น้องมายด์ 1: ขออยู่ด้วยนะ
กรุงเทพมหานครยามเย็น... ท้องฟ้าเหนือมหานครย้อมไปด้วยเฉดสีแสดอมม่วง แสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าเริ่มทยอยสว่างไสวขึ้นทีละตึกราวกับกลุ่มดาวบนผืนดิน รถไฟฟ้าแล่นผ่านรางยกระดับส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ อยู่ไกลออกไป ลมโชยเอื่อยหอบเอาไอร้อนชื้นและกลิ่นอายของเมืองใหญ่เข้ามาทักทาย ‘มายด์’ เด็กสาววัยสิบเก้าปีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคอนโดมิเนียม High-rise สูงตระหง่านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ย่านใจกลางเมือง
มายด์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกั้นความตื่นเต้นและประหม่าในอก สองมือเรียวบางกุมหูหิ้วกระเป๋าเดินทางล้อลากสีโรสโกลด์ดีไซน์หรูแน่น การก้าวเท้าเข้ามาใช้ชีวิตในป่าคอนกรีตแห่งนี้เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต เด็กต่างจังหวัดอย่างเธอเคยชินกับความเงียบสงบ แต่ภาพตึกสูงโปร่งตระหง่านตรงหน้าที่มีกระจกใสบานใหญ่สะท้อนแสงไฟวิบวับกลับมีแรงดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด
เธอแตะคีย์การ์ดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอันทันสมัยตรงประตูโถงล็อบบี้ ลิฟต์แก้วความเร็วสูงนำพาร่างบอบบางขึ้นมาสู่ชั้น 12 ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทางเดินส่วนกลางปูพรมสีเข้มหนานุ่มช่วยซับเสียงฝีเท้าจนเงียบสนิท มายด์เดินลากกระเป๋ามาหยุดยืนหน้าห้องหมายเลข 1204 หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกกระชั้นโครมครามด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนหวาดหวั่น เธอพรูลมหายใจยาวก่อนจะยื่นนิ้วไปแตะปุ่มอินเตอร์คอมหน้าประตูห้องพัก
---
รอเพียงไม่ถึงอึดใจ ประตูบานใหญ่ดีไซน์โมเดิร์นก็ถูกดึงเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์กลิ่นพีชผสมวานิลลาที่โชยเข้ามากระทบประสาทสัมผัส ก่อนที่ร่างของ ‘เมย์’ พี่สาวแท้ๆ วัยยี่สิบห้าปีจะปรากฏตัวขึ้นในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้นขับเน้นรูปร่างอวบอิ่มสมส่วน
“ยัยมายด์! มาถึงแล้วเหรอ ยัยตัวเล็กของพี่!”
เมย์ร้องเสียงหลงด้วยความตื่นเต้นแล้วโผเข้ากอดน้องสาวคนเดียวแน่น มายด์จมไปกับอกอุ่นและอ้อมกอดแสนคิดถึง ความกังวลที่สั่งสมมาตลอดการเดินทางคล้ายจะมลายหายไปในพริบตา สองพี่น้องกอดกันกลมขยับตัวหัวเราะคิกคักด้วยความผูกพันที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบสองปี ตั้งแต่เมย์ย้ายมาแต่งงานและสร้างครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ
“หนูไม่หลงหรอกค่ะพี่เมย์ ระบบแผนที่นำทางแม่นยำจะตาย แต่ก็แอบเหนื่อยเหมือนกันนะคะเนี่ย” มายด์บอกปนยิ้มหวานพลางยกมือขึ้นซับหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมตามไรผมและนวลแก้มใส เสื้อยืดสีครีมตัวบางที่เธอสวมใส่แนบไปกับแผ่นหลังนวลเนียน เผยให้เห็นทรวดทรงอ้อนแอ้นของเด็กสาวที่กำลังเจริญเติบโตเต็มวัย
“เข้ามาข้างในก่อนเร็วคนเก่ง... อ้าว พี่เบส! มาช่วยน้องยกกระเป๋าหน่อยสิคะ” เมย์หันไปร้องเรียกสามีเสียงใส
คำว่า ‘พี่เบส’ ทำให้หัวใจของมายด์กระตุกวูบอย่างรุนแรงทันที ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด สายตากลมหันไปมองตามเสียงและพบกับร่างสูงใหญ่ของ ‘เบส’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีที่เป็นรุ่นพี่ ม.ปลาย สุดฮอตที่เธอแอบหลงรักข้างเดียวมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น วันนี้เขาเติบโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจ เบสอยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ผ้าบางสีเทาที่เน้นสัดส่วนแผงอกกว้างและลาดไหล่แกร่งขยับไหว กางเกงขาสั้นดีไซน์เท่เผยเรียวขาแข็งแรง ผิวสองสีสะท้อนแสงไฟดาวน์ไลท์สีวอร์มไวท์ในห้องขับเน้นความแมนดิบที่ผสมผสานกับสไตล์หนุ่มเมืองกรุงได้อย่างลงตัว
“ไง ยัยตัวเล็ก โตขึ้นตั้งเยอะเลยนะเรา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นแฝงความหยอกเย้าทักทายของเบสส่งกระแสความร้อนแล่นพล่านสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กายของมายด์ ความทรงจำวัยเยาว์ยามที่พี่เบสคอยยื่นขวดน้ำเย็นๆ ให้ คอยปกป้องเธอจากสุนัขจรจัด และส่งรอยยิ้มแสนละมุนให้เสมอย้อนกลับมาฉายชัด แม้ว่าในตอนนี้สถานะของเขาคือ ‘พี่เขย’ สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่สาวเธอ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับยังเต้นรัวแรงจนแทบควบคุมไม่ได้
“สวัสดีค่ะพี่เบส... ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” มายด์ยกมือไหว้ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
“อืม ไหว้พระเถอะ ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้นจนพี่เกือบจำไม่ได้เลยนะเนี่ย” เบสเอ่ยปากชมตรงๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอางก่อนจะเลื่อนลงต่ำสำรวจรูปร่างอ้อนแอ้น ลาดไหล่บาง และส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อยืดตัวบางที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่งยิ้มบางๆ ให้
เบสโน้มตัวลงมาช่วยยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของมายด์ จังหวะนั้นเอง ปลายนิ้วหนาอุ่นร้อนและหยาบกร้านของเขาจงใจหรือเป็นเรื่องบังเอิญก็มิอาจทราบได้ ปัดผ่านผิวข้อมือนุ่มนิ่มของมายด์อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านราวกับกระแสไฟฟ้าแรงต่ำวิ่งพล่านแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ ส่งกระแสความรัญจวนใจวาบหวามจนแผ่นหลังของเด็กสาวชาวาบ มายด์สะดุ้งตัวโยนและรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นสีระเรื่อแดงซ่านขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงลำคอระหง เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาคมปลาบของพี่เขยหนุ่มที่ช้อนมองขึ้นมาอย่างมีเลศนัยชวนคิดลึก
“กระเป๋าหนักเหมือนกันนะเนี่ย ขนของมาเยอะล่ะสิ เดี๋ยวพี่เอาไปเก็บให้นะ” เบสชวนคุยพลางหิ้วกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบขึ้นพร้อมกันอย่างง่ายดาย กล้ามแขนแกร่งปูดโปนขยับไหวอวดความแข็งแรงต่อหน้าน้องเมียสาวจนมายด์เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“ขอบคุณค่ะพี่เบส...” เธอพึมพำตอบเสียงแผ่ว
เมย์เห็นใบหน้าแดงก่ำของน้องสาวก็เอ่ยทักปนหัวเราะ “ดูสิ หน้าแดงแจ๋เลย เหนื่อยจนไข้จะขึ้นหรือเปล่าเนี่ยยัยมายด์? เข้าไปนั่งพักที่โซฟาก่อนเร็ว เดี๋ยวพี่ไปหาเครื่องดื่มเย็นๆ มาให้ทานชื่นใจ” เมย์พูดพลางจูงมือน้องสาวเข้ามาในห้องนั่งเล่น
---
พื้นที่ห้องนั่งเล่นของคอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้จัดตกแต่งอย่างเรียบหรูและโปร่งสบาย โซฟาผ้าบุหนานุ่มสีเทาอ่อนตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ตรงข้ามเป็นหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดานที่เปิดเผยให้เห็นวิวขอบฟ้าเมืองหลวงและตึกระฟ้ายามโพล้เพล้ เครื่องปรับอากาศทำงานส่งลมเย็นฉ่ำอบอวลไปทั่วบริเวณ
เมย์หายเข้าไปในโซนครัวฝรั่งซึ่งเป็นครัวเปิดตกแต่งด้วยเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีขาว ก่อนที่เธอจะส่งเสียงทำงานของเครื่องทำฟองนมและเครื่องชงกาแฟสดสกัดเย็น เพียงครู่เดียว เมย์ก็เดินกลับออกมาพร้อมถาดเสิร์ฟแก้วเครื่องดื่มและจานเบเกอรี่หน้าตาน่าทาน
“มัทฉะลาเต้เย็นสูตรเข้มข้นใส่ฟองนมนุ่มๆ สำหรับน้องสาวสุดที่รักจ้า แล้วก็สตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กจากร้านดังใต้คอนโด ทานคู่กันรับรองหายเหนื่อยแน่” เมย์บอกด้วยรอยยิ้มสดใสพลางส่งแก้วชาเขียวมัทฉะไล่ระดับสีเขียวและขาวสวยงามให้มายด์ ส่วนอีกแก้วเป็นอเมริกาโน่เย็นของเบส
มายด์รับแก้วมัทฉะลาเต้เย็นขึ้นมาดูด ความหอมเข้มข้นของชาเขียวแท้ผสมผสานกับความมันกลมกล่อมของนมสดช่วยเติมความสดชื่นและลดทอนความประหม่าในใจไปได้บ้าง เธอนั่งเคียงข้างเมย์บนโซฟา ขณะที่เบสขยับมานั่งเก้าอี้เดี่ยวฝั่งตรงข้าม ขาแกร่งของเบสในกางเกงขาสั้นพาดเฉียดใกล้หน้าขาบางของมายด์ในระยะไม่ถึงคืบ ทุกครั้งที่เบสขยับตัว กลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตผสมกลิ่นอายกายหนุ่มอุ่นๆ จะโชยมาปะทะจมูกทำให้มายด์ต้องลอบสูดลมหายใจและขยับตัวหลบเบาๆ
“เรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยล่ะมายด์ ย้ายหน่วยกิตเรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม?” เบสถามพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาคมเข้มจับจ้องมาที่ดวงหน้าหวานอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เรียบร้อยดีค่ะพี่เบส สัปดาห์หน้าก็เริ่มเรียนได้เลยค่ะ มายด์ขี้เกียจทนเรียนคณะเดิมที่ไม่ใช่ตัวเองแล้ว อยู่ที่นี่น่าจะตอบโจทย์มากกว่า” มายด์ตอบเลี่ยงที่จะสบตากับเขาตรงๆ
“ดีแล้วล่ะ อยู่ที่นี่ก็คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเองนะ มีอะไรขาดเหลือก็บอกพี่เบสเขาได้เลย รายนี้น่ะใช้งานง่าย เอาใจใส่เก่งเป็นที่หนึ่งเลยล่ะ” เมย์พูดพลางเอนตัวเข้าไปซบไหล่กว้างของสามีและวางมือบางลงบนหน้าขาแกร่งของเบสอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
ภาพความสนิทสนมของสามีภรรยาทำให้ในอกของมายด์รู้สึกวูบโหวงแปลกๆ เธอทำได้เพียงยิ้มรับและพยักหน้าเบาๆ เมย์ลอบสังเกตแววตาไหวระริกและความเคอะเขินของน้องสาวที่แสดงออกมา หัวอกคนเป็นพี่สาวที่ผ่านโลกมามากกว่าย่อมมองออกว่ามีประกายไฟบางอย่างซ่อนอยู่ เมย์อมยิ้มมุมปาก นึกสนุกอยากเย้าแหย่น้องสาวเล่น
“จริงไหมจ๊ะมายด์... พี่เบสเขาทั้งหล่อ ทั้งแสนดี ดูแลพี่ทุกอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยนะ หาผู้ชายเพอร์เฟกต์แบบนี้ยากจะตายในเมืองหลวงน่ะ” เมย์แกล้งพูดชมสามีเสียงหวานสะท้อนความภาคภูมิใจ
เบสหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบเหลือบแลสบตากับมายด์ที่ตอนนี้นั่งเกร็งตัวตรง
“พี่เมย์ก็พูดเกินไปค่ะ...” มายด์ตอบอ้อมแอ้มในลำคอ แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ
“ไม่เกินไปหรอกจ้า พี่พูดเรื่องจริง... นี่มายด์ จำที่พี่บอกไว้นะ ถ้าจะหาแฟนในอนาคตเนี่ย ถ้าหาไม่ได้ดีและดูแลเก่งได้ครึ่งหนึ่งของพี่เขยเรา พี่แนะนำว่าอย่ามีเลยจ้า อยู่เป็นโสดไปเลยดีกว่า เพราะผู้ชายแบบพี่เบสเขามีคนเดียวในโลกนะ” เมย์เย้าพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคักร่าเริง
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยรสเสน่หาแปลกประหลาด คำพูดของพี่สาวประหนึ่งสายฟ้าฟาดกลางใจแอบรักซ่อนเร้นของมายด์ เธอช้อนตาขึ้นและพบว่าเบสกำลังจ้องมองเธออยู่เช่นกัน สายตาคมกริบของเขามีประกายวาววับปะทุขึ้นฉายชัดถึงความเอ็นดูแฝงเสน่หาร้อนแรงเร้นลับที่ทำเอามายด์ใจสั่นสะท้านระรัวจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เธอรีบยกแก้วมัทฉะลาเต้ขึ้นดูดจนหมดแก้วเพื่อดับความร้อนรุ่มที่กำลังแล่นพุ่งพล่านทั่วใบหน้าและลำคอขาวผ่อง
---
หลังจากพูดคุยกันพักใหญ่ เมย์ก็เดินออกไปจัดการธุระที่ระเบียงคอนโด โดยการนำเสื้อผ้าเข้าเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าฝาหน้าอัตโนมัติสีเทาเมทัลลิกที่ติดตั้งอยู่อย่างทันสมัยริมระเบียงกระจก วิวระเบียงกว้างเปิดรับสายลมเย็นและเผยภาพวิวทิวทัศน์แสงไฟตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่ระยิบระยับละลานตาประหนึ่งผืนพรมเพชร
ขณะเดียวกัน เบสเสนอตัวช่วยมายด์ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าพกพาขนาดเล็กและจัดข้าวของเครื่องนอนเข้าไปในห้องนอนเล็กของเธอ ซึ่งแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนอยู่ถัดจากห้องนอนใหญ่ ภายในห้องตกแต่งสไตล์มินิมอลเรียบหรู มีเตียงนอนหนานุ่มขนาดกะทัดรัดปูผ้าเกรดพรีเมียมสีเอิร์ธโทน และเครื่องปรับอากาศที่เบสเพิ่งเปิดทิ้งไว้เริ่มส่งลมเย็นฉ่ำชวนพักผ่อน
เบสช่วยจัดวางลำโพงบลูทูธและโคมไฟอ่านหนังสือดีไซน์โมเดิร์นลงบนโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนได้อย่างงดงาม มายด์เดินตามเข้ามาในห้องนอนจ้องมองแผ่นหลังกว้างของเบสที่ก้มๆ เงยๆ ทำงานให้เธอด้วยความซาบซึ้งระคนหวั่นไหว เสื้อยืดผ้าบางของเขาแนบไปกับแผ่นหลังกว้างยามก้มตัว เผยลอนกล้ามเนื้อหลังที่ขยับไหวเป็นมัดๆ ดูแข็งแกร่งเร้าอารมณ์ชวนให้หัวใจสาวเต้นผิดจังหวะ
“พี่เบสคะ... พอแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูทำต่อเอง พี่เบสเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ” มายด์เอ่ยเตือนพลางก้าวเข้าไปใกล้ ยื่นโคมไฟอ่านหนังสือตัวเล็กส่งให้เขา
เบสหยุดมือและหมุนตัวยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ร่างกำยำสูงใหญ่ของเขาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้ามายด์ในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวกาย กลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตผสมกลิ่นอายความเป็นชายสะพรั่งลอยมากระทบจมูก กระตุ้นความรู้สึกวาบหวามในช่องท้องของเด็กสาวให้สั่นสะท้าน
เบสยื่นมือออกมารับโคมไฟ ทว่าปลายนิ้วหนาของเขากลับกุมทับลงบนมือเรียวบางของมายด์อย่างจงใจ ความนุ่มนวลละมุนละไมของผิวน้องสาวปะทะความแข็งแกร่งอบอุ่นของมือพี่เขย ทั้งสองร่างชะงักค้างไปท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมแอร์ครางแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนของเบสเป่ารดหน้าผากมนและไรผมของมายด์ชวนให้หวามไหวจนอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม
“ไม่เหนื่อยหรอก... เรื่องของมายด์ พี่เต็มใจทำให้เสมอแหละ” เบสกระซิบน้ำเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาทว่าหนักแน่นลึกซึ้ง ดวงตาคมปลาบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตสั่นระริกของมายด์ราวกับจะสื่อสารความในใจอันร้อนรุ่มที่ซ่อนเร้นไว้
“ขะ... ขอบคุณค่ะพี่เบส” มายด์พยายามจะดึงมือกลับ ทว่าเบสกลับกระชับแรงบีบที่ฝ่ามือเรียวบางเบาๆ เหนี่ยวรั้งไว้ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ปล่อยให้เธอเป็นอิสระอย่างอ้อยอิ่งและแสนเสียดาย
จังหวะนั้นเอง เบสโน้มหน้าเข้ามาใกล้เพื่อช่วยตรวจสอบสวิตช์ไฟที่หัวเตียง ระยะห่างที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้แก้มใสเนียนละมุนของมายด์เฉียดใกล้กับมุมกรามหนาและไรหนวดจางๆ ที่ขึ้นบางๆ ของเบสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สัมผัสแผ่วเบาทว่าวาบหวามนั้นราวกับมีกระแสไฟฟ้าวาบผ่านทั่วร่าง มายด์เบิกตากว้างลืมหายใจ หัวใจเต้นรัวเร็วสะท้านทรวงอกนุ่มที่กระเพื่อมไหว กลิ่นกายชายหนุ่มอุ่นๆ ปรุงแต่งหัวใจของเธอจนปั่นป่วนวุ่นวาย เบสจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของน้องเมียสาวด้วยสายตาเปี่ยมเสน่หาลึกซึ้งและปรารถนาปิดไม่มิด ก่อนจะยืดตัวขึ้นช้าๆ
“หนู... หนูขอตัวจัดเสื้อผ้าก่อนนะคะ” มายด์รีบพูดรัวเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวจนแดงลามไปถึงใบหูและลำคอระหง
“อืม... ตามสบายนะ มีอะไรก็เรียกพี่ได้ตลอดเวลา” เบสเอ่ยยิ้มๆ สายตาของเขายังคงทอดมองเธออย่างมีความหมายซาบซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องนอนเล็กไป ทิ้งให้มายด์ยืนเอามือกุมอกซ้ายที่หัวใจกำลังเต้นระทึกประท้วงอย่างบ้าคลั่งอยู่เพียงลำพังในห้องเย็นฉ่ำ
---
ยามดึกสงัด... แสงสีและเสียงอึกทึกของกรุงเทพฯ เริ่มเงียบสงบลง แสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนเล็ก ทาทับลงบนร่างบอบบางนวลเนียนที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหนานุ่ม
มายด์นอนพลิกตัวไปมาในชุดนอนเสื้อและกางเกงขาสั้นผ้าซาตินสีงาช้างบางเบา เนื้อผ้าลื่นละเอียดแนบไปกับส่วนโค้งส่วนเว้าของร่างกายสาวสะพรั่ง หน้าอกอิ่มเบียดชูชันขยับไหวตามจังหวะหายใจถี่กระชั้น ขาเรียวยาวโผล่พ้นกางเกงนอนรับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอ ทว่าความเย็นฉ่ำของห้องกลับไม่อาจดับความร้อนรุ่มและฟุ้งซ่านในหัวใจของเธอได้เลย ภาพสายตาคมปลาบและสัมผัสอุ่นซ่านที่ข้อมือจากเบสในตอนกลางวันลอยเด่นวนเวียนอยู่ในสมองไม่ยอมเลือนหาย เธอยกมือขวาข้างที่เคยถูกเขากุมไว้ขึ้นมาสูดดมเบาๆ จินตนาการถึงกลิ่นอายอุ่นสะอาดของพี่เขยที่ยังคงฝังแน่น แก้มสาวร้อนผ่าวในความมืดมิด
ขณะที่จิตใจกำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงเสน่หาเร้นลับที่แสนวาบหวาม ทันใดนั้น ความเงียบสงัดของค่ำคืนก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงบางอย่างที่แว่วลอดเข้ามาอย่างชัดเจน
*“อ๊ะ... พี่เบส อย่าสิคะ เมย์เสียว... อื้อ...”*
เสียงหัวเราะคิกคักกระเส่าหวานหยดย้อยของเมย์ลอยผ่านช่องว่างใต้บานประตูหรือผนังห้องนอนที่ไม่ได้เก็บเสียงอย่างเต็มที่เข้ามาอย่างง่ายดาย มายด์เบิกตากว้างในความมืด ร่างกายแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวโครมครามจนแทบหยุดหายใจ
เธอเพิ่งตระหนักได้ในเวลานี้เองว่า แม้คอนโดแห่งนี้จะหรูหราทันสมัย แต่ผนังห้องและประตูห้องนอนใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องของเธอกับห้องนอนของพี่สาวและพี่เขยนั้นแสนจะบางเบาและไม่ได้เก็บเสียงดีพอ เสียงกระซิบพลอดรัก หรือกิจกรรมส่วนตัวบนเตียงหนานุ่มสามารถเล็ดลอดผ่านมาได้อย่างชัดเจนทุกอณูเสียง!
*“อื้อ... พี่เบส ขยับเข้ามาลึกๆ สิคะ... เมย์เสียวจะแย่อยู่แล้ว...”*
เสียงครางหวานซาบซ่านของพี่สาวดังแว่วเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยเสียงเตียงนอนหนานุ่มขยับไหวและแรงกระทบกระทั่งเนื้อกายดังประสานเป็นจังหวะรักอันเร่าร้อนละมุนละไม หัวใจของมายด์เต้นรัวกระชั้นปั่นป่วนด้วยความหวาดเสียวซาบซ่าน ความปรารถนาเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจถูกปลุกปั่นด้วยเสียงเสน่หาของคู่พี่สาวและพี่เขยสุดฮอต
เธอนอนนิ่ง ลมหายใจหอบถี่สะท้าน ชุดนอนผ้าซาตินบางเบาเบียดเสียดสีไปกับผิวกายอุ่นจนเสียวซ่านไปทั้งสรรพางค์กาย ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนขาสองข้างเบียดชิดขยับไหวด้วยความรัญจวนใจ ค่ำคืนแรกในห้องชุดหรูแห่งนี้... กำลังเริ่มต้นด้วยบทเพลงรักร้อนแรงจากห้องข้างๆ ที่ปลุกอารมณ์สวาทและแรงปรารถนาของดอกแก้วสาวให้เตลิดเปิดเปิงไปตลอดกาล!