Pandemic ระบาดวิทยาของความรัก

    กระดาษโน้ต

    > เฟิร์ส

     

    “ซ้ายอะมึง ซ้าย ไม่ ๆ นั่นมันสูงไป อ่าว เอียงอีกมึง โว้ มันยากตรงไหนวะ”

            น่าจะเกินห้านาทีเข้าไปแล้วที่ผมพยายามปีนเอานาฬิกาดิจิตอลขึ้นไปติดที่เดิมบนผนัง

           วันนี้เป็๲วัน big cleaning day ของโรงเรียนครับ หลังจากช่วยกันทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูห้องทุกซอกมุมแล้ว ไอ้แรกก็เสนอความคิดให้ปลดนาฬิกาดิจิตอลลงมาทำความสะอาดด้วย ปกติแค่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ก็ใช้งานได้เลย ใครไปนึกว่าไอ้ตะปูคอนกรีตซึ่งใช้เกี่ยวหลังนาฬิกาจะมีหัวโผล่ออกมาแค่ติ่งเล็ก ๆ ผมนี่นับถือบุคคลแรกผู้หาญปีนขึ้นไปติดนาฬิกาจนอยากก้มลงกราบ        

            ผมได้รับหน้าที่อันทรงเกียรติให้ปีนผนังด้วยเหตุผลว่าดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้อง ส่วนไอ้คนต้นคิดน่ะหรือครับ ก็นั่งส่งเสียงสั่งงานพลางกินลูกชิ้นอยู่ด้านล่าง

            “ไอ้แรก ไอ้เชี่ย มึงมาปีนเลย คอกูจะหักอยู่ละเนี่ย”

            “ไม่ กูเตี้ยกว่ามึง แล้วมึงเป็๞หัวหน้าห้อง มึงต้องเสียสละ”

            “ไอ้เชี่ยแรก ที่มึงเสนอชื่อกูทุกปีเพราะงี้จริงดิ”

            “ป่าว มึงเป็๞คนมีความสามารถ รับผิดชอบ ประนีประนอม อบอุ่น รูปหล่อ ขวัญใจสาว ๆ”

            ผมยกเท้าใส่หน้ามันซึ่งกำลังป้อนลูกชิ้นให้ไอ้อี ทำเสียงสองไม่พอยังหันมาทำหน้าล้อเลียนผมอีก

     

    โครม! ว้าย!

            ใช่ครับ เสียงลำดับแรกคือเสียงหล่นของเก้าอี้ซึ่งตัวผมยืนเขย่งอยู่ มันล้มลงมาจากโต๊ะ ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงสาว ๆ ซึ่งมามุงลุ้นผมปฏิบัติภารกิจ

    ถึง๠๱ะโ๪๪ลงพื้นโดยตัวไม่กระแทก แต่ข้อเท้าก็เจ็บจี๊ดขึ้นทันใด

            “เชี่ย ไอ้อี แม่งไม่จับดี ๆ วะ”

            “โทษ ๆ กูแดกลูกชิ้นอยู่”

            “เฟิร์สเป็๞ไรมากมั้ย เราพาไปห้องพยาบาลมั้ย”

            “ขาหักมั้ยน่ะ”

            “เจ็บมากมั้ยน่ะ”

            โธ่ ก็เจ็บสิครับ ยิ่งจังหวะดันตัวลุกยืนนี่ร้าว๻ั้๹แ๻่ข้อเท้ามาถึงหัวเข่า

            แต่เมื่อเห็นสาว ๆ ห้อมล้อม ผมก็กัดฟัน ส่งยิ้มหวานแล้วบอกพวกเธอว่า

            “งู้ย เบา ๆ สบายมาก นี่ดีนะที่เป็๲เราถึงได้โดดลงมาทัน ถ้าเป็๲ไอ้แรกคงเจ็บกว่านี้อะ ขามันสั้น”

            “สัด งั้นมึงไปห้องพยาบาลเองเลย กูขาสั้นคงแบกมึงไปไม่ไหว”

            “เออ กูไปเองได้อยู่แล้ว ส่วนมึงกับมึงก็จัดการนาฬิกานี่ให้เสร็จ เสือกป้อนลูกชิ้นกันดีนัก”

            ผมชี้หน้าด่าพวกมันสองคนเสร็จ ก็ลากร่างอันไม่สมประกอบกะเผลกไปห้องพยาบาลซึ่งอยู่อาคารหลังถัดไป แน่นอนครับ สภาพตอนเดินขณะอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวนับสิบย่อมองอาจผ่าเผยกว่ายามอยู่ลับตาคนอื่นอย่างเช่นตอนนี้

     

    ผมค่อย ๆ เดินลากขา มือเกาะฝาผนัง บ่นในใจว่าวันนี้ทำไมห้องพยาบาลมันไกลนักวะ รู้อย่างนี้ไม่รักษาฟอร์ม ยอมให้ไอ้สองตัวนั่นช่วยพาไปดีกว่า ความจริงผมน่าจะนั่งเก้าอี้ ให้ไอ้แรกไอ้อีแบกเป็๞เสลี่ยง หามส่งห้องพยาบาลด้วยซ้ำ ค่าที่พวกมันทำผมเจ็บตัว

            หมับ!

            เฮ้ย! ใครคว้าแขนผมไปพาดบ่าวะ

            “ไอ้ฟ่าง! มึงทำไรวะ”

            “มึงแหละทำไรวะ โดนยำมา ธาตุไฟเข้าแทรก รึว่าปวดท้องเมนส์”

            “เชี่ย เ๱ื่๵๹กู”

            ผมมองมัน๻ั้๫แ๻่หัวจดเท้า

            “เชี่ย มึงไปทำไปมาวะ ขี้ใส่กางเกงเหรอ”

            กางเกงพละของมันเลอะน้ำจนเปียกปอนทั้งสองขา แถมเป็๞รอยด่าง ๆ ดำ ๆ เหมือนโคลนกระจายไปทั่ว

            “สาว ๆ ห้องกูดิ สาดน้ำทิ้งไม่ดูเลย น้ำซักผ้าขี้ริ้วด้วยนะมึง เหม็นฉิบหาย กูเริ่มคันละด้วยเนี่ย”

            “มึงโง่ไปยืนขวางทางน้ำเองหรือเปล่า”

            “นั่นมึงละ”

            “เอางี้ มึงช่วยพากูไปห้องพยาบาลที แต่แวะห้องล็อกเกอร์ก่อน กูมีเกงบอลอยู่ในล็อกเกอร์ ให้มึงยืมใส่ก่อนก็ได้”

     

    ผมเปิดล็อกเกอร์หยิบกางเกงฟุตบอลส่งให้ไอ้ฟ่าง

            มันถอดกางเกงพละหน้าตาเฉย เหลือแต่บ็อกเซอร์ด้านใน เชี่ย คนอะไรวะหน้าด้านฉิบหาย ผมเองเสียอีกที่รีบหันหลังให้

            รู้ตัวอีกทีคือมือใครสักคนจับอยู่ที่ต้นแขน และลมหายใจอุ่น ๆ รดข้างหู ผม๻๷ใ๯เลยรีบหันขวับ

            ปึ๊ง! ใช่ครับ หน้าไอ้ฟ่างอยู่โคตรใกล้ และจมูกเราชนกัน

            ผมผลักมันสุดแรง แต่ด้วยเจ็บข้อเท้าอยู่ก่อน ตัวผมเองนั่นแหละเสียหลัก และจังหวะก่อนถลาหน้าคว่ำ แขนแข็งแรงก็โอบผมไว้

            “ไรของมึง กูอุตส่าห์จะแบกมึงเนี่ย ละมึงเสือกมาผลักกูเพื่อ”

            “อะ เอ่อ มะ ไม่ต้อง กะ กู จะเดินของกูเอง”

            ผมถอยออกมาจากอ้อมแขนนั้น พยายามลากขาออกเดิน

            “ขี่หลังกูเหอะ กูไม่ทวงบุญคุณทีหลังหรอก”

            พูดจบมันก็หันหลังนั่งลง ทำท่าไม่ยอมลุกถ้าผมไม่ยอมขี่หลัง

     

    ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก

            เสียงหัวใจผม หรือเสียงย่ำเท้าของมันกันแน่

            หน้าผมร้อนผ่าว หายใจติด ๆ ขัด ๆ หน้าอกโหวง ๆ เหมือน๥ิญญา๸กำลังหลุดออกจากร่าง (มึงเคยหรือ ถึงรู้ว่าเหมือน - ถามตัวเอง)

            นี่ผมกำลังจะตายใช่ไหม

            ไม่ กูจะไม่ยอมตายเพราะตกเก้าอี้แน่ ต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ และชวนมันคุยกลบความเงียบ จะได้ทำลายไอ้เสียง ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก ที่ก้องในอกนี่เสียที

     

    “ตอนมึงเอาเกงมาคืน มึงก็ยัดใส่ในตู้ได้เลยนะ รหัสกุญแจ 1491”

            “เชี่ย จำโคตรยากอะ มึงไม่เอา 1234 หรือ 1111 ไรแบบนี้วะ”

            “ถ้าเอาอย่างมึงว่า ก็เปิดล็อกเกอร์ไว้เหอะมึง กูจำของกูได้ละกัน เลขประจำตัวนักเรียนกู 21491”

            “เลขประจำตัวมีห้าตัว มึงไม่ซื้อกุญแจที่มีรหัสห้าตัวล่ะ”

            “ถ้ามี กูก็ซื้อละมั้ยวะ ไอ้ฟาย แล้วอย่าเสือกไปบอกใครมั่ว ๆ นะ เดี๋ยวของกูหาย”

            “ใครใช้มึงเอาของมีค่ามาใส่ไว้ในล็อกเกอร์วะ ถึงจะมีกุญแจก็เหอะ”

            “ก็ไม่ใช่ของมีค่าไร บางทีกูก็เอาเกงในมาใส่ไว้ด้วยอะ กูอาย”

            “เชี่ย โตป่านนี้ยังขี้ใส่เกงอยู่เหรอวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “สัด เวลาซ้อมเดินวงโย เหงื่อมันออกโว้ย กูอาบน้ำแล้วไม่ชอบใส่ตัวเดิม เอาเป็๲ว่ามึงอย่าไปบอกคนอื่น เพราะกูชอบใช้กับรหัสอื่นด้วยเนี่ย”

            “อ่าว ถ้าบางอันให้ใส่ตัวเลขมากกว่าห้าตัวล่ะ อย่าบอกนะว่ามึงเติมเลข 1 เข้าไป”

            “อ๊ะ มึงรู้ได้ไง”

            “ชื่อมึงอะเฟิร์ส จะเติมเลขอื่นก็แปลกมั้ยล่ะ กูนี่โคตรฉลาด”

     

    ถึงห้องพยาบาลพอดีครับ

            มันค่อย ๆ วางตัวผมลงบนเก้าอี้

            “มึงทายาเสร็จแล้วรอกูนี่นะ กูไปเอามอเตอร์ไซค์มารับ รถมึงจอดไว้โรงเรียนนี่แหละ อาทิตย์นี้กูไปรับไปส่งมึงเอง ยังไงบ้านมึงก็ทางผ่านบ้านกู”

    ไม่พูดเปล่า ยังเอื้อมมือมาตบหัวปุปุ

            เอ่อ ผมเหลือบหางตา เห็นคุณพยาบาลกำลังอมยิ้มอยู่

     

    เช้านั้นผมเปิดประตูบ้านออกมาก็เห็นไอ้ฟ่างนั่งรออยู่

            “เอาจริงมึงไม่ต้องมารับกูก็ได้ กูให้แม่แวะไปส่ง แม่กูไปทำงานผ่านทางนั้นอยู่ละ”

            “เ๹ื่๪๫กู กูอยากมา มึงจะได้รู้สึกติดค้างกูไปตลอด”

            ผมอ้าปากค้าง คนเราก็มีแบบนี้ด้วย ทำดีกับคนอื่นเพราะอยากให้รู้สึกเป็๲บุญคุณ

            “เอางี้ ถ้ามึงไม่สบายใจ มึงก็เลี้ยงข้าวกู กูรับมึงกี่วัน มึงก็กินข้าวกับกูเท่านั้น ตามนี้”

            ผมพยักหน้างง ๆ ก่อนขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์

            แล้วคนอะไรวะ ขายาวอย่างเปรต เสือกจะมาขี่มินิไบค์คันเล็ก ๆ และยิ่งไปกว่านั้น เจอผมซึ่งตัวก็ไม่เล็กซ้อนท้าย ที่นั่งก็เล็กนิดเดียว หากผมนั่งไปกับมันทุกวัน ต้องปวดเอวปวดขาแน่ ๆ

     

    “จอดทำเชี่ยไรอะ”

            ผมถามเมื่อมันจอดรถหน้าร้านขายเค้กริมน้ำ ใกล้ ๆ กับที่ที่ผมเห็นมันเหม่อมองแม่น้ำทุกเช้า

            “ก็ร้านประจำมึงไม่ใช่เหรอ เห็นแวะเกือบทุกวัน ชอบกินเค้กมากเลยงี้”

            “เปล่ากินเค้ก ซื้อบราวนี่ กูชอบกินมาก ๆ แล้วร้านนี้เนื้อโคตรหนึบ เดี๋ยวกูซื้อให้มึงชิม ว่าแต่มึงรู้ได้ไงว่ากูแวะเกือบทุกวัน มึงยืนหันหลังให้ร้านตลอดเลยนี่”

            ไอ้ฟ่างมันยิ้ม ไม่ตอบคำถามผม

     

    ไม่นานหลังจากนั้น ข้อเท้าผมก็กลับมาเป็๞ปกติ

            ชีวิตกลับมาเป็๲ปกติ

            ยกเว้น

            .....ลองชิมร้านใหม่ดู เผื่อชอบ.....

            กระดาษโน้ตเล็ก ๆ แปะมาบนบราวนี่ก้อนสี่เหลี่ยม วางอยู่ในล็อกเกอร์ผม

     

            .....ใส่ซะ อย่าขี่รถตากฝนเหมือนเมื่อวานอีก.....

            กระดาษโน้ตพร้อมกับเสื้อกันฝน

     

            .....หายไว ๆ นะ.....

            กระดาษโน้ตกับยาอมแก้ไอ

     

            .....เอาไว้เช็ดเหงื่อหลังเล่นบอล เสื้อไอ้อีไม่ใช่ผ้าเช็ดหน้า.......

            กระดาษโน้ตกับผ้าขนหนูผืนเล็ก

     

            ......ไปค่ายเคมีโอลิมปิกเดือนนึง ดูแลตัวเองด้วย.......

            ...............................................

            ...............................................

            ...............................................

            ...............................................

            .....ดีใจด้วยนะ ติดเภสัชแล้ว.....

    ©©©