“ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ”
ขณะที่นั่งชิวๆ ฟังเพลงกัน ศุภิสราหันไปบอกกล่าวแก่โดมินิค เพื่อขอตัวไปห้องน้ำ โดมินิคขมวดคิ้วเข้มหนาเข้าหากัน ดวงตาสีนิลวาวมองสบตากับดวงตากลมโตคู่สวย และก็เห็นเธอเลี่ยงหลบสายตา ก่อนจะลุกเดินออกไป
“.........”
โดมินิคมองตามแผ่นหลังบอบบาง ด้วยสายตาเป็ห่วงเป็ใย แต่เขายังคงนิ่งขรึมอยู่เช่นเดิม เขาตวัดดวงตาสีนิลวาวไปมองมาโลน มาโลนก็มองสบตากับโดมินิค แล้วโค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนจะเดินไป
“ดวงเดือน เธอไม่ได้บอกฉันนะให้ไปเจอเวลาไหนน่ะ แต่คงเป็เวลานี้แหละมั้ง เพราะตอนที่เจอกันเมื่อวานก็เป็เวลานี้”
ศุภิสราบ่นพึมพำกับตัวเอง ที่ดวงเดือนไม่ได้บอกเวลาให้เธอได้รับรู้ และเธอก็ไม่ได้ถามดวงเดือนด้วยเหมือนกัน จึงคิดเดาไปเองว่าจะต้องเป็เวลาเจอกับดวงเดือนนั่นแหละ
แต่หากว่าไปไม่เจอ ก็ค่อยกลับมา ไม่เป็ไร เธอตัดสินใจแล้วนี่ว่าเธอจะช่วยผู้หญิงพวกนั้น ถ้าหากว่าเธอช่วยได้จริงๆ เพราะยังไงเสีย ผู้หญิงพวกนั้นก็เป็ผู้หญิงเหมือนกันกับเธอ
‘นี่เราแน่ใจแล้วใช่ไหม ที่จะทำอย่างนี้’
ศุภิสราเดินไปเรื่อยๆ จุดหมายปลายทางไม่ใช่ห้องน้ำ แต่เป็กาบเรือฝั่งเหนือ ซึ่งตรงจุดนั้นไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมาเลยสักคน ศุภิสราขมวดคิ้งโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากัน จนแทบจะผูกกันเป็โบ ภายในใจครุ่นคิดขึ้นมาอีกรอบ อย่างไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องไปต่อ เธอจึงเดินต่อไป
“ดวงเดือน ไหนเธอมีอะไรจะให้ฉันช่วย?”
ศุภิสราเห็นดวงเดือนมายืนรออยู่ตรงมุมอับ จึงเดินเข้าไปหาอย่างเร็วไว พอเดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆแล้ว ศุภิสราเอ่ยถามไปในทันที เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา หากศุภิสราสังเกตให้ดี จะได้เห็นแววตาวาว มุมปากยิ้มเยาะ ด้วยความสะใจ แต่ศุภิสราไม่ทันสังเกตอะไรทั้งนั้น
“ขอบคุณเธอมากนะที่มาตามคำขอร้องของฉัน ฉันมีให้เธอช่วยแน่ และเธอก็ช่วยได้อย่างแน่นอน”
ดวงเดือนพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะดี แต่หากฟังให้รู้สึกถึงเนื้อใน จะรู้ว่าคำพูดนั้นมีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้น ดวงเดือนเดินเข้ามาใกล้ศุภิสราอีกนิด ยื่นมือมาจับที่แขนเรียวของศุภิสรา ซึ่งในตอนนี้ศุภิสราก็ได้สะบัดออก คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเอง
“ช่วยมาทำงานแทนฉันยังไงล่ะ?”
ดวงเดือนพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม แววตาเยาะหยัน และเร็วเท่าความคิดมือที่ว่างที่ถือผ้าเช็ดหน้า ก็ยื่นมาโป๊ะลงที่กึ่งจมูกกึ่งปาก มือที่จับแขนเรียวเอาไว้ในตอนแรกยกขึ้นไปจับท้ายทอยของศุภิสราเอาไว้
“อ๊ะ เธอ อึ อื้อออออ”
ศุภิสราเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีด พยายามผลักดันดวงเดือนให้ออกไป แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงจะอ่อนแรงไปโดยง่าย และไม่ถึงนาที สติสตังของศุภิสราก็ดับวูบ ร่างบางหล่นลงไปนอนพับลงกับพื้น
“ดิ้นไปก็เท่านั้นแหละ ยานี้เป็ยาแรง แค่พริบตาเดียวก็สลบเหมือด เธอไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอกนะจะบอกให้”
ดวงเดือนพูดออกมาอย่างสะใจเป็อย่างมาก ที่สามารถล่อหลอกให้ศุภิสรามาที่นี่ได้ และแถมยังทำให้สลบไปได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องออกแรงมากมายแต่อย่างใด ดวงเดือนหันไปมองยังมุมอับที่มี ลูกน้องของเอลรันโน่ยืนรอจังหวะสัญญาณเรียก
“หยุดนะ! จะทำอะไรน่ะ?”
แต่ยังไม่ทันที่ดวงเดือนจะเรียกลูกน้องของเอลรันโน่ เสียงเข้มดุของใครบางคนก็ดังมาให้ได้ยิน ดวงเดือนไม่หยุดคิดหยุดฟังให้เสียเวลา รีบวิ่งหนีไปอีกทางทันทีอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนลูกน้องของเอลรันโน่ เห็นท่าไม่ดีก็รีบไปเช่นกัน
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑
ศุรอดแล้ว รอดแล้วอะนะ!......... แต่เอ๊ะๆ... เดี๋ยวนะ... แล้วใครมาช่วยศุกันล่ะ จะเป็คนดีหรือคนไม่ดีล่ะทีนี้ ถ้ายังไงมาติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ....................................................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^