หยวนเซียวกลับเข้าห้องไปรอภรรยาของเขาที่เพิ่งจะสังเกตว่าสายตาที่หล่อนมองเขานั้นแปลกไป คล้ายกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เขาไม่แน่ใจนักอาจเป็เพราะเหนื่อยจากงานมากเกินไปจนตาฝาด
" ยังไม่นอนอีกหรอคะ " หลิงเฟยเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในห้องแล้วพบว่าสามียังไม่ได้นอนหลับ
" ผมรอคุณ " เขาเอ่ยตอบพลางจ้องมองหล่อนด้วยแววตาที่ออ่นโยน หลิงเฟยมองเขาอย่างรู้สึกตะหงิดในใจเพราะเธอไม่ใช่หลิงเฟยที่แท้จริง ความรู้สึกในใจจึงไม่เหมือนกันกับเ้าของร่าง
" คุณนอนก่อนก็ได้นะคะ ฉันยังไม่เสร็จงานในบ้านเลย " เธอเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงห่างเหิน
"ผมว่าเราคุยกันดีกว่าครับ " เขายังคงยืนกรานที่จะคุยกับเธอให้รู้เื่ หลิงเฟยที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำยังไงก็ตัดสินใจหันหน้ามาประจันหน้ากับเขา ก่อนจะนั่งลงที่ขอบเตียงนอน ซึ่งเขาเอนตัวพิงผนังห้องอยู่ที่มุมด้านใน
"ครับ ผมรอฟังอยู่ "
" ถ้าหากว่า ฉันจะบอกคุณว่าฉันไม่ใช่หลิงเฟยคนเก่า คุณจะเชื่อฉันไหมคะ แล้วคุณจะกลัวฉันไหม " เธอเอ่ยถามและจ้องมองเขาที่กำลังจ้องมองตนเองด้วยแววตาที่สั่นไหว ก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ
" ถ้างั้นฉันจะบอกว่าฉันไม่ใช่หลิงเฟยคนเก่าหรอกค่ะ ฉันมาจากที่ห่างไกล ไกลมากๆ แต่ฉันไม่มีคำตอบให้คุณหรอกนะคะว่าทำไมถึงมาอยู่ในร่างนี้ ฉันรู้แค่ว่าฉันตายจากที่นั่นและได้รับของวิเศษบางอย่างติดตัวมาด้วยเท่านั้นค่ะ ถ้าหากคุณไม่้าที่จะอยู่กับฉัน เราสามารถหย่ากันได้ทันทีที่คุณ้า ฉันก็จะกลับไปปักกิ่งเช่นกัน "
" ผมไม่มีความคิดที่จะหย่าครับ ที่จริงผมเคยฝันถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นบ้านเรือนของผู้คนต่างจากที่นี่ รถยนต์แปลกตา ถนนหนทางสะดวกสบายมากครับ และผมเคยเจอคุณตาคนหนึ่ง ท่านบอกว่าให้ผมรอไม่นานก็จะได้เจอกับคนที่จากมาไกล ผมคิดว่าคงจะเป็คุณ หมายถึงคุณในตอนนี้ " สิ่งที่เขาเอ่ยบอกนั้นเธอเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะเจอเื่แปลกและเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าสถานที่เขาบอกนั่นคือ อนาคตข้างหน้านี้อย่างแน่นอน
" ถ้าฉันเดาไม่ผิดที่นั่นคงเป็อนาคตต่อจากนี้ไปอาจจะหลายสิบปี หรืออาจจะถึงร้อยปีมั้งคะ " เธอเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่คิดอะไรมาก ในเมื่อตอนนี้เธอไม่สามารถเลือกอะไรได้
" ถ้างั้นผมว่าเรามาลองศึกษาดูใจกันดีไหมครับ " คำพูดของเขาทำเอาเธอแทบจะคอเคล็ดเพราะรีบหันกลับมามองเขา
" แต่ว่าฉันไม่ใช่ "
" เื่นั้นผมไม่ถือก็แค่ศึกษาเรียนรู้กันไป ได้ไหมครับ " เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะแ่เบาก่อนที่จะเอ่ยจบคำ
" ที่จริงฉันมีบางอย่างอยากจะถามคุณ คือ คุณก็รู้แล้วว่าฉันไม่ใช่คนเก่า ที่ฉันอยากจะถามก็คือ คุณแยกบ้านได้ไหมคะ ฉันไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนแบบน้องสาวของคุณได้ ถึงแม้ว่าฉันจะอยากสอนสิ่งต่างๆให้เสี่ยวอิงก็ตาม แต่ฉันคิดว่าคงเปลี่ยนไม่ได้มากหรอกค่ะ เพราะแม่ของคุณเป็คนแบบนั้น " เธอเอ่ยบอกพลางเหลือตามองเขาอย่างรอคอยคำตอบ
" ความจริงเราสามารถแยกบ้านได้ครับ แต่ว่าตอนนี้คุณคือสะใภ้คนเดียวในบ้าน คงต้องรอให้พี่ใหญ่แต่งภรรยาก่อนครับเราถึงจะมีข้ออ้างในการแยกบ้านได้ "
" เฮ้อ !! ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่จะแต่งงานเมื่อไหร่นี่สิคะ "
" ความจริงแล้วพี่ใหญ่มีคนรักอยู่แล้วครับ แค่ขาดเงินสินสอดเท่านั้นอีกไม่มากแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังช่วยกันเก็บเงินอยู่ "
" หรือว่า ฉันว่าฉันมีวิธีแล้วล่ะค่ะ คุณทำตามที่ฉันบอกได้ไหม " เธอเอ่ยขึ้นพลางส่งสายตามีเลศนัยไปให้เขา
แผนการนั้นก็คือ เธอจะให้เขานำเงินที่มีอยู่ของตนเองไปให้พี่ใหญ่ยืม เพื่อที่เขาจะได้แต่งภรรยาเข้ามา ส่วนพวกเธอก็จะได้แยกบ้านเสียที แม้ว่าตอนแรกหยวนเซียวจะไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเห็นสายตาที่เปร่งประกายของเธอก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยขัดต่อความหวังของเธอ
" ถ้างั้นผมจะถือว่ายืมเงินของคุณก่อน ไว้ผมจะรีบหาเงินมาใช้คืนคุณภายหลัง " เขาเอ่ยบอกซึ่งหลิงเฟยเองก็ไม่คาดหวังที่จะได้เงินคืน เพราะถ้าหากนี่เป็การซื้ออิสระให้กับตนเองแล้ว เธอไม่รู้สึกเสียดายสักนิด
" แล้วแต่คุณเถอะค่ะ "
' หน้าตาดี มีความรับผิดชอบ ตกลงค่ะฉันรับเขาเป็สามี ' หลิงเฟย....
รุ่งเช้าทั้งสองตื่นขึ้นมาั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างเพราะวันนี้ตั้งใจจะเข้าเมืองไปจัดการธุระบางอย่าง หลิงเฟยเข้าครัวทำอาหารเช้าง่ายๆเช่นเคยและเตรียมตัวจะเข้าเมือง ส่วนหยวนเซียวได้ไปลาหยุดกับหัวหน้าหน่วยของเขา