"นายท่าน"เจสที่เป็นผู้ติดตามของจูนลุกขึ้นทันทีที่เห็นออสเดินมากับผู้อำนวยการ
"คุณเจสใช่ไหมครับ"ออสทักขึ้นเช่นกันเขาจำได้ว่าจูนเคยเรียนชื่อสาววัยสามสับต้นๆคนนี้ตอนที่เจอกันครั้งแรก
"ค่ะ"
"แล้วจูนหละครับ"ออสถามเมื่อมองรอบแล้วไม่เห็นเธอ
"คุณหนูออกไปทำธุระข้างนอกค่ะคงกลับมาช่วงค่ำๆเลย คุณจะให้ตามเธอกลับมาก่อนไหมคะ"
"ไม่ต้องหรอกครับ ผมแวะมาดูคุณนพมาศ"ออสตอบกลับเจสเขาเองก็อยากเจอสาวน้อยน่ารักคนนั้นเหมือนกันแต่ถ้าทางโน้นกำลังทำธุระอะไรอยู่เขาก็คิดว่าไม่ต้องไปกวนดีกว่า
"แล้วเป็นยังไงบ้าง"
"เรียบร้อยดีค่ะ คุณหนูพึ่งคุยกับคุณหมอไปว่าประมาณสัปดาห์หน้าจะย้ายไปรักษาตัวต่อที่เมืองหลวงแล้วเพราะคุณต้องไปรายงานตัวเรื่องเรียนมหาวิทยาลัย"
นั่นสิจูนเองก็อายุเท่าเราถ้างั้นก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน แล้วนี่รายงานตัวอาทิตย์หน้าแบบนี้หรือจะเรียนที่เดียวกัน
"แล้วจูนเรียนต่อที่ไหน"
"มหาวิทยาลัยครอสค่ะ"
นั่นไงที่เดียวกันจริงๆด้วย ออสคิดก่อนหันไปมองด้านในห้องพักดูเหมือนแม่ของจูนก็หลับอยู่ออสเลยตัดสินใจไม่กวน
"งั้นขอให้หายไวไวนะครับผมไปละ"
"ขอบคุณค่ะ จะบอกคุณหนูให้นะคะว่าท่านแวะมา"
"อ่ะ คุณออสใช่ไหมครับ"
"ใช่ครับ"
หลังจากที่ไปเยี่ยมทั้ง2คนตามความตั้งใจแล้วผู้อำนวยการก็อาสาที่จะพาเดินชมโรงพยาบาลตอนที่เดินผ่านห้องผ่าตัดนั้นเองก็มีชายใส่ชุดผ่าตัดเดินออกมาก่อนถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วปาดเหงื่อ แต่พอเห็นออสเขาก็ทักทายทันที
"อาจารย์พึ่งจะผ่าตัดเสร็จหรอครับ"
"ใช่ คนไข้จากดินถล่มนั่นแหละผ่านมาสามสี่วันแล้วแท้ๆพอจัดการพวกที่อาการหนักเสร็จก็ต้องมาไล่รักษาคนที่อาการไม่หนักมากนี่ยังอีกหลายคนเหมือนกันที่ยังไม่เรียบร้อย"
เหตุการณ์ดินถล่มนั้นถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่เลยทีเดียวเพราะมีผู้บาดเจ็บหลักร้อยทางโรงพยาบาลเลยต้องจัดให้หมอช่วยเหลือคนที่ฉุกเฉินมากก่อน แล้วค่อยๆทยอยรักษาคนที่บาดเจ็บไม่มากและยังพอจะทนรอได้ทีหลัง ไหนจะคนไข้อื่นๆที่เข้ามารักษาตามปกติอีก
ชายตรงหน้าออสนั้นดูอายุน่าจะสักห้าสิบต้นๆดูท่าทางเหมือนคุณลุงใจดี อายุของชายคนนี้ถือว่ามากกว่าผู้อำนวยการมากทีเดียว แล้วการที่เขาเข้ามาทักออสก่อนทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันออสเลยเดาว่าน่าจะเป็นคนของอิกดราซิลแน่ๆ
ใช่หรือป่าวนะ หลังจากคิดออสก็ถามออกไปทันที
"ใช่กรรมการตินรึเปล่าครับ"
"ใช่ครับ ผมยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษเลย ก่อนหน้านี้ถ้าผมกำชับให้ดีกว่านี้คงไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น"
"ไม่เป็นไรหรอกคุณตินเองก็คงคิดไม่ถึงว่าอยู่ดีดีจะมีคนมาสลับหัวใจแบบนั้น อีกอย่างถ้าไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แม่ของจูนก็ไม่รู้จะได้หัวใจใหม่ตอนไหน
"ไม่่เลยครับที่คุณสั่งให้เอาหัวใจจากนักโทษประหารที่ไม่ได้บริจาคร่ายกายแทน จริงๆแล้วคุณปิยะพ่อของคุณหนูจูนเองก็ทำได้ เพียงแต่เขาน่าจะมองว่าภรรยาเขายังรอได้เลยไม่ได้ทำแถมการผ่าตัดหัวใจมันก็น่ากลัวด้วยถ้ายืดเวลาได้ก็คงไม่อย่ารีบให้ผ่ามั้งครับ"
พ่อของจูนคือceoธนาคารฟินิกส์ประจำประเทศนี้ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและใหญ่ที่สุดในโลกนี้อีกด้วยโดยตัวธนาคารนั้นมีสาขาหลักอยู่ที่อาณาจักรเชน
ช่วงเวลาว่างนั้นออสได้คุยกับวิสหลายอย่างซึ่งเขาเองก็ได้รู้ว่าอิกดราซิลนั้นได้กำหนดให้ประธานกรรมการบริหารหรือceoของธนาคารฟินิกส์ในแต่ละประเทศคือผู้นำของอิกดราซิลในประเทศนั้นๆนั่นหมายถึงพ่อของจูนมีอำนาจในประเทศนี้รองจากปู่ของออส มือขวาของปู่อย่างพ่อบ้านชุน แล้วก็ตัวออสเท่านั้น
"แต่เรื่องแบบนี้ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีไม่ใช่หรอครับ"
"ใช่ในทางการแพทย์นะ แต่ในชีวิตจริงพอพูดว่าผ่าตัดคนเราก็ต้องกลัวอยู่แล้วขนาดหมอถ้าจะโดนผ่าซะเองยังกลัวเลยเพราะงั้นถ้ายื้อได้ก็คงอยากจะยื้อออกไป"
งั้นทำไมถึงต้องมาแย่งสลับหัวใจคนอื่นไปหละแบบนั้นเอาจากนักโทษยังจะดีกว่าเพราะยังไงพวกนั้นก็ต้องตายอยู่แล้ว
เหมือนรู้ว่าออสคิดอะไรกรรมการตินเลยพูดต่อทันที
"ต้องเข้าใจด้วยนะครับว่าการที่เราอยากได้อะไรสักอย่างแต่เราต้องไปควานหาเองโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเจอตอนไหนมันต่างกับการที่อยู่ดีดีก็มีคนชี้บอกให้เลยว่าของที่เราต้องการมันอยู่ตรงไหน แถมของชิ้นนั้นยังมีจำกัดอีก ยังไงมันก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว"
ก็จริงถึงจะมีอำนาจแค่ไหนแต่ถ้าโอกาสมาแล้วไม่รีบคว้าเอาไว้ แล้วถ้าเกิดถึงเวลาจะหาแต่หาไม่ได้ขึ้นมาคงได้เสียใจทีหลังแน่ๆ
"แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่หรอครับ"กรรมการตินถาม
"อ่อพอดีคุณออสแวะมาเยี่ยมคนไข้ทั้ง2คนพอเสร็จแล้วผมเลยอาสามาชมโรงพยาบาลของเราหนะครับ จะว่าไปก็เกือบทุกที่แล้วเหลือชั้นบนที่เป็นห้องผู้บริหารก็แค่ห้องทำงานธรรมดาๆเลยคิดว่าไม่ต้องไปก็ได้"
"งั้นผมกลับเลยดีกว่า"ออสเองก็มองเวลามาสักพักแล้วเพราะที่ผู้อำนวยการพาเดินเนี่ยก็เล่นปาไปเป็นชั่วโมงตอนนี้ก็เย็นมากแล้วด้วย เขาเลยคิดว่าออกไปซื้ออาหารเย็นกลับไปกินที่บ้านเลยดีกว่า
พอเดินลงมาชั้นล่างไม่ทันไรก็มีเสียงโวยวายดังลั่นมาจากทางห้องฉุกเฉินพอดีมีพยาบาลเดินออกมาผู้อำนวยการเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น
"ญาติคนไข้โวยวายว่ารอนานค่ะ แต่อาการของคนไข้ไม่ได้ร้ายแรงหมอเลยตัดสินใจให้เขารอก่อนเพราะมีคนไข้ที่มาด้วยอาการที่หนักกว่า แต่พอเราอธิบายก็ไม่ฟังเอาแต่โวยลูกเดียวเลย"พยาบาลที่เดินออกมาพูดด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนักเพราะเธอคือคนที่พึ่งจะปะทะกับญาติคนไข้ ส่วนที่เธอเดินออกมาก่อนก็เพราะรุ่นพี่พยาบาลในห้องฉุกเฉินสั่งให้เธอเดินออกมาเพราะเธอเริ่มจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้ว
"เฮ้อออพวกงี่เง่านี่มีทุกที่จริงๆแฮะ"
"นั่นสิครับงั้นผมขอส่งคุณออสแค่นี้แล้วกันครับยังไงผมก็อยู่ตรงนี้แล้วเลยจะขอเข้าไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น"พอพูดจบเขาก็โค้งให้ออสเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
ออสลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจเดินตามเข้าไป
ต้องเข้าใจก่อนว่าตอนนี้โรงพยาบาลนี้เป็นของอิกดราซิลและทรัพย์สินของอิกดราซิลทั้งหมดในประเทศนี้เป็นของเขา นั่นก็แปลว่าตอนนี้ออสเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเรื่องขึ้นตรงหน้าออสก็อดที่จะเข้าไปดูไม่ได้ดูดี