กายอวบอัดกระตุกแรง ใบหน้าขาวเนียนที่ไร้สิวสะบัดไปมา พร้อมเปลือกตาที่ปิดพริ้ม ริมฝีปากอิ่มเผยอออก เพื่อปลดปล่อยเสียงครวญที่สะท้อนถึงอารมณ์รัญจวน
“ ฮ้า…..”
เหตุเพราะจ๋ารู้สึกว่ามีบางอย่างทิ่มทะลวงเข้าสู่ภายใน แน่นอนว่ามันไม่ใช้นิ้ว เพราะพื้นผิวสากหยาบและนิ่มกว่า แถมยังถูกห่อหุ้มด้วยน้ำลายและความอุ่นร้อน ซึ่งถ้าเดาไม่ผิด เจ้าสิ่งนั้นก็คือ “ลิ้น”
“ อื้อ ยะ อย่าทำแบบนั้น ”
ยอดเองก็อยากถามกลับเช่นกันว่า “ถ้าไม่อยากให้ทำ” แล้วจะกดศีรษะพร้อมจิกเส้นผมของเขาทำไม แต่สุดท้ายก็สงบปากไว้ เพื่อแยงลิ้นรุกรานต่อไป
“ อืม เท่าที่ได้ล่วงล้ำ ก็พอจะรู้ว่าแน่นโคตร แบบนี้ชัดเลยว่าซิงเปอร์เซ็นต์ ”
ทางด้านแมนเองก็เหมือนจะสนใจจ๋าอยู่เหมือนกัน เพราะแม้จะกระหน่ำใส่คุณนายศรีสมร แต่สายตากลับจ้องมองสาวแว่นร่างอวบอยู่ตลอด ปากก็พึมพำเบาๆ
“ โอ้ว หน้าของน้องจ๋าโคตรเอ๊กส์เลย ”
ยอดนั้นก็สมกับเป็นเสือร้ายบนสังเวียนรัก เพราะนอกจากมีกายใจที่พร้อมสรรพ ลีลาก็ไม่เป็นสองรองใคร เลยใช้ลิ้นชอนไชอยู่หลายกระบวน ซึ่งมีทั้งหนักเบาสลับช้าเร็ว บางครั้งก็หมุนวนเป็นวงกลมดุจควงสว่าน ราวกับจะชำแรกแทรกให้ถึงแก่น เล่นเอาจ๋าถึงสั่นสะท้านไปทั้งกาย และร้องครวญครางไม่ขาดปาก
“ โอ้ว อู้ว อื้อ ซี้ด…..”
ขณะที่จิตของจ๋าเตลิดไกล สายตาที่หรี่ต่ำก็เหมือนจะเห็นร่างใหญ่โตของบุรุษผู้หนึ่งมุ่งตรงเข้ามาใกล้ ก่อนจะคุกเข่าใกล้ใบหน้า แล้วระเบิดอารมณ์
“ อะ โอ้ว มะ ไม่ไหวแล้ว ”
“ ว้าย ” จ๋ารีบเบือนหน้าหนี แม้จะไม่เห็นรูปโฉมของบุรุษโฉด แต่จากรูปร่างและน้ำเสียง ก็ทำให้รู้ว่านั่นเป็นนายแมนไม่ผิดแน่
“ ไอ้ห่า มึงมาแย่งเหยื่อกูได้ไง ไปจัดการนังคุณนายนั่นสิวะ ” ยอดแอบเคืองจนเงยหน้าขึ้นมาด่า แต่ไม่อาจหยุดแมนที่กำลังกระตุกเอว เพื่อปลดปล่อยความบ้าคลั่งให้หมดหลอด ปากก็อ้อนวอน
“ โธ่ พี่ เห็นใจกันบ้างสิ ผมน่ะอยากเล่นน้องจ๋าตั้งแต่ทีแรกแล้ว แต่ดันต้องมาช่วยคุณนายก่อน เลยลงเอยแบบนี้ ”
ยอดมองหนุ่มรุ่นหลานนิ่งๆ ดวงตาแข็งกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยวดูจะอ่อนลง ก่อนกลับกลายเป็นให้อภัย
“ โอเค ไม่ว่ากัน แต่กูต้องได้นังเด็กแว่นนี่เป็นคนแรก เข้าใจมั้ย ”
“ อู้ว ขะ เข้าใจครับ ” แมนครางดังอีกที ก่อนจะโยกเอวเป็นจังหวะ เพื่อหวังจะรีดความเสียวซ่านออกมาให้มากที่สุด
………………………….
ระหว่างที่สงครามรักกำลังดำเนินไปอย่างเร่าร้อน ซิ้มและคิดก็ได้มาถึงคฤหาสน์ของศรีสมร พร้อมพกพาความรู้สึกอยากช่วยอย่างเต็มที่ รอบกายห้อมล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์ร่างล่ำสันถึงหกคน
“ ไปช่วยนังหมอนกัน ”
“ คะ ครับ ” หกชายฉกรรจ์ที่เป็นกรรมกรรับคำแบบงงๆ ในใจนึกสงสัย
“ อะไรของคุณซิ้มเนี่ย คุณนายศรีสมรจะมีภัยได้ไง ใครจะกล้าทำอะไรเธอ ”
แต่ด้วยความที่ซิ้มเป็นเพื่อนสนิทของเจ้านาย เหล่ากรรมกรจึงไม่กล้าขัด และยอมเดินตามมาติดๆ ทว่าในระหว่างทาง หนุ่มคนหนึ่งที่ทะเล้นสุด ก็แอบสะกิดเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ
“ แต่จะว่าไป หุ่นของคุณซิ้มนี่ก็ไม่เบาเหมือนกันนะ ดูสิ นมเป็นนม ตูดเป็นตูดเชียว ”
“ เฮ้ย! ไอ้ห่า อย่าพูดดังสิ เดี๋ยวแกได้ยิน จะโมโหจนไปฟ้องคุณนายให้ไล่เราออก ”
“ เออ ไม่พูด ก็ได้วะ แต่ยังไงซะ ต้องเพ่งมองนางต่อไป ก็ใครอยากให้เกิดมาขาวเอ๊กส์ซะขนาดนั้น ” กรรมกรจอมทะเล้นยังพล่ามต่อ ดวงตาที่เพ่งมองซิ้มแฝงแววหื่นกระหาย
ถึงกรรมกรทะเล้นจะไม่พ่นออกมา ห้าชายที่เหลือก็แอบคิดไม่ต่างกัน ด้วยซิ้มชอบแต่งตัวล่อตาจนไม่น่าจะมีชายใดปฏิเสธการขึ้นเตียงร่วมกับเธอ
“ คุณซิ้มแม่งโคตรขาวเลย ได้ซักที จะเป็นพระคุณ ”
ทว่าคนที่ถูกจ้องประสงค์ร้าย กลับไม่สำเหนียกเลยซักนิดว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มชายหื่น เนื่องจากมัวแต่ห่วงเพื่อนสาว
“ ยัยหมอนจะปลอดภัยมั้ยนะ เพราะถ้านางเป็นอะไร คนที่ผิดก็คือเรา ด้วยมัวแต่ชักช้าจนช่วยมันไม่ทัน ”
เนื่องจากคฤหาสน์อยู่ไม่ห่างจากโรงสี ทุกคนจึงไปถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว และพิรุธแรกที่ปรากฏก็คือ “ประตูที่เปิดกว้าง” ทำให้หกกรรมกรเริ่มจะเชื่อ
“ เอ หรือคุณซิ้มจะพูดจริง ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนจึงกระชับอาวุธที่อยู่ในมือ อันได้แก่ไม้กระบอง แม้แต่ซิ้มเองก็ยังมีไม้กวาดด้ามสั้นคอยเป็นตัวช่วย ทว่าหนึ่งเดียวที่ไร้ศาสตราคือนายคิด ด้วยหมอนี่ขี้ขลาดเป็นที่สุด แถมยังเกาะหลังซิ้มอยู่ตลอด
“ พี่ซิ้มแน่ใจแล้วเหรอครับ ผมว่าเรานั่งรอ และเรียกตำรวจมาช่วยดีกว่า ”
อันที่จริงซิ้มเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอเจอเหตุอุบาทว์ที่จ่าหม้านก่อกับเธอเมื่อชั่วโมงก่อน ก็เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นมาทันที
“ ไม่ต้องพึ่งตำรวจหรอก แค่พวกเราก็เอาอยู่ ดูสิแต่ละคนกล้ามเป็นมัดทั้งนั้น ”
“ แล้วถ้าฝ่ายนั้นมีปืนล่ะครับ คุณซิ้ม ” กรรมกรจอมทะเล้นเอ่ยถาม ทำให้ทุกคนเริ่มนึกถึง แถมนายคิดยังคอยช่วยแทรก
“ อีกประการ ผมเป็นแค่เซียนคอมผอมแห้งแรงน้อย น่าจะไม่มีประโยชน์ในครั้งนี้ล่ะมั้ง งั้นขอตัวก่อนนะครับ ” แต่ไม่ทันที่นายคิดจะได้เผ่นหนีสมใจ ซิ้มก็ดึงคอเสื้อเอาไว้
“ หยุดเลย อย่ามาเนียน มาด้วยกัน ก็ต้องไปด้วยกัน ส่วนเรื่องปืนไม่ต้องห่วง ยัยหมอนบอกชั้นมาแล้วว่าคนร้ายมีแต่มือเปล่า ”
หกกรรมกรมองหน้ากันเองแบบคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง สุดท้ายก็ตกลงใจจะลุยด้วยกัน เพราะถ้าศรีสมรเป็นอะไรไป พวกเขาคงตกงานจนไม่มีเงินไปเลี้ยงลูกเมีย จึงมีแค่นายคิดที่ร้องค้าน ซึ่งก็ไร้ผล แถมยังถูกซิ้มลากตัวไปด้วย เลยได้แต่ร้องครางเสียงอ่อย
“ อย่าไปเลย รอตำรวจเถอะ ”
………………………….
ทันทีที่แปดชีวิตเข้าสู่คฤหาสน์ ก็พบกับความบ้าคลั่ง เนื่องจากมีเพื่อนกรรมกรหลายคนนอนระเกะระกะ แถมบางคนยังเปลือยเปล่า
“ มันอะไรกันเนี่ย เฮ้ย! นั่นพี่อ้วนนี่หว่า ” กรรมกรทะเล้นตกใจ ทำให้ทุกคนหันไปมองตาม
“ เออ จริงด้วย แล้วทำไมถึงมานอนสลบตรงนี้ หรือว่า…..”
“ เขาโดนคนร้ายเล่นงาน ” ซิ้มผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มสรุป ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย
“ อืม ”
ทันใดนั้นเอง ทั้งแปดชีวิตก็ได้ยินเสียงประหลาดแว่วมาตามลมโดยไม่ได้นัดหมาย
“ โอ้ว อ้า ยะ อย่า ”
ด้วยความที่ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ตีความ เลยพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ส่วนคนที่ร้อนใจสุด เห็นจะหนีไม่พ้นซิ้มที่ตอนนี้สองแก้มเริ่มแดงก่ำ
“ ดังมาจากตรงไหนกันนะ ”
เหมือนนายคิดจะประสาทรับรู้ดีที่สุด จึงชี้ไปยังห้องหนึ่งที่มีประตูเปิดแง้มอยู่ครึ่งค่อน
“ ตรงนั้นแน่ ”
“ ดี รีบเข้าไปช่วยเลย ” ซิ้มพุ่งไปยังจุดหมายทันที แต่กรรมกรวัยกลางคนที่อาวุโสสุดรีบดึงแขนเอาไว้
“ เดี๋ยวก่อนครับ คุณซิ้ม ”
“ ห้ามทำไม รีบไปช่วยยัยหมอนสิ ” ซิ้มขึ้นเสียง ก่อนจะสะบัดแขน หวังให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แรงกำของอีกฝ่ายแน่นเกินไป จึงทำไม่สำเร็จ
“ ช่วยน่ะช่วยแน่ แต่ถ้าหุนหันเข้าไปโดยไม่รู้สี่รู้แปด พวกเราจะตุยกันหมดนะครับ ” กรรมกรวัยกลางคนเตือนสติ
“ ใช่แล้ว ดูท่าทีก่อนเถอะครับ ” กรรมกรทะเล้นเสริม
“ จริงด้วย มันอันตรายเกินไป รอตำรวจดีกว่า ” แน่นอนว่านายคิดยังปอดแหกไม่เลิก จึงโดนทุกคนหันมามองแรง ทำให้หงอลงทันควัน
“ แฮะ แฮะ ก็นะ เซียนคอมต้องเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน เพราะไม่ถนัดใช้กำลัง ”
เมื่อกำราบหนุ่มไอทีจอมป๊อดได้ ซิ้มก็พยักหน้ารับ แล้วย่องไปยังห้องเกิดเหตุ
“ โอเค ตกลงตามนั้น ”
แม้จะอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่ด้วยความกดดัน ตื่นเต้นและหวาดกลัว เลยทำให้ระยะทางดูจะยาวไกลกว่าปกติ
“ เฮือก ”
ทันใดนั้นเอง มวลหมู่สมาชิกก็ได้เสียงครางของหญิงสาวดังแทรกออกมาแบบชัดถ้อยชัดคำ
“ โอ้ว ซี้ด……อย่าเลียตรงนั้น หนูเสียว ”
เพียงแค่นี้ก็ทำให้ทุกคนรู้ว่าจะมีอะไรรออยู่หลังประตู ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกที่แอบเจืออารมณ์วาบหวามอยู่หน่อยๆ แต่เพื่อช่วยเหลือคุณนายศรีสมรให้ปลอดภัย ทั้งหมดจึงจำต้องเดินต่อไป
และเมื่อถึงจุดหมาย ก็เป็นซิ้มที่เข้าไปใกล้เป็นคนแรก มือที่ยื่นไปจับลูกบิดเกิดสั่นเทาอย่างประหลาด เธอเลยต้องพยายามบังคับมัน เพื่อผลักประตูบานนั้นให้เปิดกว้างขึ้น แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู ทำให้พบกับฉากสวาทที่บาดตาที่สุดจนเกือบเผลอกรีดร้องออกมา
“ ว้าย! ตายแล้ว ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
