08-คุณหน้าเหมือนเนื้อคู่ฉันเลยค่ะ
หลังจากที่ลลิตาเมาสภาพร่อแร่แทบหลับคาโต๊ะ โรสรินกับยุทธก็ช่วยกันหิ้วปีกเธอกลับมานอนที่ห้อง โชคดีที่งานเลี้ยงบรรดาผู้บริหารกลับเข้าที่พักกันแล้ว เหลือแต่หัวหน้างานพนักงานที่เข้าร่วมครั้งนี้อยู่กันประปราย เลยไม่ต้องมานั่งหาข้อแก้ต่างกับความอับอายครั้งนี้ หรือบางทีคนที่เหลืออาจเริ่มกรึ่มๆ แล้วเช่นกัน เลยไม่มีใครสนใจทั้งสามคน
“เห็นซื่อๆ เชื่อฟังคำสั่ง เป็เด็กดีมาตลอดงี้ แอบร้ายเหมือนกันนะครับเด็กคุณโรสเนี่ย”
“เด็กชั้นคนเดียวรึไง ตอนพรีเซนต์โปรเจกต์ไม่ใช่คุณยุทธเหรอคะที่ยืดอกบอกว่าเทรนเธอมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ”
“เอาน่า พามาแล้วก็รับผิดชอบร่วมกันครับ แหะๆ” ยุทธกับโรสรินเองก็เริ่มจะโบ้ยกันไปมาแล้ว ว่าลลิตานั้นเป็เด็กเทรนของอีกฝ่าย แต่ใดๆ ก็ต้องส่งหญิงสาวให้ถึงห้องพัก สวัสดิการนอกจากที่ทำงาน การทำงานนอกสถานที่ก็มีการเปิดห้องให้พนักงานแบบส่วนตัวเช่นกัน สามารถเลือกได้ว่า้าพักคนเดียว
แล้วครั้งนี้ทั้งสามคนก็เปิดห้องพักส่วนตัวคนละห้อง อยู่โซนใกล้งานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย บรรยากาศริมทะเลกับที่พักสุดไพรเวท ต่างคนต่างมีความคิดอยากพักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจบงานนี้ เมื่อส่งโรสรินถึงห้อง ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับเข้าที่พักของตนเอง
แต่คนที่เขาอุตส่าห์หอบหิ้วมาไว้ถึงห้องแล้ว กลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นมา อาการคล้ายยังไม่สร่างเมา ลลิตาเดินออกจากห้องพักแบบอึนๆ หญิงสาวเดินเลียบออกมาตามทางเดินลงสู่ชายหาด แววตามองท้องทะเลมืดมิดยามค่ำคืนอย่างไร้จุดหมาย
“แม่กับยายน่ะ เคยมาทะเลกันแล้วยังจ๊ะ ตอนนี้หนูอยู่ริมหาดเลยนะ อ้อ แม่เคยพาลิ้นจี่มาแล้วเนอะ ตอนนั้นหนูอยู่ป.2...” คนพูดหยุดชะงัก นั่งลงบนหาดทราย ลมพัดปะทะใบหน้าหวาน แต่รอยยิ้มที่ปรากฏนั้นดูฝืดฝืน การเมาทำให้สติสัมปชัญญะลดน้อยลง ความพยายามทำให้จิตใจของคนเมาเป็ปกตินั้นยากตามไปด้วย แล้วสิ่งที่ถูกกดไว้ไม่เคยแสดงออกให้ใครรับรู้ก็ค่อยๆ พรั่งพรูออกมาเช่นกัน
“ตอนที่เราอยู่กันพร้อมหน้ามีลิ้นจี่ แม่ แล้วก็พ่อ ตอนนั้นพ่ออบอุ่น ใจดีกับเรามาก แต่ก็แค่นั้น หลังจากวันที่เขาทำแม่ร้องไห้ เขาก็ทำให้ลิ้นจี่เจ็บด้วย แม่ไม่รู้หรอกว่าแม่ไม่ได้นอนร้องไห้คนเดียว เราต่างก็นอนร้องไห้หลับไปด้วยกัน ถึงเราจะออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้ว เวลาที่แม่แอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวตอนที่ลิ้นจี่ต้องไปทำนั่นทำนี่ไม่ได้หยุด ไม่ได้เที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนๆ แม่อย่าโทษตัวเองเถอะว่าเลี้ยงลูกสาวคนนี้ได้ไม่ดีพอ แต่ที่ลิ้นจี่ทำทุกอย่างก็เพราะเืครึ่งตัวของหนูมันเป็ของผู้ชายคนนั้นด้วย หนูแค่อยากระลึกไว้ตลอดว่าที่ต้องลำบากเพราะเขาทอดทิ้งเรา อยากให้ตัวเองเหนื่อยแล้วหลับไป อยากมีทุกอย่างจากหยาดเหงื่อของตัวเอง ฮือๆๆๆ”
ความอัดอั้นตันใจของลูกสาวที่เคยถูกโอบอุ้มแล้วถูกทอดทิ้งเป็ยังไงเธอเข้าใจดี บางทีคนที่กำพร้า จำไม่ได้ ไม่เคยรับรู้ว่าหน้าพ่อแม่เป็ยังไง บางทีอาจเศร้าเสียใจน้อยกว่าคนที่เคยได้รับ แต่วันหนึ่งกลับขาดหายไป
หญิงสาวจากนิ่งอยู่ ก็ค่อยๆ ไหลตัวไปตามพื้นหาด แล้วหลับไป ั้แ่ลลิตาเดินเหมือนร่างไร้ิญญาลงมาถึงชายหาดอยู่ในโสตรับรู้ของรังสรรค์ เขาเฝ้าระวังพฤติกรรมของเธอ กลัวว่าจะเป็ประเภทเมาแล้วเดินละเมอลงน้ำไป ถึงเขาไม่ใช่คนมีน้ำใจอะไร แต่คงไม่ด้านชาถึงขั้นดูคนตายไปต่อหน้าต่อตา ผิดคาดที่เธอเมาแล้วก็มาพูดๆๆ ระบายความในใจ ได้ปลดปล่อยแล้วก็หลับไปทั้งอย่างนั้น เขาจึงเดินเข้าไปกะปลุกให้รู้เื่ จะได้พาไปส่งถูกที่ แต่ก็สะดุดกับป้ายที่ห้อยคอของเธอ ป้ายพนักงานบริษัทเขา?
ความจริงแล้วรังสรรค์ต้องเข้ารับฟังการประชุมครั้งนี้ แต่ถูกปวริศา รุ่นน้องที่เขาตามจีบั้แ่สมัยเรียนเมืองนอกดึงดูดความสนใจ เธอโทรมาขอให้เขาพาไปทานข้าวเที่ยงร้านอาหารระดับมิชลินที่เปิดใหม่ บังเอิญร้านอยู่ใกล้กับที่จัดการประชุมพอดี ระหว่างผู้หญิงกับงาน เห็นชายหนุ่มหน้านิ่งจริงจังกับงานแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเลือกผู้หญิง!
สำหรับรังสรรค์แล้วปวริศาแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ แม้จะถูกพ่อเขม่นมองแรงก็ตาม เขาต้องทำเมินไม่สนใจไว้ แล้วส่งเ้าลักษณ์น้องชายต่างแม่ที่พ่อดันเมาแล้วไปพลาดทำเด็กในบ้านท้องเมื่อยี่สิบปีก่อน บ้านแทบแตกตอนแม่รู้เข้า แต่ทั้งสองแม่ลูกนั้นก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อน ไม่เรียกร้องอะไร แม่เขาเลยใจอ่อน เอ็นดูมันมากด้วย เขาก็มองมันเป็น้องชายคนหนึ่ง ไม่ได้อคติอะไร ทุกวันนี้เลยอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่กว่าปกตินิดหน่อย
แน่นอนว่าหลังมื้ออาหาร ต้องมีต่อด้วยค็อกเทลเบาๆ กับบรรยากาศริมทะเล จิบไวน์ไป มองตากันไป ปวริศาเริ่มหน้าแดง เธอยิ้มเขินอายกับสายตาคมกล้าที่สื่อความรักและพร้อมยกย่องเธอเหนือผู้หญิงคนอื่น
“เรารู้จักกันมานาน ั้แ่สมัยเรียนเมกาแล้วนะครับปูเป้” รังสรรค์เริ่มหวนรำลึกความหลังกับหญิงสาวในดวงใจ
“ค่ะ ตอนนั้นพี่ตั้งดื้อมาก หัวนี่แทบจะเป็สีรุ้ง เดือนนึงไม่รู้สระผมบ้างมั้ย” ปวริศายิ้มขำๆ เมื่อนึกถึงสภาพเขาที่เธอได้เจอครั้งแรก
“โถ่ววว คนเราก็ต้องมียุคมืดกันบ้าง มันคือสีสันชีวิต ใครจะเหมือนน้องเป้ล่ะ วันแรกที่เจอสวยยังไง ตอนนี้ก็ยังสวยไม่เปลี่ยน พี่จะนึกว่าเราหยุดเวลาได้แล้วนะ” รังสรรค์ไม่วายหยอดมุกเลี่ยนๆ จีบเธอ สาบานว่าเขาไม่เคยไปเที่ยวจีบใครแบบนี้ ปวริศาเป็คนแรกที่ได้สิทธินั้น
“พี่ตั้งก็ พูดเว่อร์ไป เป้ไม่ใช่แม่มดนะคะ เวทมนต์อะไรแบบนั้นจะมีได้ยังไง เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็สวยหล่อเพราะเข้าคลินิกกันทั้งนั้น คิกคิก” ปวริศาร่าเริง และเปิดเผย เธอพูดแล้วก็หัวเราะคิกคักขยิบตาท้ายประโยค เรียกรอยยิ้มขบขันให้ชายหนุ่มที่ปกติจะเครียดแต่กับงานอยู่เสมอให้ผ่อนคลายตาม
จู่ๆ ก็มีเสียงบรรเลงไวโอลินเพลงโปรดของหญิงสาวดังขึ้น เธอมองหน้ารังสรรค์อย่างค้นคว้า เขายิ้มและพยักหน้า ดอกกุหลาบช่อโตจากบริกรถูกส่งให้ชายหนุ่ม
“ดอกไม้สวยๆ สำหรับคนสวยๆ อย่างน้องเป้ เป็แฟนกันนะครับ” รังสรรค์ยิ้มอบอุ่น ในใจก็คิดว่าไม่ได้เป็แฟนคราวนี้ จะไปได้วันไหนอีกวะไอ้ตั้ง ชายหนุ่มหมายมาด
“รับดอกไม้ ส่วนคำขอเป็แฟน เป้ว่าเราค่อยเป็ค่อยไปกันดีกว่านะคะ ฟอดดด ดอกไม้สวย และหอมมากค่ะ ขอบคุณพี่ตั้งมากๆ ค่ะ” สาวสวยรับดอกไม้ แต่ยังปฏิเสธการขอเป็แฟนจากเขาอยู่ และนี่เป็ครั้งที่ 3 แล้ว เขามักขอเธอเป็แฟนด้วยสถานการณ์ที่คิดมาดีแล้วว่าผู้หญิงต้องชอบ แต่สุดท้ายก็แห้วอีกตามเคย
“ไม่เป็ไรครับ น้องเป้ไม่ต้องกดดัน พี่รอได้เสมอ เราค่อยเป็ค่อยไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพี่จริงใจกับเราจริงๆ” รังสรรค์แม้จะผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเขาไม่พอใจที่เธอปฏิเสธเขาอีกแล้ว นั่นทำให้หญิงสาวโล่งใจ ส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ก้มมองดอกกุหลาบในอ้อมแขนด้วยแววตาพอใจ
ปวริศาเป็ลูกสาวกลุ่มบริษัทร้านอาหารหลายสาขาทั่วประเทศ กำลังอยู่ใน่ศึกษางาน การตระเวนชิมร้านอาหาร ศึกษาแนวโน้มของตลาดจึงเป็สิ่งหนึ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว ความสวยสง่า เป็สาวสังคมแนวหน้าของประเทศ สะกดสายตาของทุกคนเสมอเมื่อไปที่ไหน เธอจึงค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง
ภายใต้ความเปิดเผย และสดใสนั้น ใครจะรู้ว่าแท้จริงเธอแสนเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ ชอบเอาชนะเป็ที่สุด ยิ่งอะไรที่เธอรู้สึกเป็ผู้ควบคุม เธอจะมีความสุขกับมันมาก การที่ผู้ชายเข้ามาจีบ แข่งขันกันแสดงความรัก ความจริงใจมอบให้เธอก็เช่นกัน หญิงสาวเชื่อว่าคนไหนที่อดทน และทุ่มเทให้กับเธอได้มากที่สุด คนนั้นถึงจะคู่ควรกับเธอ
ั้แ่่เย็นจนหัวค่ำรังสรรค์นั่งเงียบๆ ริมหาดคนเดียว จิบเบียร์ย้อมใจจากการถูกปฏิเสธมาหลายครั้งจากหญิงสาวคนเดิม ถึงตอนนี้เขาได้หอบหิ้วหญิงสาวอีกคนเข้ามาในห้องของตัวเอง หลังจากเห็นเธอเมาร้องไห้จนหลับอยู่หน้าหาดใกล้ทางเข้าโรงแรม พอเห็นป้ายที่คล้องคอเธออยู่ จิตสำนึกบอกเขาว่าต้องรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถ้าเป็ผู้ชายเขายังพอทำใจปล่อยให้นอนอยู่นั่นยันเช้าได้ แต่กับผู้หญิงเขาก็รู้สึกทิ้งไม่ลง ไม่รู้ทำไมถึงไม่ไปโยนเธอให้พนักงานโรงแรมเปิดห้อง ดูแลลูกค้า หาคนรับผิดชอบกันเอาเอง จุดนี้เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“เห็นตัวเล็กๆ แต่ตัวหนักชะมัด นี่เป็ผู้หญิงจริงปะวะ ฟุบ! ฟู่ววว” แค่แบกมาจากหน้าหาดก็เล่นเอาเหนื่อยหอบได้ เขาไม่สนใจคนนอนฟุบบนโซฟาตัวใหญ่ และไม่ให้เธอได้นอนบนเตียงเขาเด็ดขาด หลังจากนั้นร่างสูงโปร่งก็หนีเข้าห้องน้ำไป
เมื่อรังสรรค์อาบน้ำเสร็จ เขาออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพผ้าขนหนูพันท่อนล่าง ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกน้ำ หยดน้ำเกาะพราวทั่วแขนขา และซิกแพค สะท้อนเล่นกับแสงไฟพราวระยับ เขาเดินมาหยุดที่หน้าโซฟา ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งนอนอยู่
“นี่คุณ! ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน คุณพักอยู่ที่ไหน ผมจะ...เห้ย!” เดิมทีรังสรรค์้าปลุกให้เธอตื่น คิดว่าคงเริ่มสร่างเมาบ้างแล้ว จะได้พาไปส่งห้องพักของเธอ แต่ใครจะคิดว่าคนเมาจู่ๆ ก็ลุกพราดพราดขึ้นมา ลลิตาเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น หยี่ตาจากแสงไฟที่จ้าภายในห้อง พอเริ่มคุ้นชินดวงตากลมโตก็มองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เขายืนย้อนแสง ทำให้ไม่เห็นหน้าตา แต่แค่เค้าโครงก็รู้ได้ว่าเป็คนรูปร่างดีมาก
ขณะที่รังสรรค์เองเมื่อเห็นหน้าลลิตาชัดๆ ยัยนี่หน้าหวานมาก คุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก แววตาเธอทั้งกลมโต มีน้ำคลอดูฉ่ำปรือ สั่นะเืใจคนมองอย่างเขาได้มากจนน่าใ
“คุณเป็เทวดารึป่าวคะ หึ ไม่ใช่หรอก ฉันยังไม่ตายซะหน่อย แต่ว่า...” ลลิตาค่อยๆ ชันเข่าบนโซฟาขึ้นมามองหน้าของรังสรรค์ใกล้ๆ
“ใช่แล้ว คุณหน้าเหมือนเนื้อคู่ฉันเลยค่ะ!” หญิงสาวยิ้มดีใจ ผู้ชายคนนี้เหมือนรังสรรค์มาก แต่เธอนอนหลับอยู่นี่นา ตอนนี้เป็ฝันดีชะมัด สะลึมสะลือคิดได้ดังนั้น เธอก็โถมตัวเข้าใส่ผู้ชายตรงหน้า กอดหมับเข้าไปเต็มรัก งือออ กล้ามเย็นๆ เนื้อแน่นตึงเปรี๊ยะของผู้ชายนี่มันฟินอ่ะ! ทิ้งให้คนที่ถูกลวนลามได้แต่มึนงง เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันนะ ที่ดันลากยัยนี่ขึ้นห้องมาด้วย!
ลลิตายกมือเรียวเล็กที่สากนิดๆ จากการทำงานมาตลอดหลายปีของเธอขึ้นมาลูปหน้าของรังสรรค์ ท่าทางหื่นกามจนทำเอาชายหนุ่มขนลุกซู่ ไหนจะคำพูดสุดเฉิ่มนั่นอีก อะไรนะ ‘คุณหน้าเหมือนเนื้อคู่ฉันเลยค่ะ’ หึ! ยัยนี่เมาได้เรื้อนมาก แต่ไม่จบแค่นั้น ลลิตายังโน้มใบหน้าหล่อเหล่าให้เข้ามาใกล้กับเธอ ส่งริมฝีปากประกบริมฝีปากกันอย่างนุ่มนวลแ่เบา แล้วแปรเปลี่ยนเป็เร่าร้อน ทั้งคู่ต่างถูกรสชาติจูบหอมหวานเนิบช้า เผ็ดร้อนหนักหน่วงดึงดูดกันและกัน นัวเนียจนเกิดอารมณ์
__________
เอาว่ะ! เจอปุ๊บจับจูบปั๊บ ละยังไง ไปต่อยาวๆ เลยมั้ย 5555+ ส่วนอิพ่อจะได้กินั้แ่การเจอกันครั้งแรกเลยมั้ย แกจะเอาเลยเหรอตั้ง!