“อือออออ......”
เสียงดังเบาๆ ออกมาจากลำคอระหง คิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากันเป็ปม ร่างบางขยับตัว เปลือกตาที่มีขนตาเป็แผงยาวงอน ค่อยๆขยุกขยิก ขยับเปิดขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองเพดาน แล้วหันมองไปรอบๆ ห้อง ซึ่งเป็ห้องที่ไม่คุ้นตาเอาซะเลย
มัญชุสาสังเกตรอบๆห้อง เหมือนผนังเป็ผ้า ซึ่งที่นี่น่าจะเป็กระโจมขนาดใหญ่ซะมากกว่าจะเป็ห้อง ภายในตกแต่งด้วยพรมหนาและใหญ่
แต่ถึงจะเป็กระโจม ก็มีของใช้ต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็สิ่งของดีๆ อย่างเครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง อะไรประเภทนั้น ดูรวมๆ แล้วเหมือนกำลังอยู่ในเขตแดนของอาราดินอะไรอย่างนั้น
“.........”
มัญชุสาขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากันยิ่งขึ้น จนคิ้วเรียวแทบจะผูกกันเป็โบว์ เมื่อความสงสัยวิ่งพล่านอยู่ในหัว เธอพยายามทบทวนความทรงจำ
ซึ่งเธอจำได้ว่าเมื่อคืนเธอแยกตัวมานอนที่ห้องพักเพียงคนเดียว พอ่ดึกๆ ก็มีใครไม่รู้เข้ามาในห้องพัก ใครคนนั้นเอาอะไรมาให้เธอปิดจมูกของเธอ แล้วจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งตอนนี้
“อ๊ะ!!!!!!.........”
O_O
มัญชุสาคิดมาถึงตรงนี้ก็เบิกตากว้างอย่างใมากถึงมากที่สุด ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเร็วไว พอสังเกตเห็นเนื้อตัวตัวเอง ที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็ชุดของคนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่ชุดที่เธอสวมใส่ก่อนนอน ก็ยิ่งใมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
แต่พอสำรวจดูความผิดปกติของร่างกาย ก็ไม่รู้สึกว่ามีส่วนไหนผิดปกติไปเลยแม้แต่น้อย จึงให้รู้สึกโล่งอกโล่งใจขึ้นมาได้เปลาะหนึ่ง
“นี่เราถูกจับตัวมาอย่างงั้นเหรอ? ละ แล้วที่นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี้ย? แล้วใครจับตัวเรามา? จับมาเพื่ออะไร? หรือเอามาขาย??......”
มัญชุสาพร่ำถามตัวเองออกมา ด้วยหัวใจที่ตกร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอลุกออกจากที่นอน มองหาทางออก ซึ่งก็เห็นผนังที่อยู่ตรงหน้า มีช่องแหวกออก เธอจึงคิดว่าตรงจุดนั้น่าจะเป็ประตูทางออก จึงไม่หยุดคิดให้เสียเวลา รีบเดินตรงไปที่ที่คิดว่าใช่ประตูทางออกนั้นทันที
“อ๊ะ!!!!!!.........”
O_O
แต่ยังไม่ทันที่มัญชุสาจะก้าวไปถึง ตรงที่เธอคิดว่าเป็ประตูทางออก ก็มีมือใหญ่เปิดแยกผ้าออก แล้วก้าวเดินเข้ามาภายในกระโจม
พอมัญชุสาได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาคมกริบ ของบุคคลที่ก้าวเข้ามา ก็ต้องใเป็อย่างมาก จนถึงกับตาเบิกกว้าง ปากเผยออกจากกัน ตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ
“ทะ ท่านชีค!!!!!!...... นี่ท่านจับตัวฉันมาอย่างงั้นเหรอ? จับมาเพื่ออะไร? หรือว่า......”
มัญชุสาเรียกสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับคืนมา พอกลับคืนมาแล้ว ก็พร่ำพูดพร่ำถาม พลางคิดไปเองด้วยอีกต่างหาก ด้วยหัวใจที่หวาดหวั่น หวาดกลัว
ก็จะไม่ให้เธอหวาดหวั่น หวาดกลัว ได้ยังไงกัน ก็เธอดันไปตบหน้าท่านชีคผู้ทรงอำนาจบารมีคนนี้เข้าน่ะสิ และไม่รู้ว่าเป็เพราะเื่นี้หรือเปล่า เธอจึงงานเข้าอย่างนี้
ชีคอะซีรหยุดยืนอยู่ตรงนั้น มือใหญ่ยกขึ้นกอดอกแกร่ง ดวงตาคมกริบหรี่ตามองใบหน้าสวยหวาน มุมปากยกยิ้มนิดๆ เหมือนกับชอบอกชอบใจ ที่ได้เห็นหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า กำลังตื่นตระหนกใเป็อย่างมากเช่นนี้
“เธอคิดว่าเราจับตัวเธอมาอย่างงั้นเหรอ?... แล้วเธอทำอะไรให้เรา ถึงได้ถูกจับมาล่ะ?”
ชีคอะซีรไม่ได้ตอบคำถามของมัญชุสาแต่อย่างใด แต่ได้ย้อนถามหญิงสาวตัวเล็ก ขณะเดียวกันก็ย่างก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับเสือกำลังจะตะครุบเหยื่ออะไรประมาณนั้น ทำให้หญิงสาวตัวเล็กต้องก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ ด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ระส่ำระส่าย แทบจะทะลุออกมาจากอกด้านซ้าย
O_O
“อุ๊ย!!!!!!...... อ๊ะ!!!!!!......”
ในจังหวะที่ก้าวถอยหลัง เท้าของมัญชุสาไปสะดุดเข้ากับพรม ร่างบางจึงเซถลา ทรงตัวเอาไว้ไม่ได้ แต่มือใหญ่ก็รวดเร็วเช่นกัน ยื่นมารับร่างบางเอาไว้ได้ทัน แถมดึงร่างบางเข้ามาสู่อ้อมแขนแกร่ง จนร่างสองร่างแนบชิดติดกันแน่น
“นี่ปล่อยฉันนะคนฉวยโอกาส”
เมื่อสติที่หลุดหายไปจากการตกอกใกลับคืนมา ใบหน้าสวยหวานก็แดงฉานไปทั่วใบหน้า พอเห็นว่าตัวเธอกำลังถูกท่านชีคผู้ทรงอำนาจโอบกอดเอาไว้แน่น เธอจึงทั้งผลักทั้งดันอกแกร่ง และทั้งบริภาษต่อว่าเขา โดยไม่ทันยั้งคิด มารู้ตัวเองก็ตอนที่เขาปล่อยร่างบางให้เป็อิสระ และต้องใมิใช่น้อย
“ฉวยโอกาสอย่างนั้นเหรอ... หึ!... เราไม่เคยคิดจะฉวยโอกาสกับใคร ผิดกับเธอที่ชอบอ่อยผู้ชายไม่เลือกหน้า ให้ท่าคนอื่นไปทั่ว แล้วยังจะมาหาว่าเราฉวยโอกาสอีก ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีค่าพอที่จะให้เราลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วยหรอกนะ”
ยิ่งมัญชุสาได้เห็นแววตาโกรธเกรี้ยว และยิ่งได้ยินคำพูดดูถูกถากถางที่ออกจากปากบางได้รูป ก็ยิ่งทำให้เธอไม่รู้จะใ หวาดกลัว โกรธ หรืออะไรยังไงก่อนดี พอชีคอะซีรกล่าวจบ ก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากกระโจมไปในทันที
๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒
อุ้ย!!!...... แรงอ่ะ ชีคทำไมปากร้ายอย่างนี้ มัญก็ไม่ได้เป็อะไรด้วยสักหน่อย ทำไมจะต้องว่ากันอย่างนี้ด้วย..... เื่ราวจะเป็ยังไงต่อไป โปรดติดตามในตอนหน้านะคะ........................................ ^_^ ^_^ ^_^ ^_^