“พ่อหนุ่มคนนั้นน่ะ.. ไม่ทราบว่าเจ้ากำลังหาเนื้อของสัตว์ชนิดไหนรึ.. เห็นเดินไปเดินมา ถามตั้งกี่ร้านเข้าไปแล้ว.. หรือว่าจริงๆแล้วเจ้าแค่ถามไปเท่านั้น ไม่ได้คิดจะซื้อจริงๆ” แม่ค้าคนหนึ่งถามออกมา พร้อมกับสับมีดลงบนเขียงเพื่อขู่รีออน ทางด้านของรีออนเองเมื่อได้ยินสิ่งที่อาเจ๊คนนั้นกล่าวก็เริ่มเหงื่อตก แต่ด้วยสกิลการแถระดับตำนานของเขา มันทำให้เขารอดมาได้และแน่นอนว่าเขาก็สงสัยขึ้นมา ว่าในเมื่อของที่เขาเห็นแล้วว่าน่าจะมีค่ามากที่สุด มันเป็นของสวะสำหรับพวกเขา แล้วไอ้ของที่ดีที่สุดคืออันไหนกัน เขาจึงหันไปถามกับมาตินเพื่อที่จะได้ดูแร่ที่มีมูลค่ามากที่สุด มาตินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินนำไปยังตู้แสดงสินค้าที่ห่างออกไปนับสิบตู้ ปรากฏเป็นหินแร่ชนิดหนึ่ง และมันก็เป็นเพียงแค่แร่เหล็กที่มีความบริสุทธิ์เพียงแค่ 69.35 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง จากผลวิเคราะห์ของอลิส“นี่เป็นแร่เหล็กที่มีความบริสุทธิ์ค่อนข้างมาก ราคาของมันน่าจะมากกว่า 500 เหรียญทองเลยทีเดียว อย่างที่ท่านลูกค้าพอทราบ ในยุคของเรานี้ อาวุธก็เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ผู้คนนั้นตามหา และอยากจะครอบครองมัน.. และด้วยขนาดที่ใหญ่นี้ มันจะมีราคาที่สูงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดแต่อย่างใดขอรับ” มาตินอธิบายมันออกมาถึงคุณสมบัติ และความดีของมัน แต่มันก็สร้างความตกใจให้กับรีออนเป็นอย่างมาก“500 เหรียญทอง บ้าไปแล้ว!!!” เขาสบถออกมาพร้อมมองมันอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังๆมานี้เขาไม่ค่อยที่จะไว้ใจระบบของอลิสมากเท่าไร หรือมันออกจะเป็นเพราะโลกใบใหม่นี้ มันอาจจะต้องทำให้เธอต้องทำฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมดด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเขาจ้องมองไปที่ก้อนแร่ที่มีขนาดเท่ากับเครื่องปริ้นท์บ้านๆนี่เอง เขาถึงกับตกใจเพราะแร่ขนาดนี้มันไม่ควรที่จะมีราคาเท่านี้เลยจริงๆ จากเท่าที่สังเกตมาจากราคาของใช้แต่ละอย่าง เทียบกับเงินไทยแล้ว 1 เหรียญทองจะเท่ากับประมาณ 10,000 บาท แล้วถ้า 500 เหรียญทองจะเท่ากับ 5,000,000 บาท มันจะแพงเกินจริงไปมากจริงๆ ถ้าเป็นโลกของเขาแร่ก้อนนี้ราคาได้สักแสนเดียวก็หรูแล้ว แต่ไอ้หยกที่มันมีราคานับสิบล้านก้อนนั้น ในโลกนี้กลับขายมันเพียงหลักแสน ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด“ท่านคงจะตกใจกับราคาของมัน จริงๆแล้วกว่าที่มันจะเป็นแร่ก้อนนี้ได้ มันจะต้องผ่านการถลุงแร่ด้วยแรงคนหลากหลายขั้นตอน และกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกมาจากแร่อีกหลากหลายกระบวนการ และอีกอย่างไม่ใช่ว่ามันจะหาได้ง่ายนะขอรับ แร่ที่มีคุณภาพเช่นนี้ นานๆทีหรือนับครึ่งปีเลยจะมีสักครั้งขอรับ ราคามันเลยแพงอย่างที่ท่านได้เห็นไป”
มาตินพยายามอธิบายที่มาที่ไปของแร่ก้อนนี้ว่าทำไมมันถึงมีราคาที่ค่อยข้างสูง แต่รีออนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะเขามาจากโลกที่การถลุงแร่หลอมแร่ เรียกว่าง่ายดายราวกับโยนแฮมเบอร์เกอร์เข้าไมโครเวฟ เขาจึงไล่ถามราคาเกือบจะทั้งหมดที่มีประมูลตอนนี้ ไพลิน เพชร พลอยเองก็ราคาสูงพอประมาณ แต่ก็ไม่ได้สูงเท่าเหล็ก
มาตินให้เหตุผลว่าการตัดอัญมณีเหล่านี้เป็นอะไรที่ต้องใช้แรง สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นอัญมณีที่ถูกแปรรูปแล้วจะมีราคามากกว่าถึงเกือบๆ 10 เท่าตัวเลยทีเดียว รีออนก็ไม่พูดอะไรกลับมา มาตินจึงเชิญเขาไปดูในส่วนอื่นๆต่อไป เช่นโซนยา โพชั่นต่างๆที่ตอนนี้รีออนยังไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากเท่าไหร่ มันอาจจะเป็นเพราะว่าในหัวของเขากำลังคำนวณอะไรบางอย่าง และอีกอย่างมันก็ไม่ได้มีอะไรที่เรียกความสนใจของเขาได้เลย จนมายังโซนสุดท้าย อุปกรณ์เวทมนตร์ มันทำให้เขาผู้ที่เชื่อในวิทยาศาสตร์ และมีเหตุผลรองรับเสมอๆ กับต้องสั่นคอน มันมีตั้งแต่คฑาเวทมนตร์ที่เป็นไม้ และตรงกลางมีอัญมณีเสริมธาตุต่างๆ และยังมีสิ่งเขาสนใจมากที่สุดคือแหวนมิติที่มีขนาด 5x5 ตารางเมตร มันทำให้เขานึกถึงนาฬิกาข้อมืออันหนึ่งของเขา ที่พ่อให้ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดสมัยที่เขามีอายุครบ 5 ขวบพอดี และเขาทำการดัดแปลงมันจนกลายเป็นนาฬิกาที่เอาไว้สำหรับเก็บของ แน่นอนว่าด็อกเตอร์อัจฉริยะอย่างเขาสามารถทำมันได้ในตอนอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น โดยใช้หลักการของทฤษฎีย่อโมเลกุลสิ่งของให้มีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ แต่มันก็เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่นาฬิกาเรือนนั้นได้หายไป ถ้าให้เดาก็น่าจะหายไปในช่วงที่หนีมาพร้อมกับยานตอนไหนสักตอนหนึ่ง ป่านนี้มันคงจะตกไปอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่งแล้วล่ะมั้ง หรือบางทีมันอาจจะหลุดไปที่นิยายเรื่องไหนสักเรื่องตามกาลเวลาแล้ว (อันนี้เป็นนิยายของไรต์อีกเรื่องนะครับ แนะนำคือไปหาเอาเอง ฮ่าๆ) แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีของที่ว่านั้นอยู่ เพราะส่วนใหญ่แล้ว เครื่องย้อนเวลาของเขาก็ติดตั้งระบบในส่วนนี้ด้วย และของหรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆก็มีครบเหมือนกับของที่อยู่ในนาฬิกา และเมื่อนึกถึงของพวกนั้นอยู่ ไอเดียของเขาก็เริ่มบรรเจิดออกมากอย่างมากมาย ในที่สุดการทัวร์ในครั้งนี้ก็จบลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไรมากมายเป็นพิเศษ จากนั้นเขาก็ออกมาจากโรงประมูลหลังจากนัดแนะเรื่องประมูลเล็กๆน้อยๆกับผู้จัดการมาติน เขาจำได้ว่าแคทเทอรีนจะเดินทางมาพบกับเขาที่แห่งนี้ แต่กลับพบเพียงแค่เบียทีสที่ยืนรอเขาอยู่“อ่าว.. เบียทีส ทำไมเจ้ามาเพียงลำพังล่ะ แล้วแคทเทอรีนเธอไปไหนอย่างนั้นรึ” รีออนที่สังเกตรอบๆแล้วก็ไม่พบวี่แววของแคทเทอรีนเลยจึงเอ่ยถามออกไป“คือว่าท่านมาร์ควิสกำลังพูดคุยหารือกับคุณหนูอยู่เจ้าค่ะ เห็นว่าน่าจะมีเรื่องให้ตัดสินใจยาวนาน จึงให้ข้าน้อยมาส่งเงินค่าจ้างให้กับท่านก่อนเจ้าค่ะ” รีออนที่ได้ยินก็น่าเศร้าหมองลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา เพราะเขานั้นรู้ตัวดีว่าคนที่ชอบการค้นหาอย่างเขา ไม่สามารถอยู่ที่ใดที่หนึ่งได้นานๆ ถึงแคทเทอรีนอยากจะเดินทางไปกับเขาด้วย แต่เขาก็กลัวว่าจะเอาเธอไปลำบากด้วยกัน“ไม่เป็นไร.. ยังไงข้าก็ฝากทักทายคุณหนูของเจ้าด้วยก็แล้วกัน” เขาหยิบถุงเงินที่เบียทีสยื่นมาให้แล้วเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนที่เธอจะก้มหัวแล้วเดินจากไปในทันที ดูเหมือนว่าเธอจะมีธุระอื่นที่ต้องไปจัดการต่อ จึงดูเร่งรีบซะขนาดนั้น ส่วนรีออนที่ไม่มีอะไรทำ ในห้าชั่วโมงนี้ก่อนที่งานประมูลจะเริ่มต้นขึ้น เขาว่าจะไปเดินสำรวจเมืองแห่งนี้ดูสักหน่อย เมื่อรีออนเดินออกมาจากที่โรงประมูลเขาก็เข้ามาภายในตลาดกลางเมืองที่มีผู้คนเดินไปเดินมาสะพัดตลอดเวลา เสียงของพ่อค้าแม่ค้าดังไปทั่วตลาดเพื่อนำเสนอสิ่งที่พวกเขากำลังขาย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเสื้อผ้าที่นิยมใช้กันอย่างหลากหลาย มีรองเท้า แม้กระทั่งพวกอุปกรณ์ครัวที่ดูเหมือนกับโลกเก่าของเขาอยู่หลายชิ้น และราคามันก็แพงกว่ามาตรฐานจากความรู้ของเขาไปมาก มันอาจจะเป็นเพราะว่าสินค้าเหล่านั้นทำยากมากก็เป็นไปได้ รีออนเพียงแค่เดินซื้อของที่มันแปลกหูแปลกตาทานในสิ่งที่โลกเก่าของเขาไม่มี เดินดูตลาดเนื้อที่มีวางขายตลอดทั้งทาง เขาไล่เดินถามพ่อค้าแม่ค้าเขียงหมู เพื่อเพิ่มข้อมูลให้กับอลิส ลักษณะของเนื้อ และอื่นๆอีกมากมาย แต่เขาก็ยังไม่หยิบมันเพื่อที่ซื้อเลย มันเลยทำให้พ่อค้าแม่ค้าหันมาสงสัยกันใหญ่ว่าเขากำลังหาเนื้อชนิดไหน