจากแนวต้นไม้
นำหน้าโดยหญิงสาวในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม
ผมถูกรวบไว้เรียบร้อย ใบหน้างดงามแต่มากด้วยความมุ่งมั่น —
หลี่อวิ๋นจิว บุตรีแม่ทัพตระกูลขุนศึก ผู้เป็นทั้งกวีและนักยุทธ
เธอลงจากม้าช้า ๆ ค้อมตัว
“ถวายบังคมองค์รัชทายาท”
หานอวี้จินตกใจจนขมวดคิ้ว
“อวิ๋นจิว? เจ้ามาที่นี่ทำไม!”
“ท่านไม่คิดหรือว่าศึกใหญ่เช่นนี้ควรมีคนคอยรักษาหลัง?”
ไป๋เหิงเซินถึงกับหัวเราะเบา ๆ
“หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”
หานอวี้จินถอนหายใจ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือศึกตาย–เป็น!”
“ข้ารู้...”นางตอบเสียงหนักแน่น
“แต่ถ้าท่านตาย ข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร”
คำพูดนั้นทำให้กองทัพทั้งขบวนเงียบลง
สายลมเหนือพัดปลายผมของเธอปลิว
หานอวี้จินหันหน้าหลบ ส่ายหน้าเบา ๆ
“เจ้ามันบ้าพอ ๆกับข้า”
จากนั้นเขาก็สั่งไป๋เหิงเซิน
“เพิ่มนางและองครักษ์ทั้งห้าในหน่วยสนับสนุน
ให้คุ้มกันรถเสบียงและดูแลส่วนหลัง”
ระหว่างทางที่พักริมแม่น้ำหานสุ่ย
หานอวี้จินเริ่มทดลองสิ่งที่เขาเรียกว่า “เพลิงหานเฟิง”
เขาผสมถ่านไม้ละเอียดจากต้นสนดินประสิวจากกากเกลือในบ่อ และซัลเฟอร์จากหินแร่
กวนให้เข้ากันในอัตราส่วน 7 : 2 : 1
ใช้ไม้จุดไฟเบา ๆ แล้วถอยออก
ฟู้มมมม! — เปลวไฟพุ่งสูงขึ้นในพริบตา
เสียงระเบิดดังก้องสะท้อนป่า
ไป๋เหิงเซินสะดุ้ง
“นี่มัน... ดินไฟจริงๆ!”
แต่หลี่อวิ๋นจิวยืนมองนิ่ง
แววตาเต็มไปด้วยแสงแห่งความตื่นเต้น
“ถ้าท่านบรรจุสิ่งนี้ในภาชนะดินแล้วโยนเข้าแนวศัตรู...”
“มันจะระเบิดและสร้างช่องว่างในแนวรบ”หานอวี้จินพูดต่อ
“ถูกแล้ว ข้าจะเรียกมันว่า ‘เพลิงหานเฟิงระเบิดมือ’”
เขาเริ่มสั่งให้ทหารนำดินเหนียวมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ขนาดเท่ากำมือ
ข้างในบรรจุดินไฟ แล้วปิดด้วยฝาผ้าชุบไขสัตว์
ผูกเชือกไว้เป็นชนวน
หลี่อวิ๋นจิวช่วยออกแบบ “แท่นจุดไฟ”ที่ใช้คันโยกและควันไฟนำสัญญาณ
“หากใช้พร้อมกันสิบลูกศัตรูจะไม่รู้ว่าฟ้าหรือดินเป็นผู้โจมตี”
หานอวี้จินมองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ข้าลืมไปว่าเจ้าเคยเรียนกับอาจารย์ด้านกลศาสตร์”
“ข้าไม่ได้มาเพียงเพื่อดูท่านรบ...ข้ามาเพื่อช่วยให้ท่านชนะ”
สามวันต่อมารถเสบียงทั้งยี่สิบคันถูกดัดแปลงเป็น “รถขนระเบิด”
ดาบเหล็กหานเฟิงรุ่นใหม่ถูกขัดจนคมกริบ
เสื้อเกราะเหล็กกล้าเบาแต่ทนไฟถูกแจกจ่ายให้ทหารแนวหน้า
ไป๋เหิงเซินรายงาน
“เรามีระเบิดมือแบบเพลิง200 ลูก พร้อมใช้งาน
เสื้อเกราะครบ 500 ชุด ดาบ 800 เล่ม
และข้าวสารพอสำหรับ 15 วัน”
หานอวี้จินพยักหน้า
“ดี...ต่อไปเหลือเพียงอย่างเดียว — กำลังใจของพวกเรา”
เขาเดินออกหน้าค่าย
เหล่าทหารกองจวนยืนเรียงแถวท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า
“พวกเจ้าเห็นหรือไม่ฟ้าที่เราจะปกป้องนั้นอยู่ตรงหน้า
เราอาจมีเพียงไม่กี่พัน แต่หากใจเราหนักแน่น
เจ็ดหมื่นก็ไม่อาจก้าวข้ามเราได้แม้แต่ก้าวเดียว!”
เสียงโห่ร้องดังสะเทือนป่า
คืนนั้นหานอวี้จินและหลี่อวิ๋นจิวนั่งอยู่ริมแม่น้ำ
แสงไฟสะท้อนบนผืนน้ำราวดาวระยิบ
“เจ้าคิดว่าข้าบ้าหรือไม่ที่สร้างของแบบนี้ขึ้นมา?”
“บ้า...แต่เป็นความบ้าที่โลกต้องการ”
เธอยิ้มบาง ๆ
“เพราะมีคนอย่างท่านโลกถึงได้เปลี่ยน”
หานอวี้จินหัวเราะในลำคอ
“ข้าคงต้องเปลี่ยนเพลิงนี้ให้กลายเป็นกำแพงของหาน”
“และข้าจะเป็นลม...ที่พัดให้เพลิงนั้นไม่ดับ”
เสียงลมเหนือพัดเบา ๆ
แสงจันทร์ทอดเงาผ่านสองร่างที่นั่งอยู่กลางทางเดินสู่สงคราม