สองภพ

    บทที่ 49 องค์ชายรัชทายาท

            เมื่อท่านแม่ทัพและเจียงเว่ยนำทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ ผู้ก่อการกบฏ รวมทั้งขุนนางผู้สมรู้ร่วมคิดในกลุ่มพยัคฆ์ดำทั้งหมดก็ถูกจับไปไว้ในคุกหลวง เพื่อรอการสอบสวน ส่วนเว่ยซิงหยวนได้ถูกทหารของไป๋หลวงยวนสังหารไปแล้ว ทั้งหมดรอการสอบสวน และลงอาญา 

            ส่วน ไป๋หลงเยว่ และ ไป๋หลงยวน นั้นไม่จำเป็นต้องมีการสอบสวนใดๆ เพราะความผิดได้ชัดเจน ฮ่องเต้ทรงพิพากษาโทษแล้ว ทั้งสององค์ชายถูกนำไปขังไว้ในคุกหลวงเพื่อรอวันประหาร

            เป็นอันว่าการประชุมขุนนางในวันนี้จึงจบลงเพียงเท่านี้ พวกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทยอยกลับ หลังถวายคำนับลาฮ่องเต้ เหลือเพียงเหล่าทหารที่ยังจัดการความเรียบร้อยในการจับกุม และลำเลียงผู้ต้องหาทั้งหลายไปยังคุกหลวง 

            

            ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ตามหมอหลวงมาทำแผลและดูแลอาการบาดเจ็บของไป๋หลงหลาน ที่เอาตัวเข้าไปรับดาบจากไป๋หลงยวนแทนฮ่องเต้ ดูเป็นแผลฉกรรจ์กลางแผ่นหลัง 

            “ระหว่างนี้เจ้าก็พักอยู่เสียในวังนี่ก่อน พอให้แผลเริ่มสมานตัวแล้วค่อยกลับไปที่จวน” ทรงรับสั่งกับไป๋หลงหลาน ก่อนจะหันมาทางจ้าวรั่วซี

            “ช่วงนี้คงต้องลำบากเจ้าดูแลเจ้ารองหน่อย ข้าให้กงกงไปจัดเตรียมเปิดตำหนักเก่าของหลงหลานแล้ว อีกสักพักก็คงเข้าไปพักผ่อนได้”

            “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”

            “ทรงวางพระทัยเถิดเพคะ หม่อมฉันจะดูแลองค์ชายรองเป็นอย่างดีเพคะ”

            “ดีๆ ฝากเจ้าด้วยก็แล้วกัน” 

            เมื่อทุกคนถวายคำนับลงอีกครั้ง ฮ่องเต้ทรงเอามือสองข้างวางบนศีรษะของไป๋หลงหลานและไป๋หลงหลิน แล้วตรัสสั้นๆ หากเปี่ยมด้วยอารมณ์ “ขอบใจเจ้าทั้งสองคนมาก วันนี้พวกเจ้าพักผ่อนเสียก่อนเหนื่อยกันมาตั้งแต่เมื่อคืน พรุ่งนี้เช้าไปทานอาหารเช้ากับ ‘พ่อ’ นะ” ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ฝ่าพระหัตถ์สั่นเล็กน้อย 

            “ด้วยความยินดีอย่างยิ่งพะย่ะค่ะ” ทั้งสององค์ชายเงยหน้าแล้วยิ้มรับคำ หากไป๋หลงหลานส่งสายตาให้กับพระอนุชา ซึ่งก็ดูจะเข้าความนัยที่เขาต้องการสื่อความ จึงเอ่ยต่อไป “ให้พี่รองไปรักษาแผลก่อน ส่วนหม่อมฉันไม่เหนื่อย เสด็จพ่ออยากจะทรงหมากรุกกับลูกไหมพะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้ทรงพยักหน้า พร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากท้องพระโรงไป โดยมีไป๋หลงยวนตามเสด็จไปดูแล

            

            ไป๋หลงหลานถอนหายใจเฮือกใหญ่ “จบสิ้นเสียที” น้ำเสียงชายหนุ่มค่อนข้างแหบแห้ง อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย 

            จ้าวรั่วซีเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสีย ถึงแม้จะเป็นการจากเป็น ไม่ใช่จากตาย หากการโดนทรยศจากพี่น้อง อย่างไรก็ต้องสะเทือนใจ จึงเอื้อมมือไปกุมใหญ่ไว้ แล้วบีบให้กำลังใจเบาๆ 

            “ไม่คิดว่าจะสูญเสีย...ทั้งพี่ทั้งน้อง...ในวันเดียวกัน ชั่วดีอย่างไรก็สายเลือดเดียวกัน ข้าไม่เข้าใจ บัลลังก์นี่มันน่าพิศวาสตรงไหน” เขาเอ่ยพลางหันร่างกลับไปมองที่บัลลังก์มังกรด้วยสายตาที่มีน้ำตาเอ่อคลอ

            “สำหรับคนบางคน ‘อำนาจ’ หอมหวาน และเย้ายวนจนต้องไขว่คว้ามาให้ได้เพคะ ทรงนั่งพัก รอให้หมอหลวงทำแผลก่อนเถิดเพคะ เลือดออกมากมายเหลือเกิน”

            “ขอบใจเจ้ามากนะ ซีซี”

            “หามิได้เพคะ หม่อมฉันก็ทำเพื่อตัวเองด้วยเหมือนกัน”

            “ข้าหมายถึง...ขอบใจที่ไม่ทิ้งกัน ยอมอยู่เคียงข้างข้ามาตลอด แม้กระทั่งในยามที่มองไม่เห็นทางรอด” เขาหันกลับมาจ้องตาหวานคู่นั้น ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง 

            สายตานั้นช่างอ่อนหวานเผยความในใจของเขาชัดเจน  จนเธอทำหน้าไม่ถูก ริ้วแดงพาดผ่านแก้มนวล มือไม้ไม่รู้จะเอาไว้ที่ใด จนต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง 

            “ท่านหมอหลวงมาแล้วเพคะ เสด็จให้ท่านหมอทำแผลก่อนเถิดเพคะ” แล้วก็รีบพยุงแขนชายหนุ่มให้นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วรีบถอยไปอยู่ด้านหลัง หลบทางให้หมอเข้ามาดูแผลของชายหนุ่ม ไม่ให้เขาได้เห็นใบหน้าที่กลายเป็นสีชมพูไปแล้ว

    ***

            กว่าที่ไป๋หลงหลานและจ้าวรั่วซีจะได้กลับมาพักที่จวนหลานอวิ๋นก็ปาไปวันที่เจ็ด เพราะฮ่องเต้ทรงต้องการให้แน่พระทัยว่าแผลที่หลังของเขาดีขึ้นแล้ว แต่ทั้งจ้าวรั่วซี และองค์ชายทั้งสองต่างก็รู้ว่าจริงๆ แล้วทรงต้องการให้ทั้งสองพระองค์อยู่ใกล้ๆ 

            คนเป็นพ่อ ต่อให้ยิ่งใหญ่เป็นถึงโอรสสวรรค์ ต้องสั่งประหารลูกตนเอง อย่างไรก็ต้องสะเทือนใจ ฮ่องเต้ทรงดูชราภาพขึ้นอีกหลายปีในช่วงระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

            ตลอดสัปดาห์ ทั้งไป๋หลงหลานและพระอนุชาต่างก็ไปเข้าเฝ้าทุกวัน ทั้งปรึกษาเรื่องราชการงานเมือง รวมถึงร่วมเสวยพระกระยาหารด้วยทุกเย็น โดยฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้หญิงสาวเข้าร่วมโต๊ะเสวยด้วยเช่นกัน หลายครั้งที่องค์ชายทั้งสองผลัดกันแข่งหมากรุกกับ ‘เสด็จพ่อ’ หลังเสวย บางครั้งก็ทรงชวนเธอพูดคุย ดูเหมือนจะทรงถูกคอกับหญิงสาวเป็นอย่างมาก 

    ***

    สามเดือนต่อมา

            ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งไป๋หลงหลานเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง และให้เริ่มว่าการเป็นผู้แทนพระองค์ในหลายๆ เรื่อง ทรงแต่งตั้งองค์ชายสามเป็นอัครมหาเสนาบดี และเป็นรัชทายาทลำดับที่สอง ให้ดูแลด้านเศรษฐกิจ การคลัง และการค้าขายกับต่างแคว้น เรียกว่าทรงแบ่งหน้าที่ด้านการปกครองและการทหารให้กับไป๋หลงหลาน และด้านเศรษฐกิจและปากท้องของผสกนิกรให้ไป๋หลงหลิน ทรงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของราชโอรสทั้งสอง ที่ทรงให้เป็นเสาหลักของแผ่นดินและราชวงศ์ 

            ในวันรับตำแหน่ง ด้วยความไม่คาดคิดของทุกคน ไป๋หลงหลินก้าวออกมากล่าวคำให้สัตย์สาบานต่อหน้าองค์ฮ่องเต้ และเหล่าขุนนางว่าในภายภาคหน้าจะไม่คิดทำการแย่งราชบัลลังก์จากเสด็จพี่ของพระองค์แน่นอน ทำให้ขุนนางต่างก็ได้เห็นภาพน่าประทับใจที่ ไป๋หลงหลาน...พี่ชาย...เดินเข้าไปกอด...น้องชาย... ภาพนี้ทำให้ใครก็ตามที่คิดร้ายต่อราชวงศ์ต้องทิ้งความคิดนั้นไป เพราะองค์ชายทั้งสองพระองค์ทรงรักกันเหนียวแน่น ยากที่จะมีใครแทรกแซงเข้าไปได้

    ***

            

            ตั้งแต่วันที่องค์ชายสี่ก่อกบฏ และไป๋หลงหลานบาดเจ็บจากการรับดาบแทนองค์ฮ่องเต้ จ้าวรั่วซีก็ดูแลองค์ชายหนุ่มอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่เขาบาดเจ็บ ยิ่งทำให้ทั้งสองยิ่งเปิดใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความรู้สึกของตนเองมากยิ่งขึ้น และหลังจากรับตำแหน่งรัชทายาท เขาอยากขอให้เธอมาเป็นพระชายาคู่ชีวิตของเขา ฮ่องเต้เองก็ทรงโปรดปรานหญิงสาวยิ่งนัก ทรงให้นางเข้าวังไปร่วมวงสนทนาพร้อมๆ กับพระโอรสทั้งสองเสมอๆ เพราะเธอมักจะมีมุมมองใหม่ๆ และมีคำแนะนำดีๆ โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และสาธารณสุขของชาวบ้านให้ทรงพิจารณาเสมอๆ ทรงเร่งรัดให้เขาจัดงานอภิเษก เพราะทั้งเขาทั้งเธอก็อายุไม่น้อยแล้ว หากเขาไม่รู้ว่าเธอจะยินยอมอยู่กับเขาที่นี่ตลอดไปหรือไม่ จึงยังลังเล ไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะเขาไม่อยากให้หญิงสาวลำบากใจ

            

            ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเขา น้องสาม และท่านราชเลขายุ่งวุ่นวายกับการสอบสวนและตัดสินโทษบรรดาเหล่าขุนนางและบุคคลอื่นๆ ในกลุ่มพยัคฆ์ดำมาตลอด ไหนจะงานราชกิจที่ฮ่องเต้ทรงสั่งการมอบหมายให้เขาจัดการเป็น ‘ผู้แทนพระองค์’ ที่คุณหมอสาวจ้าวรั่วซีแอบเรียกแซวในใจว่า ...ฮ่องเต้เรสซิเดนท์...[1] ไป๋หลงหลานแทบมิได้พักผ่อน เพิ่งมีวันนี้ที่เขาได้หยุดพักบ้าง หลังทานอาหารเย็นด้วยกัน เขาจึงชวนเธอออกมานั่งเล่นที่ม้าหินใต้ต้นไม้หน้าบริเวณเรือนชู่ซิน 

            ลมยามค่ำปลายฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเริ่มเย็น พัดโชยจนใบไม้บนต้นหลายใบปลิดปลิว ทิ้งใบ ทิ้งตัวร่วงลงจนกลาดเกลื่อนพื้นดิน  

            “หนาวไหม” 

            “ก็เย็นๆ เพคะ”

            ปกติ หญิงสาวชอบความเย็น วันใดที่อากาศค่อนข้างเย็นสบายอย่างเช่นวันนี้ เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จะหาเรื่องนั่งเล่น หากิจกรรมานั่งทำอยู่ด้านหน้าบ้านจนเกือบดึกดื่น หากวันนี้กลับมีท่าทีไม่ได้สนใจ เขาสังเกตเห็นว่าช่วงหลังๆ เธอไม่ค่อยสดใส เหมือนมีเรื่องไม่สบายใจให้ขบคิดอยู่ตลอดเวลา...วันนี้ก็เช่นกัน 

            “ซีซี...เจ้ามีอะไรในใจ เล่าให้ข้าฟังบ้างได้หรือไม่” 

            จ้าวรั่วซีสบตาหวาน เศร้า กับดวงตาที่บัดนี้ ‘ไม่ดุ’ แล้วสำหรับเธอ “หม่อมฉันสับสนเพคะ” 

            “สับสน?”

            “เพคะ...ตอนนี้ ‘ที่นี่’ ไร้กลุ่มพยัคฆ์ดำแล้ว...ไม่รู้ว่าในโลกอนาคตของหม่อมฉัน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างหรือไม่ แม่กับพ่อ...” หญิงสาวพูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ หากชายหนุ่มเข้าใจ

            “เจ้าคิดว่าบางที ไม่มีกลุ่มพยัคฆ์ดำแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่...ใช่หรือไม่”

            เธอหลุบสายตาลงมองที่มือก่อนจะพยักหน้าตอบ “...เพคะ”

            “เจ้า...อยากกลับไป?”

            ดวงตากลมโต ที่บัดนี้มีแต่แววเศร้าและมีน้ำตาเอ่อคลอ เงยสบกับใบหน้าคม เข้ม ที่บัดนี้ดวงตาฉายแววเศร้าอยู่ลึกๆ เช่นกัน 

            “นั่นคือสิ่งที่สับสนเพคะ หม่อมฉันอยากกลับไปหากมันเกิดการเปลี่ยนแปลง อยากรู้ว่าพ่อกับแม่จะยังคงมีชีวิตอยู่ไหม แต่หากกลับไปแล้ว หม่อมฉันจะกลับมาที่นี่ได้อีกหรือไม่ หม่อมฉันไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรกลับไป และจะกลับไปได้อย่างไร หม่อมฉันควบคุมมันไม่ได้เลย หากเมื่อได้รู้แล้ว จะกลับมา...ได้หรือไม่ และถ้ากลับมาได้ จะเป็นเวลาใด” ...จะกลับมาหาฝ่าบาทได้อย่างไรเพคะ...แล้วถ้ามันกินเวลายาวนาน ฝ่าบาทจะยังคง...รอ...หรือไม่

    “ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะกลับไปได้ด้วยป้ายหยกของข้า เพราะทุกครั้งที่เจ้าไปหรือมา ก็อย่างที่เจ้าเห็น ป้ายจะมีปฏิกิริยาและมีรอยร้าวเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนเสมอ ถ้าดูจากรอยร้าวที่ตอนนี้ที่กินพื้นที่ไปสองในสามส่วนแล้ว ถ้าการไปมาของเจ้าแต่ละครั้งมีผลต่อรอยร้าวบนป้ายหยกจริง ข้าคิดว่าเจ้ากลับไปได้แน่นอน แต่...จะกลับมาได้อีกครั้งหรือไม่นั้น ข้า...ไม่กล้าคาดเดาจริงๆ”

    ไป๋หลงหลานคว้าเอามือบางมากอบกุมเอาไว้ ก่อนจะกลั้นใจพูดในสิ่งที่บาดหัวใจตนเอง

            “ถึงแม้จะไม่อยากให้เจ้าจากไป อยากให้เจ้ามาเป็นพระชายาคู่ชีวิต แต่ข้าก็ไม่ต้องการบังคับ เจ้ามีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตให้กับตัวเอง” 

            หญิงสาวสับสนจนต้องร้องไห้ออกมา เธอตัดสินใจไม่ได้ ใจหนึ่งก็ไม่อยากกลับไป เพราะในโลกใบโน้นของเธอ เธอไม่มีใครเหลือให้อาวรณ์อีกต่อไป แต่ถ้าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่นี่ ส่งผลต่อชีวิตของพ่อกับแม่เธอ? เธอจะทิ้งพ่อแม่เธอไปได้อย่างไร?

            ชายหนุ่มคว้าร่างบางมากอด ถ่ายทอดความรู้สึกถ่วงหนักในใจระหว่างกัน เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ หยิบเอาป้ายหยกของเขาใส่มือเธอ 

            “ขอให้เจ้าเลือกในสิ่งที่เจ้าจะไม่รู้สึกเสียใจ ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าจะยอมรับ เข้าใจ และจะไม่โกรธ ไม่ขุ่นเคืองใดๆ” ชายหนุ่มก้มลงประทับจูบเบาๆ บนเรือนผมนุ่มที่ซุกอยู่แนบอก ก่อนจะเอ่ยคำมั่น ”ข้า...จะมีเพียงเจ้าในหัวใจ ด้วยหน้าที่ที่มีต่อราชบัลลังก์ ราชวงศ์ไป๋ต้องมีผู้สืบทอด ข้าไม่อาจให้สัญญากับเจ้าได้ว่าข้าจะไม่รับใครมาในตำแหน่งพระชายาในอนาคต...แต่ตำแหน่งหนึ่งเดียวในหัวใจ จะมีเพียงเจ้าเท่านั้น...ซีซี”

            จ้าวรั่วซีสะอื้นไห้กับอกกว้างที่เป็นที่พึ่งพิงให้เธอทั้งทางกายและทางใจ อกที่มีหัวใจรักของเธอฝากฝังเอาไว้ หญิงสาวร้องไห้จนหลับไปในอ้อมกอดของเขา มือบางยังกำป้ายหยกเอาไว้ จนพักใหญ่เขาเห็นเธอหลับสนิท จึงคิดจะอุ้มเธอไปส่งที่ห้องนอน หากแต่กลัวป้ายหยกในมือเธอจะหล่นแตกเสียก่อน จึงเอื้อมมือไปแกะมือเธอให้คลายออก เพื่อหยิบป้ายออกมาเก็บ

            แต่ทันทีที่เขาสัมผัสป้ายหยกที่ยังอยู่ในมือของเธอ มวลแสงสีขาวสว่างวาบเข้าตา แล้วภาพทุกอย่างก็ดับมืดลง!


    ---------------------------------------

    เชิงอรรถ:

    [1] Resident (เรสซิเดนท์) ทางการแพทย์ หมายถึงแพทย์ประจำบ้าน เป็นแพทย์ที่เข้ามาศึกษาต่อเพื่อเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาใดสาขาหนึ่งที่กำลังฝึกอบรมเฉพาะทาง ทำงานจริงในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์

    ---------------------------------------

    เรื่องราวก็เดินมาจนเกือบสุดทางแล้วนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้าง????  ส่งเสียงให้กำลังใจไรท์หน่อยน้า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เหลืออีกไม่กี่ตอนก็จะจบบริบูรณ์แล้ว หลังจากจบแล้ว ไรท์จะเริ่มลบตอนนะคะ แต่จะมาแจ้งอีกครั้งว่ากำหนดการจะเป็นเมื่อไหร่นะคะ

    อย่างไร ตก ebook ไปครอบครองได้นะคะ ใน ebook จะมีตอนพิเศษ 3 ตอน (มีเฉพาะ ebook นะคะ) คุ้มแน่นอนค่า

    กดที่ลิงก์ได้เลยจ้า >> bit.ly/สองภพ 

    พบกันวันจันทร์นะคะ :-)

    คล้ายกับเรื่องสองภพ ที่คุณอ่าน