เช้าวันถัดมาในยามที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างสดใส หลินตงกับอีกสองคนตอนนี้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าแร้งมัจจุราชที่กำลังคอเคลียชายหนุ่มไปมา หวูหนานเมื่อเห็นสัตว์เลี้ยงของตนเป็นเช่นนี้ก็หัวเราะแห้งๆออกมาอย่างบอกไม่ถูก ถึงมันจะเชื่องฟังเขาแต่ทว่ามันก็ไม่ทำอะไรเช่นนี้กับเขาอย่างเด็ดขาดและเมื่อปรมาจารย์หลินมาเพียงแว็บเดียวมันก็กลายเป็นแบบนี้ซะแล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไปกันเถอะหลังจากนี้เจ้าคือหมายเลขสอง ในกองทัพสัตว์อสูรของข้า"
หลินตงลูบหัวล้านๆของมันไปมาอย่างสนุกมือ มันเรียบเนียนและสะท้อนเข้าสกับแสงแดดอย่างเจิดจร้าจนทำให้ผู้คนที่มองเห็นยังต้องแสบตาเลยทีเดียว
"กี้ๆๆ"
ส่วนเจ้าแร้งมัจจุราชเมื่อรับรู้ว่าหลังจากนี้จะได้อยู่กับเจ้านายที่แท้จริงของมันแล้วก็ร้องออกมาอย่างดีใจ มันกระพือปีกสีดำทมิฬขนาดใหญ่ไปมาราวกับเป็นเด็กน้อย บังเกิดเป็นแรงลมมหาศาลที่ทำให้ลานกว้างต้องสั่นสะเทือน ต้องบอกก่อนว่าตัวของมันถูกศาสตร์เทพบงการอสูรควบคุมอยู่และผู้ที่เป็นเจ้านายเพียงหนึ่งเดียวที่แท้จริงก็คือหลินตงนั้นเอง ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรก็ตามแต่คำสั่งของชายหนุ่มจะมาเป็นอันดับที่หนึ่งเสมอและมันตอนนี้ก็กำลังจะได้ยืนเคียงข้างกับเขาแล้วก็ต้องเป็นธรรมดาที่มันจะดีใจ
"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าเหลือจะเชื่อกับมันจริงๆ ท่าทีเหมือนกับนกตัวเล็กๆยังไงยังงั้น"
หวูหวานพูดขึ้นพร้อมกับยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ท่านปรมาจารย์หลินตงก็สมชื่อเขาแล้วจริงๆ แร้งมัจจุราชที่มีพลังถึงระดับสี่ของสัตว์อสูรกับเชื่องราวกับเป็นลูกแมวเช่นนี้
"กรร"
ขณะนั้นเสียวหลินก็เคราพยำเกรงในตัวของหลินตงเป็นอย่างมาก มันยังเสียดายอยู่หน่อยๆเลยว่าทำไมมันไม่ได้ไปกับเขาด้วยแต่ก็ชั่งเถอะ ในเมื่อตอนนี้เจ้านายของมันคือเจ้าเมืองเหรินซานแล้วมันก็ช่วยไม่ได้และก็ต้องฟังคำขอร้องของเขาอีกด้วย
หลินตงเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็หันกลับมาเอ่ยกับพวกเขาทั้งสองคนในทันที
"งั้นข้าไปก่อนละ ท่านหยินหยวนกับท่านหวูหนานก็รักษาตัวด้วย ดูเหมือนว่าหลังจากนี้คงจะไม่ได้มายังอาณาเขตแห่งนี้แล้ว!!"
ชายหนุ่มพูดจบก็กระโดดขึ้นหลังของเจ้าหมายเลขสองอย่างรวดเร็ว แร้งมัจจุราชเมื่อเห็นว่าจะไปแล้วก็กรีดร้องเสียงแหลมออกมา ออร่ามหาศาลของสัตว์อสูรขั้นสี่แพร่กระจายออกมาอย่างรุนแรง มันในตอนนี้ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดที่จะได้เป็นพาหนะของเจ้านายหลินตงคนนี้
"ลาก่อนท่านปรมาจารย์!!"
หยินหยวนกับหวูหนานสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับยกมือคำนับเขาอย่างเคราพ ถึงการที่ท่านหลินตงจะบอกแบบนี้ออกมาแต่มันก็จะอดใจหายอยู่นิดๆไม่ได้ แต่มันก็ทำให้พวกเขาดีใจเช่นเดียวกันว่าครั้งนึงพวกเขาเคยสานสัมพันธ์กับปรมาจารย์หนุ่มเช่นนี้และบอกได้เลยว่าหลังจากนี้ไม่ว่าเขาจะไปยังแห่งหนใดที่แห่งนั้นจะต้องสั่นสะเทือนอย่างแน่นอน
"ลาก่อนท่านทั้งสอง!!"
หลินตงยกมือคำนับตอบพร้อมกับพยักหน้าอย่างยินดี ทั้งสองคนในตอนแรกก็ช่วยเหลือเขาไว้มากเลยทีเดียว ถ้าเกิดในอนาคตเขามีเวลาก็อาจจะแวะมาเยี่ยมเยียนพวกเขาหน่อยก็เป็นได้ ชายหนุ่มคิดจบก็เคาะเท้าเบาๆสองที
เจ้าหมายเลขสองถึงจะไม่ต้องถูกออกคำสั่งแต่ก็รับรู้ได้ในทันที ด้วยการที่ทั้งสองเชื่อมต่อจิตวิญญาณกันด้วยศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองครอบ จึงทำให้เจ้าแร้งมัจจุราชรับรู้ความตั้งใจของเจ้านายมันได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันมันก็เริ่มกระพือปีกบินขึ้นอย่างช้าๆจนกระทั่งเริ่มสูงขึ้นและเพียงชั่วครู่เดียวร่างเงาขนาดสิบเมตรของมันก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ภายในตัวเหรินซานฝูงชนเมื่อเห็นร่างเงาสีดำที่ผ่านหัวของพวกเขาไปก็ตกตะลึง พวกเขาถึงกับพูดคุยกันอย่างคึกคักว่ามันคือแร้งมัจจุราชที่อยู่ภายในตำหนักเจ้าเมืองนี้ ตัวของมันมีขนาดนับกว่าสิบเมตรและมันยังเป็นสัตว์อสูรที่ตัวใหญ่มากยิ่งกว่าที่พวกเขาพบเจอ
บนลานกว้างหลินหยวนถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย ตอนแรกเขาก็กะว่าจะให้เขาอยู่ยังที่แห่งนี้อีกซักหน่อยแต่จนแล้วจนรอดมันก็เท่านั้น ปรมาจารย์หลินตงไม่ใช่คนที่จะหยุดอยู่เพียงแค่เมืองเหรินซานเท่านั้น ตัวของเขามีพรสวรรค์ของการฝึกพลังยุทธอันเป็นที่สุด บุตรแห่งมังกรในตำนานที่เล่าขานกันกลับปรากฏขึ้นบนตัวของเขา ส่วนการฝึกฝนสัตว์อสูรคงจะไม่ต้องพูดถึง ต่อให้เขาไปยังแห่งหนใดภายในทวีปแห่งนี้ปรมาจารย์ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรเช่นหลินตงก็เฉิดฉายได้อย่างสบายๆ
"เขาไปซะแล้ว ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ข้าก็รู้สึกว่าเราได้พบเจอกับคนที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต"
หวูหนานตบไหล่ของเพื่อนรักอยู่สองสามที จากที่เขาได้รับจดหมายมาจนต้องออกเดินทางมาด้วยตนเอง ขณะนั้นเขาก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่ออยู่บ้างว่าปรมาจารย์ที่สามารถทำให้ราชสีห์คลั่งเชื่องได้จะเป็นชายหนุ่มอายุแค่นี้ เฮ้อ
อีกฟากนึงหลินตงตอนนี้กำลังนั่งขัดตะหมาดของตนพลางชมวิวทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามบนท้องฟ้าที่สูงตระหง่าน สายลมที่กระทบเข้ากับทุกๆส่วนอย่างรวดเร็วช่วยให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ต้องบอกก่อนว่าถ้าเป็นผู้ฝึกยุทธธรรมดาๆคงจะไม่สามารถนั่งอย่างนิ่งสงบบนตัวของมันได้แน่เพราะว่าพวกเขาจะต้องเกาะขนของมันไว้แน่นยังไงละ แต่มันไม่ใช่กับชายหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแกร่งราวกับขุนเขาจึงทำให้เขาสามารถปรับสภาพได้อย่างรวดเร็ว
"นี้คือการบินบนท้องฟ้าหรอเนี่ย"
ชายหนุ่มถึงกับบ่นพึมพำออกมาอย่างอึ้งๆ ความเร็วเช่นนี้ของมันไม่ธรรมดาเลย โดยปกติแล้วการบินด้วยความเร็วของเจ้าหมายเลขสองตนนี้นั้นสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่าอีกเท่าตัวแต่ทว่าชายหนุ่มตอนนี้อยากจะออกเดินทางไปเรื่อยๆ ในตอนแรกเขาว่าจะไปยังเทือกเขาอสูรสวรรค์ก่อนแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจไป
เมื่อคืนของงานเลี้ยงตัวของชายหนุ่มได้สังสรรหรือพูดคุยเกี่ยวกับโลกภายนอกจึงทำให้รูปว่ามันมีจุดหมายต่างๆให้ชายหนุ่มไปมากมาย หวูหนานที่เห็นว่าหลินตงกำลังจะออกเดินทางผจญภัยก็แนะนำสถานที่แห่งนึงที่ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรต้องไปซึ่งนั้นก็คืออาณาจักรชิวชุ่ย อาณาจักรแห่งนี้จะเรียกว่าเป็นเมืองๆนึงก็ย่อมได้แต่ว่ามันมีขนาดที่ใหญ่กว่าเมืองเหรินซานถึงหลายสิบหลายร้อยเท่า หวูหนานยังเล่าอีกว่าที่แห่งนั้นมีขุมพลังสูงสุดของผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรมารวมตัวกันอยู่และนั้นก็คืสมาคมผู้ฝึกอสูรนั้นเอง
ผู้นำของพวกเขาคือผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่ถูกยอมรับจากทั่วทั้งทวีปว่าเป็นผู้ทรงพลังในสายงานนี้มากที่สุดของทวีปชิงหลง จากที่เล่าลือกันมาเขานั้นสามารถทำให้สัตว์อสูรระดับหกเชื่องได้อย่างง่ายดายโดยใช้เพียงแค่การแตะฝ่ามือเท่านั่น
สมาคมผู้ผึกอสูรนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรเลยก็ว่าได้แม้แต่สำนักหมื่นอสูรก็ยังต้องหวั่นเกรงในตัวของพวกเขา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในขุมพลังสูงสุดของทวีปอีกแห่งนึง พวกเขามีหน้าที่ประเมินการฝึกฝนสัตว์อสูรให้คนอื่นๆเพียงเท่านั้นและยังได้รับความเคราพจากผู้คนในทวีปอย่างถึงที่สุดอีกด้วย
"สมาคมผู้ฝึกอสูร ไม่มีปัญหา เราในตอนนี้ต้องไปลงทะเบียนยืนยันตัวตนของผู้ฝึกสัตว์อสูรอย่างเป็นทางการก่อน!!"
หลินตงที่นั่งอยู่ก็ยกยิ้มออกมา หลังจากนี้ถ้าเขามีได้รับการยืนยันเป็นผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรอย่างเป็นทางการแล้วละก็สถานะหรือสิ่งต่างๆอะไรๆมันก็จะง่ายดายไปทั้งหมด เพราะว่าผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรมีสถานะที่ไม่ธรรมดาภายในทวีปชิงหลงแห่งนี้ยังไงล่ะ