ยี่ยี่มองคุณหนูอยู่นาน เธอยังไม่ได้ขยับตัวไปที่ใดหลังจากนั่งอยู่ใต้ต้นท้อมาเป็เวลาหนึ่งชั่วยาม เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดจะต้องเป็ห่วงเธอจึงยกตะกร้าเสื้อผ้าไปซักให้เสร็จ
เ้าเมืองชุยฉานนั่งลูบคางตนเองเบาๆ ทหารเฝ้ารักษาการณ์ทางทิศใต้พึ่งส่งรายงานมาให้เขาเกี่ยวกับการจัดการปีศาจที่ขึ้นมาบนชายฝั่ง
เนื้อหารายงานทำให้เขาสงสัยไม่น้อย เนื่องจากว่าคุณหนูตระกูลม่อได้เดินทางไปดูนาเกลือิญญาของทางตระกูลหลังจากเธอไม่ได้เคลื่อนไหวเป็เวลา 1 เดือนเต็มนับั้แ่มีการสังหารหมู่เกิดขึ้น
เ้าเมืองชุยฉานยังไม่รู้ว่าคุณหนูตระกูลม่อจะทำสิ่งใดต่อจากนี้ เขาจึงมองไปยังเงาของเสาที่อยู่ข้างๆเพื่อให้คนไปจับตาดูคุณหนูตระกูลม่อเอาไว้สักเล็กน้อย
เขาไม่สามารถเมินเฉยต่อการเคลื่อนไหวของตระกูลม่อได้อีกต่อไป เนื่องจากยังไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นภายในตระกูลม่อได้ ผู้รอดชีวิตล้วนลงความเห็นว่าพวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับสาเหตุเหมือนกันทั้งหมด แม้แต่คุณหนูเสวี่ยหรงเชื้อสายของตระกูลม่อคนสุดท้ายที่รอดชีวิตก็ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกัน
การจับตาดูในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อหาสาเหตุการสังหารหมู่เท่านั้น เขา้ารู้ด้วยว่าตระกูลม่อจะสามารถเปิดโรงเกลือิญญาได้อีกครั้งหรือไม่ เนื่องจากว่าทวีปของพวกเขาพึ่งเกลือิญญาจากตระกูลม่อ การสังหารที่เกิดขึ้นทำให้เกลือิญญาในท้องตลาดลดลง
เกลือิญญาที่หาได้ต่อจากนี้ล้วนแล้วมาจากธรรมชาติไม่ใช่การผลิตขึ้น ในอนาคตมันจะกลายเป็สิ่งขาดแคลนและมีราคาสูง เขาจึงให้คนตามสืบเพราะถ้าเกลือิญญากลายเป็สิ่งหายาก ไม่ใช่เขาคนเดียวที่เดือดร้อน ชาวบ้านทั่วทวีปจะเดือดร้อนเช่นเดียวกัน เนื้อปีศาจที่เคยกินได้เพราะใช้เกลือิญญาลบล้างพิษออกไปจะกลายเป็สิ่งที่ผู้คนไม่สามารถกินได้
“ คุณหนูเ้าคะ ได้เวลาทานอาหารแล้วเ้าค่ะ ”
ยี่ยี่เดินมาปลุกคุณหนูให้ออกจากภวังค์หลังจากนั่งคนเดียวมาเป็เวลานานจนพระอาทิตย์ตกดิน
เสวี่ยหรงที่กำลังคิดหลายสิ่งหลายอย่างจึงออกมาจากความคิดของตนแล้วเดินไปยังห้องครัวเพื่อกินมื้อค่ำ อาหารบนโต๊ะที่จัดวางอย่างประณีตหน้าตาคล้ายกับมื้อเช้าที่เธอพึ่งกินไป อาหารหลายอย่างเป็ผัดผักและซุปที่มีเพียงเนื้อชิ้นเล็กๆ
เธอไม่ได้สังเกตมื้อเช้าดีนักเพราะคิดว่าอาหารที่กินเข้าไปคงจะเป็อาหารที่บ้านแต่ละหลังกินเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้อาหารแต่ละอย่างที่วาง มันได้สะท้อนหลายอย่างหลังจากเธอมีข้อมูลของตระกูลม่อ
อาหารที่เน้นผักและซุปที่มีเพียงเนื้อชิ้นเล็กๆ ทำให้เธอรู้ว่าการเงินของตระกูลย่ำแย่กว่าที่แม่นมหลิงเล่าให้ฟัง แผนการณ์ที่กำลังจะเริ่มคงต้องขายร้านค้าตระกูลม่อทิ้งเพราะมันเป็ทางเดียวที่จะทำให้เธอมีเงินไว้ต่อยอด
“ นั่งสิ ”
แม่นมหลิงและยี่ยี่แสดงท่าทางประหม่าเช่นเดิม ทั้งสองยังคงต้องนั่งกินข้าวกับคุณหนูต่อไป ครั้งนี้น่าใกว่ามื้อเช้าเพราะคุณหนูตักหลายอย่างให้กับพวกเธอจนต้องกินเยอะกว่าเดิม
เสวี่ยหรงที่เห็นว่าทั้งสองพยายามปรับตัวให้เข้ากับบุคลิกของเธอได้แล้วนั้น เธอจึงทบทวนสิ่งที่คิดขึ้นได้ระหว่างนั่งอยู่ใต้ต้นท้อ
จากการสำรวจทรัพย์สมบัติของตระกูลม่อ กิจการทั้งหมดของตระกูลไม่สามารถรื้อฟื้นหรือเปิดทำการได้อีกต่อไป จำเป็ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่หากจะทำให้มันกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
ร้านค้าตระกูลม่อถูกปล้นและเผาทำลายจนกลายเป็บ้านร้าง นอกจากนั้นแล้วความรู้เื่ยันต์ของตระกูลยังถูกเผาและถูกคนรับใช้ในตระกูลขโมยออกไปไม่มีเหลือ การจะเปิดร้านยันต์ในตอนนี้จึงเป็ไปไม่ได้
โรงงานนาเกลือิญญาก็เช่นเดียวกัน แม้ผืนดินตรงนั้นจะยังคงเป็ของตระกูลม่อ มันกลับไม่สามารถผลิตเกลือิญญาขึ้นมาได้เพราะค่ายกลอาคมที่ตระกูลม่อติดตั้งเอาไว้ถูกทำลาย จนไม่สามารถบังคับให้น้ำจากทะเลตกผลึกกลายเป็เกลือิญญา
กิจการทั้งสองถูกทำลายราบ เธอจึงต้องคิดหาเส้นทางใหม่เพื่อหาเงิน
การเอาชีวิตให้รอดในโลกแห่งนี้ เสวี่ยหรงได้ให้ความสำคัญกับเงินเป็อันดับ 1 นอกจากจะทำให้ชีวิตดีขึ้น มันยังเป็บันไดไปสู่อำนาจและสามารถใช้เปิดเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ให้ก้าวหน้าขึ้นได้
กิจการที่เธอคิดจะเปิดขึ้นใหม่จึงเป็การทำน้ำหอม เดิมทีเธอวางแผนจะทำสบู่ขึ้นมาขายเหมือนตัวเอกในหลายๆเื่
การเดินทางไปยังร้านค้าตระกูลม่อใน่เช้าเธอเห็นสบู่วางขายอยู่ข้างทาง หมายความว่าผู้คนในยุทธภพสร้างสิ่งนี้ได้แล้ว เธอจึงคิดจะเปลี่ยนมาสร้างน้ำหอมแทน
“ แม่นมหลิงรู้จักน้ำหอมหรือไม่ ”
แม่นมหลิงทำหน้าสงสัย เธอไม่รู้จักน้ำหอม แต่ถ้าหากเป็ถุงหอมเธอรู้จักเป็อย่างดีจึงปลดมันออกมาจากเอวให้คุณหนูดู
เสวี่ยหรงเห็นถุงหอมที่ผู้หญิงมักพกติดตัวเพื่อเพิ่มเสน่ห์ เธอจึงอธิบายเกี่ยวกับน้ำหอมให้แม่นมหลิงและยี่ยี่ฟัง ทั้งสองส่ายหน้าเพราะยังไม่เคยเห็นน้ำที่สามารถส่งกลิ่นหอมอย่างที่คุณหนูอธิบายให้ฟัง
“ ดีล่ะ เรามาทำน้ำหอมขายกัน ”
แม่นมหลิงเบิกตาโตหลังจากรู้ว่าคุณหนูจะสร้างสิ่งที่เรียกว่าน้ำหอมออกมาขาย เธอไม่รู้จักสิ่งนี้ต่อให้จะฟังคำอธิบายแล้วก็ตาม มันเป็น้ำที่น่าจะสร้างขึ้นมาได้ยาก เธอจึงคิดว่าความหวังของคุณหนูอาจจะพังลงได้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามเพราะการที่คุณหนูกลับมามีแรงสู้ต่อหลังจากที่สูญเสียคนสำคัญนับว่าเป็เื่ที่น่ายินดี หากจะล้มอีกครั้งเธอก็จะอยู่ข้างๆ
ยี่ยี่ทำสีหน้าดีใจเมื่อรู้ว่าคุณหนูกำลังจะสร้างกิจการขึ้นมาใหม่ แต่เธอต้องเก็บความดีใจเอาไว้ก่อนเพราะคุณหนูสั่งเก็บเป็ความลับห้ามไม่ให้บอกผู้อื่น
“ ข้าขอตัวก่อน ”
ยี่ยี่เดินทางไปส่งคุณหนูเข้านอนจากนั้นก็รีบกลับมาเก็บโต๊ะช่วยแม่นมหลิงแล้วล้างถ้วยจานเป็งานสุดท้ายก่อนจะเข้านอนเช่นเดียวกัน ภายในใจของเธอรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เธออยากจะเห็นน้ำที่มีกลิ่นหอมของคุณหนูเร็วๆ
“ คุณหนูเ้าคะ ถ้าทำได้ข้าขอสักขวดได้หรือไม่เ้าคะ ”
เสวี่ยหรงที่กำลังมองหมอนแข็งๆของตนเองได้หันหน้าไปยังบานประตู สาวรับใช้ของเธอยังไม่เข้านอนแต่กลับมากระซิบเบาๆให้เธอได้ยินเสียง
“ ไปนอนได้แล้วยี่ยี่ ข้าจะทำให้เ้าเป็สาวใช้ที่ตัวหอมที่สุดเลยคอยดู ”
“ เ้าค่ะคุณหนู ”
เสวี่ยหรงได้ยินเสียงเท้าวิ่งจากไปไกล เธอไม่สามารถแก้ไขหมอนไม้ทรงสี่เหลี่ยมแข็งๆตรงหน้าได้จึงตัดสินใจนอน วันนี้เธอรับข้อมูลหลายอย่างเกินไปจนทำให้รู้สึกเหนื่อย ไว้พรุ่งนี้เธอจะเริ่มแผนการตามที่คิดเอาไว้
จากการนั่งใต้ต้นท้อเธอวางแผนเอาไว้ว่าภายใน 1 เดือนนี้ก่อนที่พลังมารจะปรากฎ เธอจะสร้างน้ำหอมให้ได้แล้วจากนั้นเธอจะหาทางเข้าไปตีสนิทกับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่สาขาเมืองชุยฉาน มันเป็ทางเดียวที่จะทำให้เธอได้เงินก้อนใหญ่ก้อนแรก แต่การจะเข้าไปขายน้ำหอมไม่ใช่เื่ง่าย เธอจึงต้องใช้แรงจูงใจบางอย่างให้โรงเตี๊ยมตระกูลไป่เข้าหาเธอแทน
ตามเนื้อเื่ของนิยายมีเหตุการณ์ที่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ต้องสังหารหญิงคณิกาไปเป็จำนวนมากเพื่อหยุดการแพร่เชื้อที่ไม่รู้จัก ผู้คนเรียกมันว่าเชื้อกินคน
ภายหลังที่เนื้อเื่่แรกจบลง กองกำลังที่ถูกส่งมาเมืองชุยฉานสามารถรักษาโรคร้ายนี้ได้ มันไม่ใช่โรคร้ายแต่เป็การรับพิษจากปราณปีศาจเข้าไปในร่างกาย ทางรักษาทำได้ง่ายดาย แค่ขจัดปราณปีศาจออกจากร่างเขาผู้นั้นแล้วรักษาด้วยการกินสมุนไพรบำรุงปกติก็กลับมามีชีวิตได้
เสวี่ยหรงคิดจะใช้สกิลปัดเป่าดึงดูดโรงเตี๊ยมตระกูลไป่แล้วจากนั้นเธอจะนำน้ำหอมไปขายให้กับหญิงคณิกา การผลิตในจำนวนจำกัดสามารถเรียกราคาที่สูงได้ การคบค้ากับโรงเตี๊ยมตระกูลไป่จึงเป็จุดแรกที่เธอคิดว่าเหมาะสมที่สุดที่จะหาเงินก้อนโตก้อนแรกมาต่อยอดทำกิจการอย่างอื่น
ร้านค้าตระกูลม่อและโรงเกลือิญญาคงต้องหยุดเอาไว้ก่อน เพราะเธอไม่มีความรู้ความเข้าใจในเื่ยันต์ของตระกูล ต่อให้ม่อเสวี่ยหรงจะเป็คุณหนูของตระกูลนี้ ตามเนื้อเื่เธอเป็หญิงสาวแสนซนคนหนึ่งที่ไม่ได้ร่ำเรียนวรยุทธ์ ตำราของทางตระกูลจึงเป็เหมือนของเล่นที่เธอนำไปซุกซ่อนจากพี่ๆของเธอ.