ในป่าห้าราตรีนั้นมืดมิดสมกับชื่อป่า กระทั่งเสียงนกร้องนั้นก็ไม่อาจจะได้ยินแม้แต่ตัวเดียว จะมีก็เพียงเสียงสัตว์ลึกลับบางตัววิ่งผ่านดังซอกแซกในบางคราเท่านั้น ป่าทั้งป่านั้นดูวังเวงและเปล่าเปลี่ยวต้นไม้ใหญ่ขึ้นแซมกันอยู่เต็มป่า เถาวัลย์เขียวระโยงรยางค์ห้อยลงมาจาก้าจนมืดครึ้ม ใบไม้ที่แผ่ออกมาจากกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่เชื่อมโยงถึงกันจนปิดบังแสงอาทิตย์จนมิอาจสาดส่องลงมายังพื้นด้านล่างยิ่งเป็ตัวช่วยขับบรรยากาศน่าหวาดกลัวออกมาจากป่า คนส่วนมากหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในป่าเมื่ออยู่ใน่กลางคืน มิใช่เพียงเพราะหวาดกลัวสัตว์อสูรลมปราณบางตัวที่แข็งแกร่ง แต่ยังหวาดกลัวความมืดอันยาวนานของป่าแห่งนี้ที่บางครั้งบางคราก็มีคนกลายเป็บ้าไปเนื่องจากทนความมืดที่ล้อมรอบอยู่ไม่ไหว
ลึกเข้าไปในป่า เหยียนชิงกำลังหาวหวอดอยู่บนต้นไม้ต้นเดิมที่ห่างจากศพของเลี่ยบันไป่หนึ่ง ชายหนุ่มกำลังนั่งรอศัตรูของเขาอย่างใจจดใจจ่อแต่เมื่อผ่านไปสักครู่ บรรยากาศอันมืดครึ้มของป่าห้าราตรีทำให้ชายหนุ่มรู้สึกง่วงนอนขึ้นมา จนมีความคิดแล่นเข้ามาในหัวของเขาบางครั้งว่าควรจะปล่อยทั้งสองคนไปแล้วไปหาที่นอนดีๆให้สิ้นเื่ไป
“ถ้าอีกครึ่งชั่วยามพวกมันยังไม่โผล่มา ข้าก็ขอไปหาต้นไม้ต้นใหม่นอนเสียดีกว่า กลิ่นศพเ้านี่แรงเสียจริง” เหยียนชิงเอ่ยกับตนงึมงำ กระทั่งเ้าตัวก็ยังคิดว่าแผนการของเขานั้นช่างเสียเวลาเป็อย่างยิ่ง โชคดีที่พวกมันรีบค้นหาร่องรอยของเลี่ยบันทันที่ที่มาถึงจนกระทั่งพบกับพ่อค้าที่เขาทำข้อตกลงเอาไว้ล่วงหน้า หลอกล่อให้มันมุ่งหน้ามาหาเขาด้วยความอาฆาตแค้น
“จากที่น้องชายคนนั้นบอก ดูเหมือนว่าจะเป็หญิงหนึ่งชายหนึ่งสินะ....” เหยียนชิงเอ่ยกับตน
“ฆ่าบุรุษนั้นยังพอทำเนา แต่จะให้ลงมือกับสตรีนั้นข้าช่างเ็ปใจเป็อย่างยิ่ง เฮ้อ......” เหยียนชิงยังคงบ่นกับตัวเองประหนึ่งชายแก่ไม่หยุดหย่อน ใครๆต่างก็บอกว่าเขาเป็เสือผู้หญิงบ้างหรือเ้าชู้บ้าง ในขณะที่เ้าตัวมักจะบ่นอิดออดว่าตนแค่รักความสวยความงามของสตรีเท่านั้น
ตึก ตึก ตึก..........
เสียงย่ำเท้าเป็จังหวะปลุกให้เหยียนชิงตื่นจากภวังค์ความง่วงซึมทันที ประสาทรับรู้ของชายหนุ่มกลับมาขยายตัวเต็มที่พร้อมทั้งลบร่องรอยของตนออกจากต้นไม้อีกครา สายตาเขาหันไปมองยังต้นเสียงที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นเงาตะคุ่มๆสองเงากำลังเดินเข้ามา
ไม่นานนักที่ภาพเงาตรงหน้าของชายหนุ่มค่อยๆชัดขึ้น เขาเห็นคนสองคนกำลังเดินมาทางต้นไม้ใกล้ๆมันทั้งสองคนสวมชุดจอมยุทธ์สีเขียวสว่างที่น่าจะเป็ชุดสำหรับศิษย์หลักของสำนัก หนึ่งเป็ชายและอีกหนึ่งเป็หญิง ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มเรื่อยๆแล้วเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางไปยังต้นไม้ที่อยู่ห่างจากเขา่หนึ่ง
“ตามรอยเืมาสินะ ฮืมม...ไม่เลวเลย อย่างน้อยพวกมันก็ยังมีความฉลาดอยู่บ้างถึงจะไม่มากก็เถอะ” เหยียนชิงคิดในใจขณะจ้องมองคนทั้งสองมุ่งหน้าไปยังศพของเลี่ยบันที่กำลังนอนอืดอยู่ที่ต้นไม้ข้างๆ
“อ้ากกกกกกกกกก!!!”
เพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีที่คนทั้งสองเข้าไปใกล้ศพของเลี่ยบัน เสียงชายคนนั้นก็แผดร้องขึ้นด้วยความบ้าคลั่ง มันตวัดกระบี่ของตนใส่ต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับว่ายามนี้มันไร้ศึกสตินึกคิดใดๆโดยสิ้นเชิง
“ออกมาเดี๋ยวนี้! เ้าสารเลว เ้ากล้าทำเช่นนี้กับเพื่อนข้า!!”
“ไอ้หยา.....นี่ข้าแกล้งมันแรงเกินไปรึไม่ เหตุใดมันจึงกลายเป็บ้าเช่นนี้ไปได้” เหยียนชิงมองภาพตรงหน้าเขาด้วยความตื่นตาอยู่ชั่วครู่ ก่อนหน้านี้เขาแค่ลากศพของเลี่ยบันไปวางเอาไว้ตรงนั้นพร้อมทั้งปักป้ายลงอักษรเอาไว้เพียงแค่ป้ายเดียว
มันก็แค่ป้ายที่เขียนว่า “จุดจบของคนบ้ากาม”เท่านั้น.....
นึกไม่ถึงว่าชายตรงหน้าของเขาจะกลายเป็คนเสียสติเพียงเพราะสหายของเขาถูกฆ่า ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็สหายรักร่วมเป็ร่วมตายกันมามากทีเดียว
“เป็ไปได้หรือไม่ที่มันจะ..........มีความสัมพันธ์กันเกินคำว่าสหาย?” เมื่อคิดเช่นนั้นท้องไส้ของชายหนุ่มก็รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาฉับพลัน เส้นขนตามตัวกำลังลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ เขาสะบัดหัวไล่ความคิดบัดสีออกไปจากสมองของเขาก่อนจะรั้งคันธนูขึ้นมาพร้อมยิงทันที
“อย่าถือโทษว่าข้าโหดร้าย ที่เ้าควรจะโทษก็คือสหายของเ้าที่ทำตัวรุ่มร่ามในวันนั้น!” เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็ปล่อยลูกศรปราณสีดำมืดออกจากสายรั้งทันที มันพุ่งตรงเข้าหาชายที่กำลังอาละวาดอยู่อย่างเงียบเชียบ
ฉึกก!
ไม่มีเสียงลูกธนูที่กำลังแหวกอากาศ ไม่มีเสียงหรือสัญญาณใดๆยามเมื่อปล่อยออกจากคันรั้ง จะมีเพียงเสียงเดียวที่ดังขึ้น เสียงยามเมื่อลูกธนูปักเข้าไปที่กลางอกของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น!
“แค่ก....นี่......นี่มัน...........ลูกศรปราณ?” ชายหนุ่มตรงหน้าเขาก้มมองลูกศรปราณสีดำที่ปักอยู่กลางอกของมันพร้อมทั้งกระอักเืกองโตออกมา อีกทั้งยังดูเซไปเซมาเล็กน้อยเท่านั้น เหยียนชิงขมวดคิ้ว เป็ไปได้หรือไม่ว่าลูกศรปราณของเขายังแข็งแกร่งไม่พอที่จะเอาชีวิตผู้แข็งแกร่งได้ในการยิงครั้งเดียว?
“งั้นก็เอาไปอีกดอกหนึ่ง!”
เคร้ง!
เสียงกระบี่กระทบกับศรปราณดังก้องไปทั่วบริเวณ ชายตรงหน้าเขาสามารถปัดลูกศรลูกที่สองได้ยิ่งทำให้เหยียน ชิงรู้สึกประหลาดใจอีกครา ดูเหมือนความแข็งแกร่งของศิษย์สำนักกระบี่ขาวนั้นไม่อาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ
“ขี้ขลาด! ถ้าเ้าแน่จริงก็จงออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงชายคนเดิมตะหวาดดังก้องไปทั่วป่า หญิงสาวข้างกายชักกระบี่ออกมาในท่าพร้อมสู้ เหยียนชิงได้แต่ถอนหายใจเมื่อคิดว่าศรปราณของเขาไม่สามารถเอาชีวิตมันได้ในลูกเดียว
“เอาเถอะ......อย่างน้อยก็ลงไปต่อยตีกับมันสักหน่อยก็ได้” เมื่อพูดจบเ้าตัวก็แยกคันธนูออกเป็สองด้าม ตัวธนูที่เคยโค้งบัดนี้กลับมาตั้งตรงเช่นเดิม เหยียนชิงเพิ่งจะรับรู้ก่อนหน้านี้ว่าธนูเหล็กนี่สามารถเปลี่ยนเป็กระบี่คู่หากดึงมันออกจากกัน
“ช่างเป็ธนูอเนกประสงค์เสียจริง”
เหยียนชิงะโลงจากต้นไม้ ยามนี้ชายหนุ่มอยู่ห่างจากคนทั้งสองไม่ถึงร้อยจั้ง เขาเดินเนิบนาบเข้าไปหาทั้งคู่พร้อมทั้งกระชับกระบี่คู่ที่อยู่ในมือจนแน่น แววตาดูคล้ายว่ากำลังจับจ้องเหยื่อที่กำลังาเ็อยู่ ใบหน้าเ็าดูไม่เหลือร่องรอยของความเมตตาใดๆอยู่แม้แต่น้อย
การปรากฏตัวของเหยียนชิงกระตุ้นให้คนทั้งสองระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น ทั้งคู่ต่างตั้งท่าพร้อมต่อสู้ทันที ไป๋ชิงที่ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูไม่าเ็อะไรมาก แต่พลังปราณภายในของเขารั่วไหลออกไปส่วนหนึ่ง จากลูกศรปราณที่พุ่งเข้าไปปักใกล้กับจุดตันเถียนของเขาพอดิบพอดี จากที่เคยมีพลังปราณรวมจิตระดับห้า บัดนี้กลับลดลงมาเหลือเพียงระดับสองเท่านั้น
“เ้าเป็คนฆ่าเลี่ยบันใช่รึไม่?” ไป๋ชิงเอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว แต่ในดวงตาของเขามีความหวาดกลัวอยู่ส่วนหนึ่งจากการที่โดนลอบโจมตีโดยไม่รู้ตัวก่อนหน้านี้ นั่นแสดงว่าชายหนุ่มตรงหน้าย่อมจะต้องมีฝีมืออยู่พอตัวเช่นกัน
“เป็เช่นนั้น” เหยียนชิงตอบเสียงเรียบ
“เ้าสารเลว!” ไป๋ชิงะโดังก้องพร้อมทั้งพุ่งเข้าโจมตีเหยียนชิงทันที
เคร้งง!
เสียงโลหะกระทบกันก้องกังวานไปทั่วป่า
ชายหนุ่มที่ระวังตัวอยู่แล้วยกกระบี่คู่ขึ้นป้องกันกระบี่ของไป๋ชิงที่พุ่งเข้าหาลำคอเขาอย่างเฉียดฉิว พร้อมทั้งตวัดกระบี่ที่มือซ้ายสวนกลับไปยังร่างของไป๋ชิง แต่อีกฝ่ายก็ไหวตัวทันมันดึงกระบี่ย้อนกลับมาปัดกระบี่ที่เข้ามาได้ ทั้งสองถอยออกมาครึ่งก้าวแล้วจ้องมองกันเล็กน้อยก่อนจะพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง การต่อสู้เกิดขึ้นเร็วจนไม่อาจมองเห็นตัวคนได้ มีเพียงประกายไฟจากกระบี่ที่ปะทะกันเท่านั้นที่แวบออกมาเป็ระยะๆ เสียงกระบี่สามเล่มที่ยังคงฟาดฟันดังขึ้นทั่วป่านับสิบๆครั้ง ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันแต่ก็ไม่อาจชิงความได้มาจากอีกฝ่ายได้ จนทั้งคู่ถอยออกมาตั้งหลักห่างกันเกือบๆสิบจั้ง
“ศิษย์น้อง เ้ามัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ช่วยข้าจัดการเ้าสารเลวนี่!?” ไป๋ชิงหันถามไป๋เลี่ยที่กำลังยืนบิดเอวไปมาอย่างยั่วยวนอยู่ข้างกายด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“ฮืม.....ดูท่านจะแค้นเคืองมันมาก ความแค้นส่วนตัวท่านก็ต้องเป็คนจัดการเองสิ” นางกล่าวตอบเขาพร้อมทั้งม้วนปอยผมของนางเล่นไปด้วย อีกทั้งบางคราก็ยังหันไปสบตาเหยียนชิงด้วยแววตาหยอกเย้า
“เด็กน้อยข้างหน้านั่นดูหล่อเหลาเป็อย่างยิ่ง มันมิใช่คนที่ท่านประมุข้าเจอตัวหรอกรึ?” นางจำได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นเป็ชายคนเดียวกับที่ท่านประมุขออกคำสั่งให้ตามหา หากศิษย์พี่ของนาง้าจะสังหารมัน นั่นไม่ใช่เป็การขัดคำสั่งของท่านประมุข?
“เฮอะ! ท่านประมุขบอกว่าให้เอามันกลับไปจะเป็หรือตายก็ไม่ต้องสน ในเมื่อมันฆ่าสหายข้า ข้าก็มีเหตุผลที่จะสังหารมันแล้วค่อยเอาศพมันไปให้ท่านประมุข!” ไป๋ชิงเอ่ย
“โอ้? ดูเหมือนว่านอกจากพวกเ้าจะมีความแค้นต่อข้า ยังมีตาเฒ่าเลอะเลือนนั่นออกคำสั่งให้มาจับตัวข้าด้วยสินะ พวกเ้านี่ช่างวางท่าใหญ่โตเสียจริง”เหยียนชิงแค่นเสียงตอบด้วยความดูถูก
“เ้ารู้แล้วทำไมยังไม่ก้มหัวอีก!? ถ้าเ้ายอมทำลายการบ่มเพาะของเ้าแล้วคลานมาเลียเท้าข้า ข้าก็อาจจะไว้ชีวิตอันไร้ค่าของเ้าแล้วตัดแขนขาเพื่อไม่ให้หลบหนีไปได้เท่านั้น ข้อเสนอนี้ดีหรือไม่?” ไป๋ชิงพูดข่มขู่ชายหนุ่มด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“อ้ายย….พี่ชายช่างใจดีเสียจริง ก่อนหน้านี้้าจะฆ่าข้า กลับเสนอให้ข้าทำลายการบ่มเพาะเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ ท่านนี่ช่างมีเมตตาจริงๆ” เหยียนชิงเอ่ยพลางบิดตัวไปมาคล้ายจะล้อเลียนไป๋ชิง
“เ้า.....”เส้นเืที่ขมับของไป๋ชิงกำลังเต้นตุบๆด้วยความเดือดดาล นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตของเขาที่เจอกับคนกวนโทสะเช่นนี้
“ข้าเพิ่งจะฆ่าสหายของเ้าไปเ้าก็ยกโทษให้ข้าเสียแล้ว เอ๊ะ! อย่าบอกข้านะว่ามันไม่ใช่แค่สหายเ้า หรือมันจะเป็คนรักหนุ่มของเ้าด้วย?!” เหยียนชิงทำท่าใพลางเอามือปิดปากด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ
“หุบปากเดี๋ยวนี้!!” ไป๋ชิงฟาดกระบี่ในมือใส่เหยียนชิงอีกครา ในครั้งนี้กลับหนักหน่วงกว่าก่อนหน้าหลายเท่านัก คล้ายกับว่ามันเป็ความโกรธและความอัดอั้นที่สั่งสมมานากำลังปะทุออกมา
“อ้าว.............เื่จริงรึ?” เหยียนชิงรับดาบที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อนด้วยความใ เื่ที่พูดไปก่อนหน้านี้เขาแค่้ากระตุ้นโทสะชายคนนี้เท่านั้น นึกไม่ถึงว่ามันจะเป็เื่จริงไปเสียได้
“โอ้วว ข้ารู้แล้วๆ ความรักต้องห้ามของศิษย์หลักผู้เป็ดั่งดาวจรัสแสงกับโจรูเาอันป่าเถื่อน ทั้งสองถูกกีดกันไม่ให้พบกันเนื่องจากความห่างชั้นของฐานะ ชีวิตรักของพวกเ้านี่ช่างน่าเอาไปทำเป็นิยายเสียจริง ข้าว่ามันต้องขายดีแน่ๆ!” เหยียนชิงยังคงล้อเลียนชายหนุ่มไม่หยุด ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งเป็การราดน้ำมันเข้ากองไฟเสียหนักกว่าเดิม ชายหนุ่มตรงหน้าเขาบัดนี้เสียสติไปแล้วสิ้นเชิง
“อ้ากกกกกกก!! หุบปาก หุบปาก หุบปากซะ!” ไป๋ชิงกลายเป็คนเสียสติไปโดยสิ้นเชิง กระบี่ในมือตวัดฟาดฟันใส่เหยียนชิงไปนับร้อยกระบวนท่าแต่ก็ไม่อาจทำอะไรมันได้ ยิ่งถูกจี้ใจดำก็ยิ่งทำให้ไฟแค้นในใจโหมแรงขึ้นไปอีก
“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้รักเ้าจริงนะ หากมันรักเ้าจริงเหตุใดจึงไปลวนลามบริกรหญิงแทน รึมันอดใจไม่ไหวแล้ว?” เหยียนชิงกระตุ้นโทสะอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ในขณะเดียวกันก็รับมือกับพายุกระบี่ที่โหมกระหน่ำเข้ามาด้วย
“เป็กระบวนท่าดาบที่ดี ข้าอยากรู้จริงว่ามันชื่อว่าท่าอะไร” เหยียนชิงยกยิ้มขึ้นพร้อมกับเอ่ยปากถาม
“กระบี่ขาวเริงระบำ!!” เสียงหญิงสาวดังตอบเขาพร้อมกับรังสีกระบี่ที่พุ่งเข้ามาร่วมต่อสู้ เหยียนชิงโดดหลบไปด้านข้างพร้อมทั้งแทงกระบี่กลับด้วยความรวดเร็ว ไป๋เลี่ยเบิกตากว้างนางไม่คิดว่าชายหนุ่มจะสวนกลับมาไวขนาดนี้ ด้วยที่ไม่ทันตั้งตัวนางจึงถูกกระบี่ถากที่ลำตัวจนเป็แนวยาว โลหิตไหลออกมาจนเปื้อนชุดรัดรูปของนางจนเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน นางวิ่งหลบออกมาข้างหลังไป๋ชิง สีหน้าของนางซีดเซียวดูเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ของข้าก็มีเหมือนกัน กระบวนท่าผ่าฟืน!” เมื่อเอ่ยจบเหยียนชิงก็พุ่งเข้าหาไป๋ชิงด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมทั้งวาดกระบี่คู่เป็แนวขวางออกไปข้างหน้า ไป๋ชิงที่กำลังตื่นตระหนกกับชื่อกระบวนท่าของชายหนุ่มไม่ทันได้ระวังตัวจึงถูกคมของมันตวัดใส่แขนซ้ายจนขาดสะบั้น
“อ้ากกกก!!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับหยาดโลหิตที่พุ่งกระฉูดออกมา แขนซ้ายของเขากระเด็นหายเข้าไปในป่าด้านหลังด้วยแรงกระบี่
ไป๋ชิงถอยกลับมาตั้งหลักอีกครั้ง มันหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการปะทะก่อนจะทรุดลงคุกเข่ากับพื้นแขนซ้ายที่ขาดไปมีจุดชีพจรสำคัญอยู่ เมื่อถูกทำลายการบ่มเพาะของไป๋ชิงก็ลดลงไปด้วย
ยามนี้เขาร่วงลงมาเหลือเพียงระดับแปดของปราณฝึกหัดเท่านั้น
“ศิษย์พี่!” ไป๋เลี่ยวิ่งเข้ามาประคองไป๋ชิงด้วยใบหน้าซีดขาว นางจ้องมองเหยียนชิงด้วยความหวาดกลัว นางเองแทบไม่เหลือความกล้าใดๆที่จะเข้าไปต่อกรกับชายหนุ่มอีกครา ขาทั้งสองข้างกำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวตาย
“หากประมุขของเ้าไม่ตามหาเื่ข้าในคราแรกยามนี้เราก็คงเป็คนไม่รู้จักกันเท่านั้น น่าเสียดายที่พวกเ้าต้องมาตายที่นี่” เหยียนชิงเอ่ยเสียงเรียบ เ้าตัวค่อยๆสาวเท้าเข้าใกล้ทั้งคู่อย่างเงียบเชียบ กระบี่คู่ในมือยังมีหยดโลหิตไหลย้อยลงมา
“เ้า......กะ...กล้าฆ่าข้า?” ไป๋ชิงกัดฟันแน่น มืออีกข้างที่เหลือกำลังสั่นระริกจนไม่อาจระงับ
“ท่านประมุขประทับจิตศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่ิญญาข้า หากข้าตายมันจะส่งภาพคนที่ฆ่าข้าไปให้กับท่านประมุข เมื่อถึงยามนั้นแม้กระทั่งครอบครัวของเ้าก็จะถูกฆ่าล้างตระกูลจนเหี้ยน!”
ไป๋ชิงไม่ได้เอ่ยเกินเลยแต่อย่างใด เขาเป็ผู้ถูกเลือกให้เข้าไปเป็ศิษย์สืบทอดของสาขาหลัก ทำให้ประมุขสาขารองทุ่มเททรัพยากรให้กับเขามาก รวมทั้งยังประทับจิตศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ในดวงิญญาเขาด้วย
เหยียนชิงชะงักฝีเท้าลงทันใด ไป๋ชิงคิดว่าเขาสามารถขู่อีกฝ่ายจนหวาดกลัวได้จึงเผยรอยยิ้มของผู้ได้รับชัยชนะออกมาพร้อมทั้งกำลังจะกล่าวคำพูดต่อไป แต่ไม่ทันจะได้เปิดปาก เสียงเ็าก็ดังมาจากเหยียนชิงอีกครา
“เ้ากำลังขู่จะฆ่าครอบครัวของข้า? รู้หรือไม่ว่าข้าเก่งเื่จัดฉากการตายยิ่งนัก”