โอตาคุจอมยุทธ์ทะลุมิติ

    บทที่ 41: ข่าวร้ายและการเปลี่ยนแปลงในสำนัก

    การเดินทางกลับสำนักของจางหู่และสือเหล่ยนั้นเต็มไปด้วยความเร่งรีบและหัวใจที่หนักอึ้ง ภาพของเย่เฟิง (หลินเฟิง) ที่เดินหายเข้าไปในหุบเขาเงาดับเพียงลำพังยังคงติดตาพวกเขาอยู่ไม่หาย ทุกย่างก้าวที่พวกเขาเดิน...คือการแบกรับความหวังและความไว้วางใจที่สหายของพวกเขามอบให้

    หลายวันต่อมา...ร่างที่อิดโรยและมอมแมมของศิษย์ชั้นในสองคนก็ได้มาปรากฏตัวขึ้นที่ประตูหน้าของสำนักเมฆาอรุณ

    การกลับมาของพวกเขาสร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าศิษย์ยามเฝ้าประตู พวกเขาคือสองในสามคนที่รับภารกิจกวาดล้างอสูรไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนแล้วก็เงียบหายไป...การกลับมาเพียงสองคนในสภาพเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ลางดี

    "เกิดอะไรขึ้น! แล้วหลินเฟิงล่ะ!?" ศิษย์คนหนึ่งที่จำพวกเขาได้รีบเข้ามาถาม

    แต่จางหู่ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น เขาเพียงแค่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเร่งรีบว่า "ข้ามีเรื่องด่วนที่สุดที่จะต้องรายงานท่านผู้เฒ่าซูเหวินเทียน! ช่วยนำทางข้าไปเดี๋ยวนี้!"

    เมื่อได้ยินชื่อของหนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดของสำนัก เหล่ายามก็ไม่กล้าซักไซ้ต่อ รีบนำทางพวกเขาไปยังเขตชั้นในทันที

    ณ จวนสมุนไพรที่เงียบสงบของท่านผู้เฒ่าซู...

    เมื่อได้เห็นสภาพที่อิดโรยของจางหู่และสือเหล่ย...และไม่เห็นร่างของศิษย์ในนามของตนเอง...หัวใจของท่านผู้เฒ่าซูก็พลันร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    "เกิดอะไรขึ้น! แล้วเย่เฟิงล่ะ!?" ท่านถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย

    จางหู่ไม่รอช้า เขารีบคุกเข่าลงแล้วนำแหวนมิติและหลักฐานทั้งหมดที่หลินเฟิงมอบให้ ออกมาวางตรงหน้าท่านผู้เฒ่าซู "เรียนท่านอาจารย์ซู! ศิษย์น้องเย่เฟิง...เขายังปลอดภัยดี! แต่ตอนนี้..."

    จากนั้น เขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด...ตั้งแต่การค้นพบรังลับของหวังเทียน...การเปิดโปงแผนการฝึกฝนวิชามารและการสมคบคิดกับพรรคบัวโลหิต...การต่อสู้ที่ดุเดือด...กับดักที่น่าสะพรึงกลัว...แผนการระเบิดห้องทดลองที่บ้าบิ่นของหลินเฟิง...การหลบหนีที่เฉียดตาย...การช่วยเหลือจากท่านอาวุโสไป๋...และสุดท้าย...การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของหลินเฟิงที่จะแยกตัวไปหาสมุนไพรรักษาอาการบาดเจ็บที่หุบเขาเงาดับเพียงลำพัง...

    ทุกคำพูดที่ออกจากปากของจางหู่นั้น ทำให้ใบหน้าที่เคยใจดีของท่านผู้เฒ่าซูค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม...เย็นชา...และในตอนท้าย...มันก็กลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่น่าสะพรึงกลัว!

    เปรี้ยง!

    โต๊ะไม้ชั้นดีที่อยู่ข้างกายของท่านแหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยการตบเพียงครั้งเดียว! ไอพลังปราณที่น่ากลัวจนทำให้หายใจไม่ออกแผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายชรา!

    "หวังเทียน! ตระกูลหวัง! พรรคบัวโลหิต! พวกมันกล้าดีถึงเพียงนี้เชียวรึ!!!"

    ท่านผู้เฒ่าซูไม่ได้กล่าวอะไรกับจางหู่และสือเหล่ยอีก ท่านเพียงแค่หยิบเอาหลักฐานทั้งหมดขึ้นมาแล้วทะยานร่างออกจากจวนสมุนไพรไปทันที! เป้าหมายของท่านคือ...หอประชุมใหญ่ใจกลางสำนัก...สถานที่ประชุมของเหล่าผู้อาวุโสสูงสุด!

    ค่ำคืนนั้น...ระฆังฉุกเฉินของสำนักเมฆาอรุณก็ดังขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปี!

    เหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดถูกเรียกตัวเข้าร่วมประชุมฉุกเฉินโดยทันที!

    ณ ห้องโถงประชุมที่โอ่อ่าและน่าเกรงขาม...บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด

    หลักฐานทั้งหมดถูกวางลงบนโต๊ะกลมที่อยู่ใจกลาง...บัญชีรายชื่อ...ตราสัญลักษณ์ของพรรคบัวโลหิต...และคำให้การของจางหู่และสือเหล่ย...

    "นี่มันเรื่องเหลวไหลทั้งเพ!" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งซึ่งเป็นลุงของหวังเทียนทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน! "นี่ต้องเป็นแผนการใส่ร้ายป้ายสีของเจ้าเด็กหลินเฟิงนั่นแน่ๆ! มันอิจฉาในพรสวรรค์ของหลานข้า! จึงได้สร้างเรื่องโกหกขึ้นมา!"

    "ใส่ร้ายรึ?" ท่านผู้เฒ่าซูแค่นเสียงเย็นชา "แล้วตราสัญลักษณ์ของพรรคบัวโลหิตนี่ล่ะ? ท่านจะอธิบายว่าอย่างไร! หรือท่านจะบอกว่าศิษย์ของข้าสองคนยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาอย่างนั้นรึ!"

    เหล่าผู้อาวุโสเริ่มถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน! แต่หลักฐานนั้นมันมัดตัวแน่นหนาเกินไป!

    ในที่สุด...ท่านเจ้าสำนักหลงเทียนที่นั่งนิ่งเงียบอยู่บนบัลลังก์ประมุขมาโดยตลอดก็ได้ลืมตาขึ้น...

    "พอได้แล้ว"

    เพียงสองคำสั้นๆ...แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเงียบเสียงลง

    "เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคมาร...มันคือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสำนัก" ท่านเจ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่หนักแน่น "ข้าตัดสิน...ให้หน่วยลงทัณฑ์ไปควบคุมตัวหวังเทียนและแขกของมันที่ชื่อ 'อาวุโสจ้าว' มาทำการสอบสวนโดยทันที! และให้ทำการตรวจค้นจวนของตระกูลหวังทั้งหมดในสำนัก! หากใครขัดขวาง...ให้ถือว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด!"

    มันคือประกาศิตที่เด็ดขาดและสุดท้าย!

    หน่วยลงทัณฑ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเคลื่อนไหวทันที! พวกเขาพุ่งตรงไปยังจวนที่พักของหวังเทียนด้วยความเร็วสูงสุด!

    แต่...เมื่อพวกเขาไปถึง...

    ...จวนทั้งหลังกลับว่างเปล่า...ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต!

    หวังเทียน...และอาวุโสจ้าว...ได้หายตัวไปราวกับอากาศธาตุ!

    ข่าวนี้ถูกส่งกลับมายังห้องประชุมผู้อาวุโสอย่างรวดเร็ว...สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ!

    "เป็นไปได้อย่างไร!" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งอุทานขึ้น "ระยะเวลาตั้งแต่ที่ท่านเจ้าสำนักออกคำสั่งจนถึงตอนที่หน่วยลงทัณฑ์ไปถึง...มันยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ! พวกมันรู้ตัวและหนีไปได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร!"

    คำถามนั้นทำให้ทุกคนในห้องโถงต้องหันไปมองหน้ากันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...จากความโกรธ...กลายเป็นความหวาดระแวง...

    การที่หวังเทียนหนีไปได้เร็วขนาดนี้...มันหมายความได้เพียงอย่างเดียว...

    ...มีคนในห้องประชุมนี้...คือ "สายข่าว" ของมัน!

    สำนักเมฆาอรุณเข้าสู่ภาวะตึงเครียดขั้นสูงสุดในทันที! ค่ายกลป้องกันสำนักถูกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ! มีการกวาดล้างและจับกุมคนของตระกูลหวังและผู้ต้องสงสัยครั้งใหญ่!

    ส่วนจางหู่และสือเหล่ย...พวกเขาถูกเรียกตัวไปอีกครั้ง...แต่คราวนี้คือการมอบรางวัล

    พวกเขาได้รับแต้มสำนักจำนวนมหาศาลและได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญที่นำข่าวสำคัญกลับมาช่วยสำนักไว้ได้ทันเวลา ชื่อเสียงของพวกเขาโด่งดังไปทั่วทั้งสำนักชั้นในในชั่วข้ามคืน

    แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองคน...เกียรติยศเหล่านี้กลับไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกยินดีเลยแม้แต่น้อย

    ค่ำคืนนั้น...ณ จวนที่พักแห่งใหม่ที่หรูหราของจางหู่...

    เขายืนอยู่ที่ระเบียงพร้อมกับสือเหล่ย...สายตาของพวกเขาทอดมองไปยังทิวเขาทางทิศใต้ที่มืดมิด...ทิศทางที่ตั้งของหุบเขาเงาดับ...

    "เขา...จะกลับมาจริงๆ ใช่ไหม พี่ใหญ่?" สือเหล่ยถามขึ้นมาลอยๆ

    จางหู่กำหมัดแน่น...

    "เขาต้องกลับมา...เขาเป็นผู้นำของเรา"

    คล้ายกับเรื่องโอตาคุจอมยุทธ์ทะลุมิติ ที่คุณอ่าน