หลังจากโค่นอสูรน้ำแข็งครีโอนลงได้ จินและอควาใช้เวลาพักฟื้นเล็กน้อยเพื่อฟื้นฟูมานาและรักษาาแ จินกินยาฟื้นฟูมานาและพลังกายอย่างรวดเร็ว ส่วนอควาก็กินแล้วนั่งนิ่งๆ ดูดซับมานาจากอากาศเพื่อฟื้นฟูตัวเอง
“เราควรจะสำรวจรอบๆ บริเวณนี้ก่อน” อควาเสนอ “อสูรระดับนี้ไม่น่าจะพบที่ทางเข้า ถ้าไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับสูงจริงๆ อาจมีสิ่งมีค่าซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันยอมเฝ้าอยู่ ณ จุดนี้”
จินพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาเริ่มสำรวจพื้นที่รอบๆ ซากของครีโอนอย่างระมัดระวัง ผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยคริสตัลน้ำแข็งสะท้อนแสงสลัวๆ ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่จินก็ยังคงใช้ััมานาของเขาเพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติ เขาััได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่ามานาทั่วไปของดันเจี้ยน
ไม่นานนัก จินก็ััได้ถึงพลังงานมานาที่บริสุทธิ์และเยือกเย็นอย่างยิ่งแผ่ออกมาจากซอกหลืบหนึ่งของผนังถ้ำ มันเป็พลังงานที่แตกต่างจากมานาของอสูรน้ำแข็งที่พวกเขาเพิ่งต่อสู้ด้วย คล้ายกับสายน้ำที่บริสุทธิ์ไร้มลทิน
“อควา ทางนี้!” จินเรียก
พวกเขาเดินเข้าไปในซอกหลืบแคบๆ นั้น และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้อควาถึงกับเบิกตากว้าง แม้จะเป็ร่างเงา แต่จินััได้ถึงความประหลาดใจอย่างชัดเจนจากออร่าของเขา
มันคือพืชชนิดหนึ่งที่งอกออกมาจากรอยแยกของผนังน้ำแข็ง ลำต้นของมันเป็สีน้ำเงินเข้มราวกับน้ำหมึก และมีใบเป็เกล็ดน้ำแข็งใสราวคริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับคล้ายกับอัญมณี ปลายยอดของมันมีดอกตูมสีฟ้าอ่อนที่เปล่งแสงเรืองรองออกมาอย่างอ่อนโยน พลังงานน้ำแข็งบริสุทธิ์แผ่ออกมาจากพืชชนิดนี้อย่างเข้มข้นจนอากาศรอบๆ เย็นะเืกว่าส่วนอื่นของดันเจี้ยน จินรู้สึกได้ถึงความสดชื่นเมื่ออยู่ใกล้ๆ
“นี่คือ ‘บุปผาธาราเยือกแข็ง’ พืชวิเศษที่หายากยิ่ง” อควาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย “มันเติบโตได้เฉพาะในดันเจี้ยนน้ำแข็งที่มีมานาเข้มข้นสูงเท่านั้น อสูรตัวนั้นคงใช้เวทปกปิดกลิ่นอายเอาไว้ ถ้าเราไม่เข้าใกล้จริงๆ เ้าคงไม่รับรู้ถึงมัน”
จินจ้องมองบุปผาธาราเยือกแข็งด้วยความสนใจ “มันมีคุณสมบัติอะไร?”
“บุปผาธาราเยือกแข็งมีคุณสมบัติในการหลอมรวมและพัฒนาธาตุน้ำให้กลายเป็ธาตุน้ำแข็ง” อควากล่าว “หากผู้ใช้เวทธาตุน้ำกินมันเข้าไป มีโอกาสประมาณ 50% ที่จะสามารถพัฒนาพลังธาตุน้ำของตนให้กลายเป็ธาตุน้ำแข็งได้ ซึ่งเป็ธาตุที่แข็งแกร่งและซับซ้อนกว่ามาก แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่มีธาตุน้ำแข็งอยู่แล้ว ก็มีประโยชน์อย่างมากในการเสริมความแข็งแกร่ง”
จินพยักหน้าเข้าใจทันที “นี่เองที่ทำให้เราเจออสูรระดับสูงอย่างครีโอนั้แ่ทางเข้า เป็เพราะบุปผาธาราเยือกแข็งที่ดึงดูดอสูรน้ำแข็งระดับสูงมาปกป้อง”
จินเดินเข้าไปใกล้บุปผาธาราเยือกแข็ง แต่ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเก็บ เขาก็หยุดชะงักและหันไปมองอควา การตัดสินใจครั้งสำคัญเกิดขึ้นในหัวของเขา
“อควา เ้าควรจะเป็คนใช้มัน” จินเอ่ยขึ้น “ข้ามีพลังสรรสร้างที่สามารถพัฒนาได้เองอยู่แล้ว และข้าก็เพิ่งเรียนรู้ธาตุดินมาหมาดๆ การพัฒนาธาตุน้ำของข้าเป็น้ำแข็งในตอนนี้อาจทำให้การควบคุมพลังของข้าซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก และอาจทำให้การฝึกฝนธาตุมืดไม่ราบรื่นนัก”
อควานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “เ้าตัดสินใจได้ดี พลังสรรสร้างของเ้ามีศักยภาพไร้ขีดจำกัด การเร่งรัดเกินไปอาจไม่ดีนัก สำหรับเ้าแล้ว การทำความเข้าใจแต่ละธาตุอย่างถ่องแท้สำคัญกว่าการทุกธาตุในเวลาอันรวดเร็ว”
จินใช้มีดสั้นที่พกติดตัวค่อยๆตัดบุปผาธาราเยือกแข็งอย่างระมัดระวัง และยื่นให้กับอควา
อควารับบุปผาธาราเยือกแข็งมาไว้ในมือ ร่างเงาของเขาเปล่งประกายสีน้ำเงินเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่บุปผานั้นจะค่อยๆ สลายและถูกดูดซับเข้าไปในร่างของเขา พลังงานบริสุทธิ์แผ่ซ่านไปทั่วร่างของอควา
ไม่นานนัก พลังงานมานาในดันเจี้ยนก็เริ่มปั่นป่วน พลังงานน้ำแข็งบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากร่างของอควาอย่างมหาศาล ผสมผสานกับออร่าสีดำทมิฬของธาตุมืดที่เขามีอยู่แล้ว จินััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง พลังของอควากำลังวิวัฒนาการอย่างรุนแรงจนอากาศโดยรอบบิดเบี้ยว
หลังจากผ่านไป่เวลาหนึ่ง พลังงานที่ปั่นป่วนก็สงบลง ออร่ารอบตัวอควาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เพียงแค่สีดำทมิฬอีกต่อไป แต่มีประกายสีฟ้าอมขาวของน้ำแข็งสลับแทรกเข้ามาอย่างชัดเจน ราวกับเงามืดที่ถูกประดับด้วยแสงจันทร์อันเย็นะเื
“สำเร็จแล้ว” อควาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาดูมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม “ข้าสามารถควบคุมธาตุน้ำแข็งเบื้องต้นได้แล้ว”
อควาทดสอบพลังใหม่ของเขา เขายกมือขึ้น และในพริบตาเดียว สายน้ำใสสะอาดก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้ว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็น้ำแข็งแหลมคม และกลับคืนสู่สภาพน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็กลายเป็เงาดำทมิฬและหายไปในอากาศ
“ตอนนี้ข้าสามารถสลับเปลี่ยนระหว่างธาตุน้ำและธาตุน้ำแข็งได้อย่างอิสระ” อควาอธิบายให้จินฟัง ถึงแม้จะพัฒนาแล้ว อควาก็ยังคงสามารถใช้เวทธาตุน้ำได้อยู่
“พลังทั้งสองมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันและมีข้อดีข้อเสียที่ชัดเจน”
“ธาตุน้ำ เน้นไปที่ความยืดหยุ่น การฟื้นฟู และการควบคุม การโจมตีของมันอาจไม่รุนแรงเท่าธาตุอื่น แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ทั้งการป้องกันและพันธนาการศัตรู ข้อดีคือควบคุมได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในการสนับสนุนและรับมือกับสถานการณ์ทั่วไป แต่ข้อเสียคือขาดพลังทำลายล้างโดยตรง”
“ส่วน ธาตุน้ำแข็ง เน้นไปที่พลังป้องกันที่แข็งแกร่ง การควบคุมพื้นที่ และการโจมตีที่สร้างความเสียหายทางกายภาพและทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวช้าลง ข้อดีคือมันสามารถสร้างกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่ง สามารถตรึงศัตรูให้อยู่กับที่ได้ และพลังทำลายก็สูงมาก ทำให้ง่ายต่อการโจมตีต่อเนื่อง แต่ข้อเสียคือความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง และการโจมตีบางครั้งอาจขาดความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับธาตุน้ำ”
“การรวมพลังทั้งสองจะทำให้ข้ามีความยืดหยุ่นในการต่อสู้มากขึ้น” อควาสรุป “สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็การรุกหรือรับ หรือแม้แต่การสนับสนุนเ้า”
จินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขารู้สึกยินดีกับพลังใหม่ของอควาอย่างแท้จริง การที่อควาแข็งแกร่งขึ้นก็เท่ากับว่าการเดินทางของพวกเขาจะปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย
“เยี่ยมไปเลย” จินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าการมาดันเจี้ยนครั้งนี้จะไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ”
พวกเขาพักฟื้นร่างกายและมานาจนพร้อมอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินทางลึกเข้าไปในดันเจี้ยนแห่งนี้ต่อ ด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อควาใช้พลังธาตุมืดในการพรางตัวและธาตุน้ำแข็งเพื่อตรวจจับความผิดปกติของอุณหภูมิ ทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพ ราวกับเป็เงาในความหนาวเย็น
ยิ่งพวกเขาเดินลึกเข้าไปเท่าไร ดันเจี้ยนก็ยิ่งเผยให้เห็นความซับซ้อนและอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ทางเดินบางแห่งปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งลื่นปรื๊ด บางส่วนมีเสาน้ำแข็งขนาดมหึมาทิ่มแทงลงมาจากเพดาน ราวกับเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะบดขยี้ผู้บุกรุก เสียงหยดน้ำแข็งละลายกระทบพื้นน้ำแข็งก้องกังวานไปทั่ว สร้างบรรยากาศที่เยือกเย็นและวังเวง
การปะทะย่อยๆ เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ ฝูงอสูรน้ำแข็ง สปิริตเยือกแข็ง ที่มีลักษณะคล้ายิญญาเรืองแสงสีฟ้าอ่อนลอยล่องไปมา คอยพ่นละอองน้ำแข็งกัดกร่อน อควาใช้ เวทน้ำแข็ง หอกน้ำแข็งผสานเงา พุ่งทะลวงร่างของพวกมันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่จินใช้ คลื่นน้ำวนพันธนาการ เพื่อจำกัดการเคลื่อนที่ของพวกมันก่อนจะตามด้วย หอกศิลาแหลมคม
จากนั้นก็เจอเข้ากับ อสูรชั้นสูง หมีหิมะพิโรธ ร่างกายกำยำดุจูเาน้ำแข็ง พร้อมกรงเล็บและฟันที่คมกริบ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างตึงเครียด อควาใช้ระบำเงาสังหาร เพื่อโจมตีจากมุมอับ สร้างาแเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ ขณะที่จินใช้กำแพงวารีหมุนวน ป้องกันการโจมตีอันรุนแรงของหมี และหาจังหวะสวนกลับด้วยดาบศิลาทะลวงภพ การประสานงานของทั้งสองทำให้หมีหิมะค่อยๆ อ่อนแรงลงและพ่ายแพ้ไปในที่สุด
จากนั้นก็เจออสูรอีกห้าฝูงและระดับจอมอสูรชั้นต้นอีก 2 ตัว ที่คอยเฝ้าระวังเส้นทางทุกย่างก้าว ทุกการต่อสู้เป็บทเรียนอันล้ำค่าสำหรับจิน เขาได้ฝึกฝนการใช้พลังสามธาตุของตนเองให้คล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการสลับเปลี่ยนระหว่างธาตุต่างๆ ให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้า
ขณะที่เดินผ่านโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็ง พวกเขาพบกับผลไม้บางอย่างที่เปล่งประกายเรืองรองอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
“ดูนั่นสิ อควา” จินชี้ไปยังพืชชนิดหนึ่งที่ดูคล้ายเถาวัลย์น้ำแข็งพันรอบเสาน้ำแข็ง มันมีผลกลมๆ สีฟ้าอมม่วงเรืองแสงออกมาเบาๆ
“นั่นคือ ‘ผลึกเบอร์รี่เยือกแข็ง’” อควาอธิบาย “มันเป็ผลไม้วิเศษที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่หนาวจัด หากกินเข้าไป มันจะช่วยเพิ่มพูนมานาสูงสุด และเสริมความทนทานต่อธาตุน้ำแข็งให้กับร่างกาย”
จินเก็บผลึกเบอร์รี่เยือกแข็งมาได้สามผล เขามอบให้อควาหนึ่งผล และเก็บไว้เองสองผล แม้จะไม่ได้ช่วยพัฒนาธาตุโดยตรง แต่การเพิ่มมานาสูงสุดนั้นก็เป็สิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้เวทมนตร์