ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 121 ความโชคดีมหาศาล

            เนื่องจากเขาเอ่ยขอโทษด้วยความจริงใจ ท่าทีดีมากพวกศิษย์พี่หยางจึงไม่ได้ว่ากล่าวอะไร อีกอย่างเขาก็มีคนสนับสนุน จึงได้แต่ปล่อยผ่านไปท้ายสุดบอกเพียงว่าครั้งหน้าให้เขาระวังหน่อยแล้วก็จากไป

            หลังจากส่งพวกเขากลับไป โหยวเสี่ยวโม่โล่งอกในที่สุดไม่คิดว่าการฝึกครั้งแรกก็ดึงดูดคนมากมายเช่นนี้ เห็นทีอีกหน่อยต้องระวังตัวกว่านี้ครั้งเดียวอาจไม่ทำให้ทุกคนสงสัยเท่าไร แต่หากเป็นเช่นนี้บ่อยครั้งเข้า คงเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว

            แม้เขาจะไม่รู้ว่าคัมภีร์ของสำนักเทียนซินจะส่งผลอย่างไรแต่ความต่างของคัมภีร์ทั้งสองนั้นนับว่าห่างชั้นกันมากนัก ผลลัพธ์ก็คงแตกต่างกันมากเช่นกันดังนั้นเหตุการณ์วันนี้อย่าให้เกิดขึ้นอีกจะดีที่สุด

            แต่เขาก็ประเมินการนินทาของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องต่ำเกินไปผ่านไปไม่นาน เรื่องที่เขาดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินรอบๆ นั้นสะพัดไปทั่วทัพพิภพ

            คนส่วนใหญ่พากันพูดถึงเรื่องนี้ คนก็เริ่มพูดกันปากต่อปากมากขึ้น

            คนไม่น้อยเริ่มเปรียบเทียบโหยวเสี่ยวโม่กับฟางเฉินเล่อและฝูจื่อหลินเพราะตอนที่พวกเขาฝึกเคล็ดวิชานี้ก็ไม่ได้เกิดปรากฏการณ์น่าตกตะลึงเช่นนี้ จากที่รู้กันหากการฝึกฝนทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของมวลพลังฟ้าดิน นั่นนับว่าเป็นโชคมหาศาล

            ดังนั้นทุกคนต่างถกกันว่า โหยวเสี่ยวโม่ทำอะไรอย่างอื่นหรือไม่ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองทำไม่ได้ ทำไมเขาถึงทำได้?

            แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าโหยวเสี่ยวโม่แค่บังเอิญโชคดี

            ผลปรากฏว่า บ่ายวันเดียวกัน โหยวเสี่ยวโม่ก็ถูกขงเหวินเรียกไปพบ

            เริ่มแรกเขาไม่รู้ว่าข่าวสะพัดไปไกล จนเมื่อขงเหวินเอ่ยขึ้นเขาจึงรู้ว่าเรื่องเมื่อเช้านั้นลือกันไปไกลแล้ว

            แต่เขาก็ไม่ได้รนจนมือไม้พันกัน หลังจากเกิดเรื่องเมื่อเช้าขึ้นเขาก็คิดคำตอบที่จะรับมือกับเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องไว้แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่า คำพูดนี้จะได้มาใช้กับอาจารย์แทน

            คำพูดที่คิดไว้นี้ก็คือ แกล้งไม่รู้เรื่อง

            ไม่ว่าขงเหวินจะถามอะไรมา ก็จะตอบว่าไม่รู้ท้ายสุดก็คือถามไม่ได้ความอะไรเลย

            ขงเหวินเห็นท่าเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆคงเพราะความโชคดี เขาเองก็เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาบ้าง คนบางคนที่โชคดี ตอนฝึกฝนนั้นบังเอิญเคลื่อนพลังปราณฟ้าดินได้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เพียงแต่ไม่คิดว่าความโชคดีมหาศาลเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับศิษย์ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเขามาก่อน

            เสียดายที่ตอนนี้มันสายไปแล้ว ขงเหวินพึมพำโชคชะตาช่างเล่นตลกกับตนเอง

            หลังแยกจากขงเหวินมาแล้ว โหยวเสี่ยวโม่ก็ไม่ได้ไปไหนแล้วตรงกลับห้อง

            ระหว่างทางเขาพบเจอเพื่อนร่วมสำนัก ทั้งชายทั้งหญิงพวกผู้หญิงยังพอคุยง่าย แต่สายตาที่จ้องเขาก็แฝงด้วยความฉงนสงสัย ภายนอกแลดูเป็นสาวอ่อนหวานบอบบางแต่เรื่องจริงหาได้เป็นเช่นนั้น

            หลังจากที่โหยวเสี่ยวโม่เป็นศิษย์ขงเหวินได้เพียงสิบวันก็รับรู้ถึงจุดนี้

            ศิษย์ผู้หญิงนั้นน้อยกว่าผู้ชายเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแขนงโอสถหรือการต่อสู้ในสิบคนมีเพียงสอง บางทีอาจมีเพียงหนึ่ง และเพราะเหตุนี้ ดังนั้นจำนวนศิษย์ในสำนักเทียนซินจึงค่อนไปทางผู้ชายเสียมากกว่า

            และผลลัพธ์ก็คือศิษย์ผู้หญิงนั้นจึงโชคดีเหล่าศิษย์พี่ผู้ชายต่างหากันโอนอ่อนและดูแลพวกนางที่อ่อนแอกว่า ดังนั้นจึงทำให้พวกผู้หญิงมีนิสัยเอาแต่ใจ

            โหยวเสี่ยวโม่ก็เคยเจอ ศิษย์พี่หลายคนต่อสู้เพื่อศิษย์น้องผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง

            และที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ศิษย์น้องผู้หญิงคนแทนที่จะหยุดยั้งการทะเลาะวิวาทกลับราดน้ำมันบนกองไฟ ยังมีอีกก็คือเอะอะก็ลงมือทำร้ายคน พอทุบตีเขาเสร็จยังคิดว่าตัวเองทำถูกแล้วนิสัยโมโหร้ายเอาแต่ใจไม่น่าเข้าใกล้

            นิสัยแบบนี้ นักหลอมโอสถตัวเล็กๆ อย่างเขาจึงรับไม่ได้ดังนั้นเวลาเห็นพวกนางแกล้งทำตัวอ่อนหวานบอบบาง เขาจะรู้สึกเพลีย คงไม่มีใครคิดถึงว่าพวกนางแต่ละคนล้วนเป็นแม่เสือที่เอาแต่กัดคนไปทั่ว

            เหตุการณ์เช่นนี้เขาเห็นมาหลายหน นับแต่นั้นมาเขาจึงหมดใจกับเหล่าสาวงามในสำนักเทียนซิน

            เมื่อกลับถึงห้องตัวเอง โหยวเสี่ยวโม่พักผ่อนครู่หนึ่งเมื่อรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นแล้ว เขาจึงหยิบเตาหลอมคุณภาพต่ำใบนั้นออกมา

            เตาหลอมอเวจีทองเขาเก็บไว้ในห้วงมิติ ในช่วงที่ยังรับประกันไม่ได้ว่าจะมีใครเห็นเข้าหรือไม่เขาจึงตัดสินใจยังไม่ใช้มัน เกรงว่าต้องปวดหัวมาหาข้ออ้างเรื่องซื้อเตาหลอมนั่นอีก

            อีกอย่างครั้งนี้เขาก็ไม่ได้รีบลงกลอนประตูเพื่อหลีกเลี่ยงพวกศิษย์พี่ที่คิดว่าเขาแอบทำอะไรแผลงๆ อีก หากข่าวลือออกไป เห็นทีต้องถูกเรียกไปพบขงเหวินเพื่ออธิบายอีก

            ครั้งนี้เขาวางเตาหลอมบนพื้น จากนั้นนั่งขัดสมาธิเตรียมตัวหลอมยา

            โหยวเสี่ยวโม่หยิบหญ้าเซียนครึ่งเดือนที่เหลือออกมาทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบ เขาวางเรียงรายบนพื้น

            แม้ว่าคุณภาพระดับล่างนั้นไม่ได้ดีมาก แต่ก็เหมาะแก่การฝึกฝนฝีมือ

            ถึงสิ่งแปลกปลอมจะเยอะ ดังนั้นต้องหลอมร้อนให้ได้รอบเยอะที่สุดน้อยลงไม่ได้เด็ดขาด พอดีกับการฝึกฝนการหลอมร้อนให้ชำนาญ

            พูดถึงการหลอมร้อน โหยวเสี่ยวโม่ก็นึกได้เรื่องหนึ่ง

            ตอนนี้เขาหลอมร้อนได้มากสุดเพียงสี่รอบ แต่นั่นผ่านมาหลายเดือนแล้วครั้งหนึ่งเขาเคยหลอมร้อนได้มากสุดคือห้ารอบ แต่ครั้งนั้นก็ทำเอาพลังปราณของเขาเหือดแห้งหากไม่ใช่เพราะหลิงเซียวมาทันเวลา ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรน่ากลัวขึ้นกับเขา

            หลังจากหลิงเซียวตักเตือนเขาครั้งนั้น เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงอีก

            แต่ครั้งนั้นคือเขาพึ่งเข้าสำนักได้ไม่นานพลังปราณวิญญาณยังไม่เต็มที่ และยังไม่ได้ฝึกฝนคัมภีร์วิญญาณสวรรค์ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันเขาเป็นนักหลอมโอสถขั้นสอง พลังปราณวิญญาณก็เพิ่มมากขึ้นจากตอนนั้น ดังนั้นหากไม่ลองตอนนี้เมื่อไรถึงจะใช่เวลาที่เหมาะสมล่ะ!

            คิดเช่นนี้แล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงตัดสินใจลองดู

            โหยวเสี่ยวโม่เลือกหญ้าเซียนออกมาจากในกองสามต้นแบ่งเป็นหญ้าวิญญาณ หญ้าเซียนขาว คะน้าปีกนก สามชนิดนี้สามารถหลอมเป็นยาที่เรียกว่ายาเซียนตันน้ำแข็งยานี้สามารถเพิ่มพลังได้ แต่ไม่ได้เพิ่มเยอะมากมายนัก ดังนั้นจึงต้องเน้นปริมาณมากเข้าไว้

            แต่ยานี้มีผลกับแค่นักฝึกตนชั้นธรณีเท่านั้นเมื่อใดก็ตามที่บรรลุชั้นธรณีไปแล้ว ยานี้ก็จะไม่มีผลอีกต่อไป

            แม้จะพูดเช่นนี้ นักฝึกตนในแผ่นดินหลงเสียงนั้นมีมากมายราวขนวัวไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีตลาดรองรับ เพราะนักฝึกตนพลังชั้นต่ำนั้นมีเยอะแยะถมไป

            เมื่อรวบรวมสมาธิไปที่เตาหลอมแล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงโยนหญ้าเซียนลงไป

            จากความช่ำชองของเขา หญ้าเซียนค่อยๆ หลอมเป็นของเหลวสีเขียวสามกองจากนั้นสิ่งตกค้างในนั้น หลุดออกมาทีละน้อย จากนั้นหลอมอีกสี่รอบ ของเหลวนั้นยิ่งอยู่ยิ่งบริสุทธิ์แต่โหยวเสี่ยวโม่ยังรู้สึกได้ถึงสิ่งตกค้างที่เหลืออยู่ สูดหายใจลึก แล้วเขาก็เริ่มหลอมร้อนรอบที่ห้า…

            เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเขาหลอมร้อนรอบที่ห้าเสร็จเขากลับไม่รู้สึกถึงความอ่อนเพลียแม้แต่นิด พลังปราณวิญญาณที่ใช้ไป เพียงน้อยนิดงั้นหรือ?

            หลอมร้อนรอบที่ห้านั้นนับว่าเป็นการก้าวกระโดดไปขั้นหนึ่งเพราะสิ่งสกปรกที่ตกค้างเหลืออยู่เพียงร้อยละสองหรือสาม สำหรับหญ้าเซียนขั้นสองแล้วอัตรานี้ช่างน้อยจนน่าเหลือเชื่อ คนส่วนมากสักชาติก็อาจทำไม่ได้

            แม้โหยวเสี่ยวโม่จะอยากหลอมร้อนรอบที่หก แต่พลังบางอย่างกำลังบอกเขาว่านี่คือขีดจำกัดแล้ว ไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา หากแต่เป็นหญ้าเซียนนี่ต่างหาก สิ่งตกค้างที่เหลือนั้นไม่ว่าเขาจะทำยังไงก็ไม่มีทางเอามันออกได้

            แต่เขาไม่ได้เศร้าแต่อย่างใด สามารถหลอมร้อนห้ารอบได้สบายๆเขาก็รู้สึกดีใจแล้ว จากนั้นเริ่มขั้นตอนการบดนวดยา…

            โหยวเสี่ยวโม่ที่กำลังมีสมาธินั้นไม่ทันสังเกตขณะที่เขากำลังนวดยาผสมเข้าด้วยกัน มีเงาใครบางคนปรากฏขึ้นด้านนอกหน้าต่าง สายตามืดมนนั้นแอบส่องทุกสถานการณ์นั้นจากช่องเล็กๆจากหน้าต่าง จนเขานวดยาเสร็จ ยิ้มแย้มแล้วเงยหน้าขึ้น เงานั่นก็หายไป…

            ตลอดทั้งบ่าย โหยวเสี่ยวโม่ไม่หยุดที่จะทดลองหลอมยาเซียนตันขั้นสองชนิดต่างๆ

            คงเพราะผลของการฝึกคัมภีร์วิญญาณสวรรค์ เมื่อเขาจัดการหลอมยาร้อยกว่าเม็ดเสร็จแล้วเขาไม่ต้องดื่มน้ำปราณเพื่อฟื้นฟูพลัง แต่เนื่องจากเขาหลอมร้อนมากขึ้น ดังนั้นเมื่อหลอมยาทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบเม็ดเรียบร้อยก็ปาไปรุ่งเช้าวันถัดมา

            โหยวเสี่ยวโม่ที่เริ่มรู้สึกเพลียไม่ได้ดื่มน้ำปราณเขาเก็บของทุกอย่างเข้าที่ จากนั้นกินหญ้าเซียนประทังความหิวไปก่อน จากนั้นเตรียมตัวเข้านอน

            ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงความฝัน สิ่งที่โหยวเสี่ยวโม่คิดเป็นอย่างสุดท้ายคือยาเซียนตันพวกนี้คงพอให้หลิงเซียวกินอีกหลายวันแล้วสินะ?

            หลับไปตื่นนี้ผ่านไปราวสามชั่วยาม จนถึงบ่ายสามจึงตื่นขึ้น

            หากเป็นชาติที่แล้วตอนที่เขายังอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเขาไม่มีทางใช้ชีวิตโต้รุ่งกลับไปมาเช่นนี้ สำหรับเด็กเรียนอย่างเขา พอถึงสี่ทุ่มก็ต้องเข้านอนนั้นเป็นเรื่องปกติ

            แต่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองห่างไกลความเป็นมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ

            ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น โหยวเสี่ยวโม่หยิบยาเซียนตันหลายขวดไปหาหลิงเซียว

            กลับมาได้สองวันแล้ว แต่เขาไม่เห็นหลิงเซียวมาหาเลยจึงตัดสินใจไปหาเขาเอง จากนั้นเอายาเซียนตันพวกนี้ให้เขา แน่นอนว่า เขาไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองเริ่มคิดถึงหลิงเซียวจึงไปหาเขา…

            หากหลิงเซียวรู้ว่าเขาคิดเช่นนี้ คงดีใจมากแน่เพราะแผนที่เขาวางไว้สำเร็จแล้ว

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786