เข้าเมืองครั้งนี้ลู่หลินมีรายได้ถึง 3390 หยวนเลยทีเดียว เงินเท่านี้ถ้ารู้จักประหยัดอยู่ได้ยันตาย แต่เธอในตอนนี้ถ้านับรวมของในมิติเธอไม่ต้องทำมาหากินเลยก็ได้เพราะยังไงของในมิติก็ไม่มีวันหมดอยู่แล้ว แต่เธอคิดว่าอยากสร้างบ้านหลังใหญ่ให้เด็กๆที่ไม่มีบ้านอยู่เด็กขอทานที่ขาดที่พึ่งพิงและก็จ้างครูมาสอนหนังสือให้เด็กๆให้ได้มีการศึกษาที่ดีไปด้วยเลย คล้ายสถานสงเคราะห์น่าจะดี หรือจะอุปการะเด็กๆให้มีงานทำ ถ้าแบบนี้เธอต้องสร้างธุรกิจเป็ของตนเองแล้วจ้างพวกเขามาทำงานให้ เื่ความรู้น่าจะสอนกันได้ไม่ยาก หรือไม่ก็ส่งเรียนไปด้วยเลย เห่อ!ความคิดชั่งบรรเจิดโดยแท้ ลู่หลินที่มัวแต่เดินคิดเื่นั้นเื่นี้ไปเรื่อยก็เดินมาถึงจุดที่นัดกับพี่ซือหมินแล้ว โดยที่ไม่ได้รู้ถึงบุคลที่เดินตามมาห่างๆั้แ่เธอเดินออกมาพ้นประตูตลาดมืด
“อ้าว!ลู่หลินพี่ไม่เห็นเราจะซื้ออะไรเลยล่ะหรือว่าซื้อแล้วมาตามพี่ไปเอา”
“ลู่หลินยังงั้นรึ หลินหลินวันนี้หน้าไม่ดำแล้ว” บุรุษที่ตามลู่หลินมามองตามหญิงสาวที่ขึ้นไปนั่งบนเกวียนพร้อมกับถอดผ้าคุมหน้าออกเผยใบหน้าขาวใสที่ต่างจากครั้งแรกที่เขาเห็นก็พึมพำออกมาตามชื่อที่ชายคนขับเกวียนร้องเรียก เขาที่ได้ยินเลยรู้ชื่อของเธอจากเสียงเรียกไปด้วย
“พี่ซื่อหมินข้าวของแพงมากฉันเลยยังไม่ซื้ออะไรเพราะของที่บ้านยังพอมีนะคะ”
“เอาๆค่อยมาใหม่วันหลัง งั้นเราก็กลับกันเลยนะในเมื่อมาครบทุกคนแล้ว”
“ค่ะพี่ซือหมิน” ลู่หลินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะเธอเป็คนมาช้ากว่าคนอื่นเพราะมัวแต่ขายของ ส่วนคนที่แอบมองก็ขมวดคิ้วและก็ถามผู้อื่นในใจว่าเป็ญาติกันหรือไงถึงได้เรียกกันพี่ทุกคำ
“ผู้พันมีปัญหาอะไรกับเกวียนหลังนั้นให้ผมตามไปตรวจสอบให้ไหมครับ” เฉิงคุณที่เดินตามผู้เป็นายมาอย่างเงียบๆทั้งสองกลับมาจากค่ายกำลังจะเข้าไปในตลาดมือ แต่ก่อนที่จะถึงประตูเ้านายที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่พึ่งเดินออกมาจากข้างในเธอก้มหัวให้คนเฝ้าประตูก่อนที่จะเดินจากไป แต่เ้านายจะเดินตามเธอไปทำไมเขาไม่เข้าใจหรือว่าเ้านายจะเจอคนรู้จัก ถ้ารู้จักจะแอบทำไม แล้วทำไมไม่เข้าไปทักเธอเลย
“จำผู้หญิงคนนั้นได้ไหมถ้าเจออีกครั้ง” ผู้เป็นายเพียงปลายหางตามอง ก่อนจะถามคำถามที่ทำให้ลูกน้องคนสนิทต้องทำหน้างงงันอีกครั้ง เขาต้องจำได้สิเขาเป็ใครเขาเป็ถึงผู้กองหมู่เชียวนะ
“จำได้แน่นอนครับผู้พันต่อให้เธอคุมหน้าผมก็คิดว่าผมจำได้ไม่มีผิดแน่ครับ”
“ก็ดีไปสืบมาว่าเกวียนหลังนั้นไปหมู่บ้านไหน” โธ่เ้านายนึกว่าจะใช้งานที่ยากกว่านี้แค่เดินไปถามคนเก็บค่าฝากเกวียนก็รู้แล้วไม่เห็นต้องไปสืบอะไรให้ยุ่งยากเลย และแล้วในเวลาต่อมา
“เกวียนหลังนั้นมาจากหมู่บ้านซานฝู ชายคนที่บังคับเกวียนชื่อโจวซือหมินเป็ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ่นี้เขาจะเข้ามาวันเว้นวันครับ” ผู้พันจ้าวหลิวหยางทำเพียงพยักหน้ารับรู้และเสียงตอบรับในลำคอ “อืม” ก่อนที่จะเดินนำเข้าไปในตลาดมืดเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง
บ้านตระกูลเฉียน บ้านท่านเ้าเมืองเฉียนเจียวจ้าน
เมื่อผู้เป็สามีที่พึ่งกลับจากทำงานเห็นผู้เป็ภรรยากำลังวุ่นวายให้คนงานช่วยกันขนของบางอย่างตนจึงเดินไปดูและพบกับข้าวสารอาหารแห้งมากมาย
“คุณไปได้ของมากมายนี้มาจากไหน ทำอะไรระวังหน่อยนะ่นี้ยิ่งมีการตรวจสอบกันอยู่ด้วยเดี๋ยวจะพากันซวยกันทั้งบ้าน”
“ก็เพราะงานวันเกิดคุณไม่ใช่หรือไงฉันถึงต้องออกไปหาซื้อมาด้วยความลำบากขนาดนี้ต้องคอยหลบหลีกกว่าจะเอาของเข้าบ้านได้ ของมันหายากเข้าทุกทีฉันเลยรับซื้อจากคนผู้นั้นมาจนหมดเหลือดีกว่าขาด ให้ขายหน้าผู้พันไหนจะเพื่อนๆคุณอีกแต่ละคนยศน้อยซะที่ไหนล่ะ”
“เอาเถอะผมแค่เตือนถ้าระวังไว้แล้วก็ดี ผมนะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ห่วงลูกหน้าที่การงานเขากำลังจะไปได้ดี ภรรยาก็ยังไม่มีกับเขา เห่อ!คิดแล้วเครียด มีลูกกับเขาคนเดียวก็ไม่ยอมแต่งงานซะที”
“เห่อ! นั่นนะสิคุณ หรือฉันจะหาว่าที่ลูกสะใภ้เองดี” ในสายตาคุณนายท่านเ้าเมืองในยามนี้ส่องประกายเป็แม่ค้าน้อย ผู้ไม่งอมือ งอเท้า ขยันและหาเงินเก่ง แค่นี้เธอก็ไม่คิดสนใจชาติกำเนิดแล้ว
“พูดนะง่าย แต่เ้าลูกชายหัวดื้อของคุณนะจะเอาด้วยหรือเปล่า เห่อ! ผมไปพักสายตาดีกว่า คุณก็อย่าหักโหมให้มากนักปล่อยให้คนอื่นทำบ้างก็ได้ป้าหลิงเองก็ดูแลได้ดี อ้อเอาขวดนั้นมาผมจะเอาไปเก็บให้เอง”
“แม้คุณนี่เข้าใจเก็บนะ เอาเถอะค่ะฉันก็จะไปทำกับข้าวให้คุณกับลูกแล้วเหมือนกันคุณไปพักเถอะ เสร็จแล้วจะให้คนไปเรียก” ผู้เป็สามีโอบอุ้มไวน์แดงห้าขวดไว้แน่นพร้อมกับพยักหน้าให้ภรรยาก่อนที่จะรีบเดินหนีไปด้วยความเก้อเขินกับคำหยอกเย้าของภรรยาอยู่ไม่น้อย
ทางด้านลู่หลินหลังจากกลับจากตลาดเธอก็ไปเดินสำรวจอนาจักรของตนเองอีกครั้ง บนเขาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่บ้านหลังเดิมที่กำลังซ่อมแซม ในเวลานี้ใกล้จะสี่โมงเย็นแล้วเธอมองซ้ายมองขวารอสักครู่ไม่มีเสียงหรือสิ่งมีชีวิตโผล่มาเธอก็ได้เอาบ้านน็อคดาวน์ในมิติออกมาตั้งในที่ที่เตรียมไว้
บ้านหลังน้อยแสนจะเข้ากับธรรมชาติ ลู่หลินเดินเข้าไปในบ้าน ห้องแรกเป็ห้องโถงโล่ง ภายในห้องมีตู้ฝังแบบบิ้วอินคือไว้วางทีวีแต่ยังไม่มีทีวี ต่อไปเป็ห้องนอนก็มีเตียงนอน และบิ้วอินตู้ทีวีและตู้เสื้อผ้าทั้งสองห้อง ลู่หลินจึงเอาชุดเครื่องนอนออกมาวางไว้ที่เตียง รวมทั้งโต๊ะเครื่องแป้งแล้วก็จัดเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่ตู้พร้อมกับเอาโซฟาออกมาวาง
ส่วนทีวีเธอยังไม่ได้เอาออกมาเพราะเธอคงต้องเดินสายโซล่าเซลก่อน ต่อไปก็ห้องครัวลู่หลินเห็นบิ้วอินในครัวทีไรก็ชอบใจทุกทีชั้นวางที่เป็สัดส่วน ชั้นวางเตาแก็สอินฟาเรด พร้อมป่องดูดควันสแตนเลส ตู้เก็บถ้วยชาม อ้างล้างจานที่ทันสมัย ถ้ามีคนมาเห็นต้องทั้งอิจฉาและสงสัยเธอแน่ แต่ใครสน
ที่สุดท้ายคือห้องน้ำที่มีครบทุกสิ่งอย่างยกเว้นบ่ของเสีย เธอคงต้องขุดหลุมแล้ววางท่อเองซะแล้ว ถ้าไม่อยากให้คนสงสัยกันเร็วเกิดไป ลู่หลินมองออกไปด้านนอกคือฟ้าเริ่มมืดแล้วเธอก็เอาซาลาเปาออกมากินพร้อมกับนมหนึ่งกล่องก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำในมิติและออกมานอนบ้านหลังใหม่คืนนี้เป็คืนแรก วันนี้มีแต่เื่ดีๆโดยเฉพาะการที่เธอได้ลูกค้าผู้มีเกียรติอย่างคุณป้าเฉียน ที่ก่อนแยกกันยังสั่งซื้อสบู่และยาสระผมกับเธออีกตั้งหลายชุด ไม่แน่เธออาจให้ป้าเฉียนเป็คนรับเอาของที่เธอไปขายต่อคุณหญิงคุณนายอีกที วันดีมีแต่เื่ดีดี คืนนี้เธอต้องนอนฝันดีแน่นอนแต่ความเป็จริงคือ...
“กรี้ดๆๆกรี้ด งูๆช่วยด้วยงูมันจะกินฉันแล้ว กรี้ดๆ” ท่ามกลางความมืดมิดกลางป่ากลางเขา คนที่คิดว่าจะฝันดี กลับฝันเห็นงูตัวใหญ่สีเหลืองทองอร่ามดวงตาแดงแจ กำลังเกี้ยวกอดรัดเธอจนแทบจะหายใจไม่ออก หนำซ้ำเ้างูั์ตัวนั้นยังเอาลิ้นสองแฉกนั้นมาเลียปากเลียหน้าเธอไม่หยุด โบราณว่าฝันเห็นงูแปลว่าอะไรนะจำไม่ได้แล้วสิเห่อ! ช่างมันเถอะก็แค่ความฝันจะไปคิดเอาอะไรมากมาย เ้างูดีซ่านนั้นก็เหลือเกินมาทำลายการหลับนอนที่แสนสะบายของฉันั้แ่คืนแรกเชียวน่าโมโหนัก
****