ตอนที่ 24: คัมภีร์หมื่นโอสถ
หนึ่งพันปีก่อน แผ่นดินไร้ซึ่งความสงบ
หลังาใหญ่ ระหว่างมนุษย์กับปีศาจและอสูรผ่านพ้นไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นบนโลกเกินกว่าจะนับได้ ใต้หล้าเต็มไปด้วยคราบเืและเปลวเพลิง
หยาง เย่วจี บุรุษผู้ใช้ชีวิตในสนามรบั้แ่อายุยี่สิบจนถึงห้าสิบหก ปีนป่ายจากทหารธรรมดา จนกลายเป็หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มหกเทพเ้า และในที่สุดเลือกวางกระบี่ หันหน้าสู่การสร้างเสถียรภาพระยะยาว
ณ เมืองไห่หลงทวีปทางใต้ เขาเริ่มวางรากฐานสำนักเพื่อฝึกยุทธให้คนรุ่นใหม่ พร้อมกับหนูน้อยวัยเจ็ดขวบ
ก่อนหน้านั้นในวันที่เสร็จศึกครั้งสุดท้าย เย่วจีได้พบเด็กชายคนหนึ่ง… หนูน้อยวัยเจ็ดขวบในซากหมู่บ้าน
คนแถวนั้นบอก พ่อและแม่ถูกปีศาจฆ่าตอนพวกมันบุกมาที่นี่ เย่วจีทั้งรู้สึกเวทนาและถูกชะตาเด็กคนนี้มาก
“เ้าชื่ออะไร”
เย่วจีถาม น้ำเสียงแฝงความอ่อนโยน
“หวัง…เซียน…ขอรับ…”
เด็กชายพยายามตอบแม้น้ำตาไหลอาบแก้ม
เย่วจีเพียงมองเขานิ่ง ก่อนยื่นมือไป
“เ้าอยากมากับข้าหรือไม่”
จากวันนั้น เด็กผู้ไร้ครอบครัวกลายเป็ศิษย์เอก ผู้เฝ้าเคียงข้างเย่วจีดุจบิดามารดาแท้ๆ ขยันหมั่นเพียร วาจานอบน้อม มุ่งมั่นอย่างแท้จริง
จนเมื่อเติบโตเป็หนุ่มก็ได้ติดตามอาจารย์ออกศึกอีกครั้งครานี้ในาทวีปตะวันออก สร้างผลงานโดดเด่นหลายด้าน ก่อนกลับมาสำนักเมื่ออายุสามสิบห้า เพื่อดูแลอาจารย์ซึ่งสุขภาพเริ่มทรุดโทรม เนื่องจากการาเ็เรื้อรังจากศึกา
ในวัยแปดสิบหก หยาง เย่วจี ได้สิ้นใจอย่างสงบในสุสานที่สร้างไว้เอง ณ.ยอดผาสูงตระหง่าน ครานั้นดอกบัวสีทองเปล่งแสงเหนือยอดผาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดับแสงลง พร้อมเสียงร่ำไห้จากเหล่าศิษย์ทั่วทั้งสำนัก
สุสานจึงกลายเป็เขตหวงห้าม ที่ไม่มีผู้ใดล่วงล้ำ
...
ปัจจุบัน ในถ้ำสุสาน
“เ้าหนู… ข้าเฝ้าถ้ำนี้มานานนัก ไม่คิดว่าจะมีคนมา”
เฉิง หวังเซียนยิ้ม
“ฤทธาทำความเคารพผู้าุโขอรับ”
ฤทธาประคองหมัดคารวะ
“ข้าสังเกตเ้ามาพักใหญ่แล้ว เลยบอกให้ไป๋ิอนุญาติให้เ้าฝึกที่นี่”
หวังเซียนกล่าว
“ทะ ท่าน เป็อะไรกับท่านอาจารย์หรือขอรับ”
ฤทธากำลังสงสัยบางอย่าง
“ข้าเป็อาจารย์ แล้วเ้าก็เป็ศิษย์หลานของข้าน่ะสิ วันแรกที่เ้าล่วงลงไปก็เป็ฝีมือข้าเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“อ่ะ ..อาจารย์ปู่ ท่านคืออาจารย์ปู่ของข้าหรือขอรับ ฤทธาคารวะอาจารย์ปู่ขอรับ”
ฤทธาคารวะอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น
“ข้ารู้เหตุผลที่ท่านทำให้ข้าล่วงจากหน้าผา แต่ท่านมาทำอะไรอยู่ในถ้ำนี้หรือขอรับ”
ฤทธาสงสัยอย่างมาก
“ข้ามาเฝ้าสุสาน ของอาจารย์ข้าน่ะ”
หวังเซียนบอก พลางบ่ายหน้าไปด้านในถ้ำ
ฤทธาเห็นป้ายสุสาน เขาจึงคารวะสุสานของบรรพจารย์อย่างสงบ จิตใจแน่วแน่ ขณะนั้นเอง กลุ่มหมอกพลังิญญาพลันโถมลงกดดันทั่วทั้งถ้ำ
เสียงแห่งจิตดังก้อง
“อัตลักษณ์จงสำแดง”
ฤทธากัดฟันแน่น พลังภายในก่อกระแสหมุนเวียนรวดเร็ว จู่ๆ ดอกบัวห้าสีเรืองแสงก็ปรากฏเหนือศีรษะ ลอยขึ้นอย่างสง่างาม
ตูม!!
แสงสีทองแว็บขึ้นที่ยอดผา! เป็รูปดอกบัว ราวกับมีคนจุดดอกไม้ไฟ
ทั่วทั้งสำนักรู้สึกได้ถึงปราณอันแปลกประหลาด เ้าสำนัก รองเ้าสำนัก ผู้าุโ ผู้คุมกฎ ต่างเร่งมาถึงหน้าผาทันที และเมื่อเห็นแสงรอบตัวฤทธานั้น ทุกคนต่างนิ่งงัน
ค่ายกลิญญาขนาดใหญ่เคลื่อนไหว ป้ายหินหน้าสุสานเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเข้าเล็กๆ ที่ไม่เคยมีใครรู้
“ไป๋ิเ้าเข้าไปสำรวจ”
หวังเซียนสั่งไป๋ิ ไปิกำลังเดินเข้าไป แต่ทันใดนั้นป้ายเลื่อนกลับเข้าที่!
“แปลก… ราวกับมัน…เลือกคน” ใครบางคนพึมพำ
เฉิง หวังเซียนจึงหันไปบอกฤทธา
“แสดงอัตลักษณ์ของเ้า แล้วเข้าไป”
“ขอรับ”
ฤทธาพยักหน้าอย่างมั่นคง ดอกบัวห้าสีค่อยๆ ลอยขึ้น
ทางเข้าเปิดออกอีกครั้ง…
...
ในห้องลับ
ผนังหินกว้าง มีอักขระรูนสลักไว้สลับซับซ้อน กลางห้องมีแท่นหินหนึ่งแท่น ้าวางแหวนมิติและคัมภีร์หนาเล่มหนึ่ง
เมื่อฤทธาเอื้อมมือััคัมภีร์ ก็พลันมีเสียงดังก้องในหัว
“ผู้มีสายใยแห่งดอกบัว… จงเป็ผู้สืบทอดคัมภีร์หมื่นโอสถ”
เสียงนั้นกระจายไปทั่วถ้ำ ทุกคนต่างได้ยิน
ฤทธาหยิบแหวนมิติและคัมภีร์มา ก่อนกลับออกไปเผชิญหน้ากับสายตาของทุกคน
...
ด้านนอกถ้ำ
“รายงานมาซิ”
เฉิง หวังเซียนกล่าวเสียงเรียบ
ฤทธาถ่ายทอดสิ่งที่พบทั้งหมด ก่อนส่งแหวนให้
เมื่อหวังเซียนนำของในแหวนมิติออกมา ภายในมีขวดยาขั้นสูงมากมาย ระดับห้าและระดับหกระดับดารา ภาพวาดเก่าของเย่วจีกับเด็กน้อยหวังเซียน และคัมภีร์หมื่นโอสถ
เขาเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวเสียงแ่
“…ท่านอาจารย์”
เขาลองเปิดคัมภีร์ แต่ไม่สามารถเปิดได้
เขาหันไปมองฤทธา
“เ้าเปิดคัมภีร์ได้หรือไม่”
ฤทธาเปิดคัมภีร์เบาๆ ตัวอักษรลอยออกมาจากหน้ากระดาษ เคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต เข้าไปในหน้าผากของฤทธา
ฤทธาสะบัดหัวเล็กน้อยเพราะข้อมูลที่เข้ามา ไม่มีใครในถ้ำรับรู้ถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ข้าเปิดได้ขอรับ… หากท่าน้าข้ายินดีคัดลอกให้”
หวังเซียนพยักหน้า
“ไป๋ิ เ้าเป็ผู้ดูแลเื่นี้ร่วมกับฤทธา นี่จะเป็คุณประโยชน์กับมนุษย์ทุกคน”
หวังเซียนถอนใจ และกล่าวต่อไปว่า
“ตอนนั้นอาจารย์กำลังจะคัดลอก แต่อาการกำเริบเสียก่อน คำสั่งสุดท้ายคือให้ข้ารอ แล้วดอกบัวอีกดอกจะมา ข้ารอมานานเหลือเกิน จากนี้ฝากเ้าเป็ธุระด้วยนะ”
หวังเซียนมองไปทางไป๋ิศิษย์ของเขา
“รับทราบ!”
ไป๋ิรับคำสั่งพร้อมประคองหมัด
“เอาล่ะทุกคน แยกย้ายได้ ไป๋ิกับฤทธาอยู่ก่อน วันนี้เป็วันที่น่ายินดียิ่ง”
หวังเซียนบอกกับคนอื่นๆ
“ขอรับอาจารย์” “ขอรับอาจารย์ปู่”
ทุกคนคำนับแล้วทยอยออกจากถ้ำไป
“ฤทธาว่ามา เ้ามีอะไรจะบอกใช่หรือไม่”
หวังเซียนถามฤทธา
“ขอรับ ในถ้ำยังมีค่ายกลอีกชั้นหนึ่งขอรับ แต่ข้าไม่กล้าปลด เพราะมันผนึกไว้รอบโลงที่ทำจากหินขอรับ”
ฤทธาบอกกับคนทั้งสอง
“ห้องลับนี่อยู่มานานก็ไม่มีใครเปิดได้ และมีแต่เ้าที่เข้าไปได้ คงเป็โชคชะตาของเ้าแล้วล่ะ เข้าไปดูเถิด”
หวังเซียนบอกฤทธา ตัวเขาเองก็อยากรู้ว่าอาจารย์จะทิ้งอะไรไว้
ฤทธาเดินเข้าไปในห้องลับอีกครั้ง
เขาแสดงอัตลักษณ์บัว ทันใดนั้นอักขระรูนก็ปลดออกจากโลงหิน
แล้วมีกระดูกสีทองคล้ายมงกุฎลอยขึ้นมาเหนือโลงหิน
“จงรับไป”
มีเสียงดังขึ้นมาในหัวของฤทธา กระดูกิญญาส่วนหัวประสานเข้าไปในหัวของฤทธา
ฤทธารีบนั่งขัดสมาธิ เขารู้ดีว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง จากการผสานกระดูกิญญาครั้งที่แล้ว
จากนั้นมีแสงทองห่อหุ้มตัว แล้วนำร่างเขาลอยออกมาจากห้องลับ ป้ายสุสานก็เลื่อนมาปิดปากห้อง
หวังเซียนกับไป๋ิมองดูภาพที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร เลยดูต่อไปอย่างเป็ห่วงเ้าหนูฤทธา
ในห้วงทะเลจิติญญา ฤทธานั่งขัดสมาธิ อยู่ในฟองสบู่สีทองที่ห่อหุ้มตัวเขาอยู่ เขากัดฟันอดทนกับความเ็ป จนความเ็ปลามมาถึงเบ้าตาของเขา เขาะโออกมาเพื่อขับไล่ความเ็ปออกไป
“อ๊ากกกกกกกก!!!”
ละอองสีทองกำลังซึมเข้าประสานกับกะโหลกศีรษะของฤทธา มองเห็นร่างโปร่งใสของฤทธา แล้วเห็นกะโหลกส่วนหัวของฤทธา เป็สีทองพักหนึ่งก็หายไป เห็นอักขระสีทองค่อยๆ ซึมหายไปในกะโหลก
ภาพในสมองมีกระแสไฟฟ้า และแสงสีทองวิ่งสู่ด้านในทั่วสมอง
ภาพความทรงจำและมวลความรู้ต่างๆ ตอนหยาง เย่วจี เริ่มปรุงโอสถ ั้แ่วัยรุ่น จนถึงแก่เฒ่า และจนถึงนั่งเขียนคัมภีร์ ผุดขึ้นมาในหัวของฤทธา เป็ภาพฉายด้วยความเร็ว
เห็นหนังตาของฤทธาที่หลับตาอยู่เคลื่อนไหวไปมาไม่สงบนิ่ง เหมือนกำลังรับข้อมูลจำนวนมาก
ในห้วงทะเลจิต ฟองสีทองห่อหุ้มฤทธา ที่ด้านหลังฤทธาเริ่มมีรอยแยกหลายรอยปรากฏออกมา
ภาพด้านในทะเลจิตกับในถ้ำนั้นเหมือนกัน อาจารย์ทั้งสองเห็นรอยแยกปรากฏออกมา
“ธาตุมิติ”
ไป๋ิอุทานออกมา
หวังเซียนก็มองอย่างใจจดใจจ่อ ั้แ่เกิดมาเขาก็เพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้ ผ่านไปไม่นานทุกอย่างก็สงบลง ฤทธาลอยลงนั่งที่พื้น ฟองสีทองก็หายไป ฤทธาล้มนอนหมดสติ
“เ้าพาเขาไปพักเถอะ แล้วทุกครั้งที่เขามาหาเ้าก็ให้เขาแวะมาคุยกับข้าบ้าง”
หวังเซียนบอกกับไป๋ิ
จบตอนที่24.