ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    บลูอาย ไวน์ดราก้อน

    ผมวิ่งหนีอารีอาจนกลับมาถึงบ้าน วันนี้เลยไม่ได้ฟังบรรยายเลย ถ้าอารีอา ยังอยู่ผมคงไปเรียนไม่ได้ ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรอยู่นั้นก็ได้มีทหารสองคนวิ่งหนีออกมาจากบ้านผม


    " ผี!!! ผี!!! ผีหลอก" ทหารสองคนที่ถือวิสาสะเข้าไปในบ้านผม คงโดน มิโนริไล่ออกมา แต่ในฐานะผมเป็นเจ้าของบ้านก็ต้องเข้าไปถามซักหน่อย
    " พวกคุณมาทำอะไรที่บ้านผมครับ "
    " มาเก็บภาษี โรงเรือนนะสิ เจ้าบ้า " ทหารคนหนึ่งตอบกลับมา
    " อะไรนะครับ ภาษีโรงเรือน แล้วมันเท่าไหร่ครับ "
    " ประมาณ 70000 เหรียญทอง นะ เพราะมันค้างมานาน คนที่มาเป็นเจ้าของบ้านนี้คนก่อนไม่เคยจ่ายเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา "
    " โห 70000 เหรียญทอง แล้วผมจะเอาที่ไหนจ่ายละครับ คุณทหาร "
    "ไม่รุ้ล่ะ แกมีหน้าที่หามาจ่าย ไม่งั้นสิ้นเดือนนี้พวกเราจะมายึดบ้านของแก " ว่าแล้วทหารทั้งสองก็รีบวิ่งหนีไป เพราะได้ยินเสียงอันน่าสะพรึงกลัวของมิโนริตามมา
    ' 70000 เหรียญทองภายในสิ้นเดือน แล้วตรูจะเอาที่ไหนมาจ่ายวะ ' ผมคิดและรุ้สึกห่อเหี่ยวใจอย่างมาก จนไม่อยากจะเข้าบ้าน ผมเลยเดินเลี้ยวไปกินข้าวต้มเลือดหมู ที่อยู่แถวๆนั้นแทน
    และแล้วในขณะที่กำลังกินข้าวต้มเลือดหมู นั่นเอง ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นคุยกัน
    " นี่แกรุ้รึป่าวว่า องค์หญิงโรเซ่ ป่วยหนักใกล้จะตายแล้ว " วัยรุ่นคนแรกพูดขึ้น
    " เห็นว่าต้องใช้นัยต์ตาของ บลูอาย ไวน์ดราก้อนมาปรุงยา ถึงจะหายนะ ไอ้โรค มิโนคุเตะ เนี่ย " วัยรุ่นคนที่สองกล่าวตอบ
    "แล้วรางวัลล่ะได้เท่าไหร่เหรอ " วัยรุ่นคนแรกกล่าว
    " 1แสนเหรียญทองเลยนะ ถ้าจัดการ บลูอายไวน์ดราก้อนได้เนี่ย "
    ผมจึงตรงเข้าไปคุยกับวัยรุ่นทั้งสองคน แล้วตะโกนบอกเจ้าของร้านว่า ผมจะเลี้ยงอาหารพวกเขาเอง ที่พวกเขากินไปเช็คบิลผมได้ และผมก็นั่งรับฟังวัยรุ่นสองคนเล่าเรื่องเกือบสองชั่วโมง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า
    เจ้าหญิงโรเซ่ ตามคนร้ายที่ปล้นทองของธนาคารไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน ลงไปในท่อระบายน้ำที่พวกมันซ่อนทองเอาไว้ ทว่า..... สิ่งที่เจ้าหญิงโรเซ่ เจอในนั้น คือ บอสซอมบี้ เลเวลสูง มันได้ปล่อยเชื้อโรคร้ายเข้าใส่ คนร้ายที่หนีมา เจ้าหญิงโรเซ่ ต้องการจะช่วยสองคนร้ายจึงฉุดพวกเขาหนีออกจากท่อระบายน้ำ แต่แล้ว เธอก็ติดโรคร้ายมา มันเป็นโรคระบาดชนิดรุนแรง มีชื่อว่า มิโนคุเตะ ครึ่งเดือนมานี้มีหมอฝีมือดีหลายคน ผลัดกันไปรักษาองค์หญิงโรเซ่แล้ว แต่พระอาการไม่ดีขึ้น จนอัศวินเวทย์มนต์ สังกัดหน่วยกระทิงดำคนหนึ่งไปตรวจ ก็รุ้ได้ว่า พระองค์จะต้องใช้ นัยต์ตาของ บลูอายไวน์ดราก้อน มาปรุงยาถึงจะรักษาหาย
    ' โรเซ่ เธอเคยช่วยเราไว้ ถึงตาเราต้องช่วยเธอบ้างแล้ว ' ผมคิด ก่อนจะสั่งซาลาเปาไส้หมูสับ แจกให้สองวัยรุ่นที่อุตส่าห์เล่าเรื่องให้ผมฟังตั้งนานสองนาน
    ยามเย็น.......
    ผมกลับมาบ้าน พร้อมกับซาลาเปาไส้หมูสับเต็มมือ มาฝากมิโนริ ที่เฝ้าบ้านอยู่
    [กลับมาแล้วหรือ เจ้ามะฮะ ข้ากำลังรอเจ้าอยู่พอดี] มิโนริ กล่าวก่อนจะรีบคว้า ซาลาเปาไปกิน อย่างเอร็ดอร่อย
    " นี่เธอไม่กินก็ไม่ตายไม่ใช่เหรอ มิโนริ "
    [ก็มันอร่อยนี่ ซาลาเปาร้านนี้น่ะ]
    " ตะกละ ละสิไม่ว่า "
    ผมล้มตัวลงนอนหลังจากให้อาหารมิโนริแล้ว และเริ่มครุ่นคิดว่าจะหาใครมาช่วยดี อาราเอล หรือ? เขายังบาดเจ็บอยู่ นอร์น หรือ? ถ้าขอให้มาช่วยคงพูดเรื่องแต่งงานอีกแน่ๆ แล้วมันควรจะเป็นใครดี ผมนอนคิดอย่างปวดหัวต่อไป จนคิดถึง คนๆ นึงขึ้นมา มันคือ เจ้าอาวินซัน อัศวินเวทย์มนต์ บางทีมันอาจอยากจะรักษาโรคของ องค์หญิง โรเซ่ เพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้ตัวเองก็เป็นได้ หลังจากที่คิดแบบนั้น ผมก็คิดเพ้อเจ้อ ไปๆมาๆ จนหลับไป
    เช้าวันรุ่งขึ้น.....
    ผมเดินออกจาก คฤหาสต์ของตัวเอง ด้วยใจกล้าๆกลัวๆ กลัวว่าเจ้า อาวินซัน มันจะไม่ตกลงนะสิ และระหว่างทางไป คฤหาสต์ของ อาวินซันนั้น เองผมก็ได้พบกับคนรุ้จัก เธอกำลัง ดีด โอฮาโอ้ อยู่ริมถนน แค่ได้ยินเสียงเพลงที่ไพเราะเหมือนสวรรค์ส่งนรกสาปแบบนี้ผมก็รุ้ได้ทันทีว่า เธอคือ เซลก้า
    เซลก้ากำลังเล่นดนตรีอยู่ โดยมีกลุ่มคนยืนดูกันเป็นไทยมุงอยู่เป็นกะตั๊ก แต่เมื่อผมเดินผ่านมา เธอก็รีบหยุดเล่น และร้องเรียกผม อย่างเป็นกันเอง
    " ริวจิคุง ไปไหนมา ไม่เจอกันนานนะ " เซลก้ากล่าว พร้อมกับยื่นเงินที่เพิ่งได้มาให้ผม 20เหรียญทอง เป็นค่าใช้จ่าย 
    ในขระที่เราคุยกันอยู่ก็ได้มีรถม้าผ่านทางมา และคนที่อยู่ในรถม้า คือ เจ้าอาวินซัน อัศวินเวทย์มนต์ เมื่อเขาเห็นเซลก้า ก็รีบสั่งให้หยุดรถทันที แล้วลงมาพูดคุยกับเซลก้า
    " เป็นยังไงมั่ง โอฮาโอ้ที่ข้าซื้อให้เจ้าใหม่น่ะ "
    " ดีมากเลยค่ะ ท่านเศรษฐี "
    " แล้วเจ้ากำลังจะไปไหน "
    " กำลังคุยอยู่กับ แฟนอยู่นะค่ะ "
    " แฟน เจ้าริวจิคนนี้หรือ "
    "ใช่ ค่ะ " เซลก้าพูดอย่างไม่อาย จนผมรุ้สึกกลัวผู้หญิงคนนี้ขึ้นมานิดๆแล้ว แต่ผมยังมีเรื่องจะต้องคุยกับ เจ้า อาวินซันอยู่ จึงกล่าวกับ อาวินซัน อัศวินเวทย์มนต์ไปว่า
    " วันนี้ว่างรึเปล่า ผมมีเรื่องจะชวนไปทำกัน "
    "เรื่องอะไรหรือ "
    " ล่า บลูอายไวน์ ดราก้อน "
    " งั้นเจ้าก็ขึ้นมาคุยบนรถม้าก่อน เซลก้าเองก็ด้วยนะ " อาวินซันกล่าว วันนี้เขาใส่ชุดหล่อมา แสดงว่ากำลังจะไปสอนที่โรงเรียนมหาเวทย์ คาเวียน่า
    เมื่อพวกเราขึ้นรถม้ามา อาวินซันก็ทำหน้าขรึม แล้วกล่าวว่า
    " เอาละเล่ามา "
    ผมจึงเริ่มเล่า เกี่ยวกับ โรคร้ายขององคืหญิง โรเซ่ ที่เธอติดเชื้อมา เมื่อไม่นานมานี้
    " นี่เจ้ารุ้เรื่องนั้นด้วยเหรอ "
    " ใช่แล้ว ผมอยากเดิมพันกับมันเพื่อช่วย เจ้าหญิงโรเซ่ และคุณเองก็จะได้ ชื่อเสียงเพิ่มขึ้นด้วย "
    " 55555+ น่าสนุกดีนี่ งั้นพวกเราไปล่ามังกรด้วยกันวันพรุ่งนี้เลย " อาวินซันหัวเราะ จนรถม้าสั่น สิ่งที่ผมพูดไปได้ไปปลุกความทะเยอทะยานในตัวเขาขึ้นมา
    เราคุยกันต่อไปอีกซักพัก โดยเซลก้า เธอนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็มีบางครั้งที่ทำหน้าแสดงความเป็นห่วงผมออกมา จนรถม้ามาถึง โรงเรียนมหาเวทย์ คาเวียน่า คนขับรถม้ารีบเรียก อาวินซันด้วยความนอบน้อมในทันที
    " ถึงแล้วครับ นายท่าน "
    อาวินซันหันมามองผม ด้วยสายตาฝากความหวัง แล้ว ดึงมือ เซลก้าให้ไปกับตัวเอง
    " เธอก็มากับ ชั้นสิ ชั้นมีโอฮาโอ้ อันใหม่จะให้เธอด้วย "
    หลังจากนั้นทั้ง อาวินซัน และเซลก้าก็หายตัวเข้าไปในโรงเรียนกันทั้งคู่ ในขณะที่ผมหมดธุระ กับที่นี่แล้ว ก็ได้ยินเสียงของคนที่ไม่อยากจะเจอเลย เธอคือ อารีอา นักดาบคาตานะ นั่นเอง
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป










    คล้ายกับเรื่องดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง ที่คุณอ่าน