ตอนที่ 21 ความสัมพันธ์ของพระนางขาดสะบั้น เป็นางเองที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์
เย่เฉินมิใช่ว่าถูกคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินหรอกหรือ
เหตุใดเขาจึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้ หรือว่าเขาหลบหนีออกมากัน
ซูชิงเกอมีคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย
ทว่าเย่เฉินดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กน้อยนี้
หลังจากที่เยี่ยนจี อาจารย์ของเขา ได้ใช้โอสถผสานิญญาที่กู้ฉางเกอเคยมอบให้ไว้ สภาพิญญาที่แตกสลายของนางก็ดีขึ้น จนสามารถช่วยให้เขาหลบหนีออกมาจากคุกใต้ดินได้
ทว่าหลังจากเย่เฉินหลบหนีออกมา สิ่งแรกที่เขาทำกลับมิใช่การหลบหนีออกจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน แต่กลับเป็การมาหาซูชิงเกอที่เรือนพักของเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์
ด้วยความช่วยเหลือของเยี่ยนจี เขาจึงสามารถลอบเข้ามาที่นี่ได้โดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
แต่สิ่งที่ทำให้เย่เฉินประหลาดใจก็คือ ซูชิงเกอที่ปกติจะฝึกฝนบำเพ็ญเพียรอยู่ในเรือนของตน แต่วันนี้นางกลับไม่อยู่ที่นี่
นั่นทำให้เขารู้สึกใจคอไม่ดีนัก เริ่มคิดกังวลฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา
จะเป็ไปได้หรือไม่ว่านางจะถูกกู้ฉางเกอบีบบังคับ จนต้องไปอาศัยอยู่กับเขาแล้ว
ความเ็ปแล่นริ้วไปทั้งหัวใจ เขาเฝ้ารอด้วยความรู้สึกรวดร้าวอย่างแสนสาหัสอยู่เป็นาน
โชคดีที่ในที่สุดเขาก็ได้พบกับนางแล้ว
“ชิงเกอ ่นี้เ้าคงลำบากมิน้อยสินะ...”
เย่เฉินเอ่ยขึ้น แต่แล้วก็กลับเอ่ยพูดต่อไม่ออก
นางมิได้มีท่าทีอ่อนล้าหรือเหนื่อยยากเลยแม้แต่น้อย แต่กลับยังคงงดงามเช่นเดิม
งามพิสุทธิ์ดั่งภาพสะท้อนในสายน้ำ งดงามจนทำให้ใครต่อใครต้องสั่นไหว
เห็นดังนั้นเขาก็ไม่รู้จะเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในใจออกไปอย่างไร
เพราะท่าทางของซูชิงเกอในยามนี้ มิได้ดูเหมือนผู้ที่มีความทุกข์ใจใดๆ เลยสักนิด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็ยังคงขมวดคิ้วมิคลาย มิได้เอ่ยตอบคำถามใด แต่กลับถามกลับขึ้นว่า “เย่เฉิน เหตุใดเ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“เ้าอย่าถามถึงเื่นี้ในยามนี้เลย ข้าไม่มีเวลามามัวนั่งอธิบาย ตอนนี้ข้าจะพาเ้าออกไปจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนก่อน พาเ้าออกไปจากขุมนรกแห่งนี้โดยเร็ว”
เย่เฉินกล่าวพร้อมกับเอื้อมไปจับมือนาง
ในสายตาของเขา ซูชิงเกอต้องถูกบิดาและกู้ฉางเกอบีบบังคับมาโดยตลอด และแม้แต่คนในสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนก็ร่วมมือกันกดดันบีบบังคับนาง
นางมิอาจเลือกทางเดินได้ด้วยตัวเอง
เขาเข้าใจนางดี
ที่นี่ก็เหมือนกรงขัง เป็ขุมนรกสำหรับนาง
นางจะมิมีวันมีความสุขในที่แห่งนี้ได้
คงมีเพียง่เวลาที่ได้ออกไปผจญภัยฝึกฝนร่วมกันกับเขาเท่านั้น ที่นางจะได้เผยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาออกมา
ซูชิงเกอก้าวถอยหลัง หลีกเลี่ยงไม่ให้เย่เฉินแตะต้องััแม้แต่ชายเสื้อของนาง
คิ้วของนางยังคงขมวดมุ่น เอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบแฝงความขุ่นเคือง
“เย่เฉิน ข้าจะไม่ละทิ้งสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนไปไหน เหตุใดเ้าจึงยังไม่เข้าใจเสียที”
“หากเ้าไม่ยินยอมจากไป เช่นนั้นข้าก็จะพาเ้าไปเอง กู้ฉางเกอผู้นั้นบีบบังคับเ้า แต่ตัวข้าจะไม่ทำดั่งเขาเช่นนั้น”
เย่เฉินมิสนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ ดุดัน และเตรียมที่จะใช้กำลังลงมืออย่างเด็ดขาดทันที
ตอนนี้เวลาก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว
เพราะหากถูกผู้าุโของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนพบเข้า การหลบหนีครั้งนี้ก็คงจะทำได้ยากลำบากแล้ว
“เ้าอย่าบีบคั้นให้ข้าต้องลงมือกับเ้าเลย ด้วยเห็นแก่ไมตรีที่เคยมีให้กัน ข้าจะถือว่าเื่ในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“ด้วยพลังของเ้าในตอนนี้ ไม่สามารถประมือกับข้าได้หรอก”
ซูชิงเกอกล่าวด้วยสีหน้าที่กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
นางมีพลังถึงระดับมรรคาเทพ ทรงพลังแข็งแกร่งยิ่งกว่าฉู่เสวียนผู้เป็เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักไท่เสวียนในปัจจุบันเสียอีก
ในขณะที่เย่เฉินมีพลังอยู่เพียงระดับวังิญญาเท่านั้น การจะเอาชนะนางจึงทำได้ยากยิ่ง
หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมา ย่อมเกิดเสียงดังจนดึงดูดความสนใจให้บรรดาผู้าุโมาพบเข้าเป็แน่
“ชิงเกอ ถึงตอนนี้แล้วเหตุใดเ้าจึงยังคงดื้อรั้นไม่ยอมฟังเหตุผลเช่นนี้ หรือว่าเ้าจะถูกกู้ฉางเกอบีบบังคับจนต้องยอมจำนนแล้ว”
เย่เฉินกล่าวด้วยเสียงเจือความเ็ปรวดร้าว เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
ตลอด่เวลาที่เขาถูกคุมขัง ผู้ใดจะรู้ว่าระหว่างซูชิงเกอกับกู้ฉางเกอนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง
ซูชิงเกอกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุณชายกู้มิเคยบีบบังคับข้า ทุกสิ่งล้วนเป็ไปด้วยความเต็มใจของข้าเอง เย่เฉิน เ้าอย่าคิดมากไปเลย แม้ว่าคุณชายกู้จะมิได้เป็คนดีนัก แต่เขาก็หาได้เลวร้ายดังเช่นที่เ้าคิดไม่”
“จนถึงตอนนี้ ข้าก็ยังคงบริสุทธิ์ คุณชายกู้ไม่เคยแตะต้องข้าเลย นี่คือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด”
ยิ่งพูดไป น้ำเสียงของนางก็ยิ่งแฝงไปด้วยความเย้ยหยันตนเอง
“ตรงกันข้าม ข้าเองต่างหากที่มีใจไม่บริสุทธิ์ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาโปรดปราน”
นางตั้งใจที่จะใช้โอกาสนี้ กล่าวความจริงทั้งหมดกับเย่เฉินให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้เขามายุ่งเกี่ยวอีกต่อไป
ข้ามิได้เป็คนดีนักงั้นหรือ
ภายนอกเรือน
กู้ฉางเกอที่กำลังซ่อนตัวชมละครนี้อยู่ด้วยความสนใจ ก็พลันเผยรอยยิ้มแฝงความนัยออกมา
เขามิได้ทำอันใดเลยแท้ๆ แต่กลับต้องมาถูกกล่าวโทษเช่นนี้ได้
แต่จะว่าไปแล้ว ซูชิงเกอก็ประเมินเขาสูงเกินไปหน่อยแล้วกระมัง
คิดเออเองไปได้ไกลเกินจริงเสียจริง
กู้ฉางเกอล่วงรู้ถึงทุกการกระทำของเย่เฉินเป็อย่างดี เขาจึงย่อมรู้ว่าเมื่ออีกฝ่ายออกจากคุกใต้ดินแล้วเขาจะมุ่งหน้าไปเยือนที่ใด
ฉากอันเข้มข้นระหว่างพระนางเื่นี้ เขาเฝ้ารอชมด้วยความคาดหวังมานานแล้ว
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ ซูชิงเกอก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังเลยสักนิด
“ติ๊ง! ความสัมพันธ์ของพระนางขาดสะบั้น เย่เฉินสูญเสียค่าวาสนาไป 50 แต้ม ท่านได้รับค่าชะตา์เพิ่มขึ้น 250 แต้ม”
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น ทำให้รอยยิ้มของกู้ฉางเกอยิ่งกว้างขึ้นกว่าเก่า
เย่เฉินเอ๋ยเย่เฉิน
เ้าเป็ถึงผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตผู้มีวาสนาโดดเด่นแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับทำตัวเองพังพินาศได้ถึงเช่นนี้
ภายในเรือนพัก เมื่อได้ยินซูชิงเกอยอมรับว่ากู้ฉางเกอมิเคยแตะต้องนางเลยสักครั้ง
ความปิติยินดีก็เอ่อล้นในใจของเขา ความโกรธเกรี้ยวและขุ่นมัวในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็พลันมลายหายไปหมดสิ้น
ทว่าเมื่อคำพูดถัดมาดังขึ้น กลับทำเอาเขาตัวแข็งทื่อไปในทันใด
ราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ
ทั้งตัวราวกับเปลี่ยนกลายเป็หิน
“อะไรนะ?!”
แท้จริงแล้วกลับกลายเป็ซูชิงเกอเองที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจกู้ฉางเกอเองหรือ
เสียงในหัวของเขาดังอื้ออึง ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยินเลยแม้แต่น้อย
‘เฮ้อ ข้าว่าแล้วว่าเสี่ยวเฉินเองมีอคติกับคุณชายกู้มากเกินไป…’
ภายในแหวน เยี่ยนจีนั่งขัดสมาธิอยู่บนความว่างเปล่า ปอยผมยาวดำขลับพลิ้วไหวพาดไหล่ มือเท้าคางด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
ต้องขอบคุณโอสถผสานิญญาเม็ดนั้น ที่ทำให้ร่างกายของนางแข็งแกร่งขึ้นมาก
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายนอกนั้น นางย่อมรับรู้ได้ทั้งหมด
ซูชิงเกอทำเช่นนี้ก็มิได้ผิดอันใด
ผู้ใดเล่าจะกล่าวโทษได้ ก็เพราะคุณชายกู้นั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจสตรีเพศถึงเพียงนั้น
รูปโฉมทั้งหล่อเหลา พลังอำนาจเลิศล้ำ อีกทั้งเื้ัก็แสนเกรียงไกร…