“ตามหาให้เจอ!! แค่ผู้หญิงคนเดียว มันจะไปได้ไกลสักแค่ไหนกันเชียววะ”
ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็หัวโจกของกลุ่ม ร้องะโบอกกลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยกัน ด้วยน้ำเสียงที่วางอำนาจเต็มที่ โดยชายฉกรรจ์ที่กำลังพากันตามหา ผู้หญิงเพียงคนเดียวอยู่นี้ มีกันอยู่สักประมาณสามสี่คนเห็น
จันทิมันตุ์วิ่งลนลานหนีอย่างไม่คิดชีวิต และไม่รู้จุดหมายปลายทาง รู้แต่ว่าเธอจะต้องหนีไปให้ไกล เพื่อไม่ให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังวิ่งตามเธอมา จับเธอไว้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะหากพวกที่วิ่งตามเธอมาจับได้แล้วละก็ ชีวิตของเธอคงจะได้ตกนรกทั้งเป็อย่างแน่นอน ดังนั้นเธอจะต้องหนี ต้องวิ่งไปจนสุดชีวิต
ทำไมหนอชีวิตเธอถึงได้เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ครั้งแล้วครั้งเล่า นับั้แ่เธอจำความได้เลยก็ว่าได้ บิดามารดาของเธอแยกทางกัน และไม่มีใครอยากจะเอาเธอไปเลี้ยงดูเลยสักคน เกี่ยงกันไปและก็เกี่ยงกันมา แต่สุดท้ายแล้วคนที่เอาเธอไปเลี้ยง ก็คือมารดาของเธอนั้นแหละ ซึ่งเอาไปเลี้ยงด้วยความจำใจ ไม่คิดจะใส่ใจ สนใจใยดีอะไรมากมาย เธอถูกดุด่าว่ากล่าว กระแนะกระแหน ประชดประชัน อยู่ทุกวันั้แ่เล็กจนโต
แต่ถึงแม้มารดาจะดุด่าว่ากล่าวอย่างนั้น เธอก็ยังคงรักและเคารพมารดาผู้ให้กำเนิดคนนี้เป็อย่างมากอยู่วันยังค่ำ เธอไม่เคยปริปากต่อว่าด่าทอ หรือว่ากล่าวตอบกลับไปเลยสักครั้ง
แต่หากถูกกระทำมากๆ เข้า เธอก็ไปนั่งร้องไห้น้อยเนื้อต่ำใจ ในโชคชะตาชีวิตอยู่เพียงคนเดียวจนให้หนำใจ แล้วก็ค่อยกลับมาดำรงชีวิตต่อไป
แต่นั้นไม่เท่าไร จันทิมันตุ์ทนได้อยู่แล้ว เพราะทนมาโดยตลอด แต่เื่ที่เธอทนไม่ได้แล้วนั้นคือ มารดาของเธอได้พาสามีใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกัน สามีใหม่ของมารดาก็หวังที่จะรวบหัวรวบหางเธอ แต่เธอไม่ยอมง่ายๆ แต่พอเธอไปเล่าให้ผู้เป็มารดาบังเกิดเกล้ารับฟัง กลับถูกหาว่าเธอไปอ่อย สามีใหม่ของมารดาซะงั้น จึงถูกไล่ออกจากบ้านมาเหมือนหมูเหมือนหมา
นั้นก็ยังไม่พอ ยังถูกกลั่งแกล้งจากโชคชะตาเข้าอีกจนได้ เมื่อเธอเดินมาเจอเข้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่นั่งตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่ พอพวกมันเห็นจันทิมันตุ์เข้าก็ตาลุกวาว หื่นกระหายขึ้นมาทันที พวกมันหวังจะเข้ามารุมจับตัวเธอ เพื่อเอาไปทำมิดีมิร้าย เธอจึงวิ่งกระหืดกระหอบหนีเอาตัวรอดอย่างนี้นี่แหละ
“เจอไหมวะ? มันหายไปไหนวะเร็วจริงๆ พวกเอ็งหาดูดีๆ” เสียงร้องะโของชายฉกรรจ์คนเดิมร้องสั่ง กลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยกันอย่างหงุดหงิด
จันทิมันตุ์วิ่งไปยังท่าเรือ ที่มีเรือสินค้าจอดลอยลำอยู่หลายลำด้วยกัน เธอเลือกลงไปแอบอยู่ในเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่ง และหลบซ้อนตัวเข้าไปอยู่ในห้องห้องหนึ่งในเรือ ซึ่งห้องนั้นเธอไม่รู้เลยว่าเป็ห้องอะไร เพราะวิ่งลงมาก็่พลบค่ำเข้าไปแล้ว และเห็นภายในห้องเพียงสลัวๆ เท่านั้น
จันทิมันตุ์หลบอยู่ที่มุมห้อง ยกมือเรียวเล็กขึ้นปิดปากตัวเองไว้ พยายามไม่ทำเสียงดังออกมา ให้ผู้คนที่กำลังวิ่งตามหา หรือใครที่ผ่านๆ ไปผ่านมาหน้าห้อง ได้รับรู้ว่าเธอแอบอยู่ที่นั้น เหงื่อเธอแตกผลั่กๆ ไม่รู้ว่าเป็เพราะความเหนื่อยล้าจากที่วิ่งหนี หรือว่าเพราะความกลัวมากกว่ากันแน่
เป็เวลานานพอดูเลยทีเดียว ที่เสียงผู้คนที่อยู่ภายนอกห้องจะเงียบเสียงลง แต่สักพักก็มีเสียงเครื่องยนต์ของเรือสินค้าลำนี้ ดังกระหึ่มขึ้นมาแทน
‘เอ๊ะ!!!.... ตายแล้ว!! เรือกำลังวิ่ง’ จันทิมันตุ์รู้สึกได้ถึงการโคลงเคลงของการเคลื่อนตัวของเรือ เธอจะทำยังละทีนี้ เรือสินค้าลำนี้กำลังวิ่งออกไปไหนเธอก็ยังไม่รู้ ความใ ความหวาดกลัว ได้เกิดมีขึ้นมาอีกครั้ง
จันทิมันตุ์รีบลุกขึ้นยืน ก้าวยาวๆ ไปยังประตูห้องทันที เธอยื่นมือเรียวเล็กออกไป หวังจะทำการเปิดประตู แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำเช่นนั้น ประตูก็ถูกเปิดเข้ามาเสียก่อน
“เธอ!!!.... เธอเป็ใครเนี้ย!!?? แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? หรือว่าเข้ามาขโมยของ?” กฤตยชญ์เปิดประตูเข้ามา เห็นหญิงสาวยืนจังงัง ใ หน้าซีดหน้าเซียวอยู่ในห้องพักของตน ก็ต้องชะงักไปนิดหนึ่ง แต่พอตั้งสติได้ ก็รีบตรงเข้ามาจับล็อคร่างบางเอาไว้ ไม่ให้วิ่งหนีไปไหน
“กรี๊ดดดด!!!!...... ปล่อยฉัน ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน กรี๊ดดด!!!!......”
จันทิมันตุ์เบิกตากว้างขึ้น และยิ่งใมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อถูกคนตัวโตเข้ามากอด จับล็อคร่างบางของเธอเอาไว้จนแน่น แล้วจากนั้นสติสะตังของเธอ ก็หลุดลอยหายไปในทันที ร่างบางสลบล้มพับไปในอ้อมแขนแกร่ง อย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงโดยพลัน
๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓