อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่ 30 ทะเลาะ

    ​

    ตอนที่ 30 ทะเลาะ

    "บ้าน่า เป็นไปได้ไงกัน"

    "จริงด้วย ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าหนูนั้นถูกพลองทั้งสองฟาดใส่ดาบอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่ดาบจะไม่เป็นไร แล้วตัวผู้ใล้จะรอดมาได้แบบนี้ด้วย"

    เหล่าผู้ชมต่างตกใจกับการเอาชนะของหยางหลง ที่ต้องเจอคนลมปราณระดับเดียวกัน แต่กลับเอาชนะมาได้อย่างง่ายดาย

    "ฮึ่ม เจ้าศิษย์สำนักมังกรสุริยันจะซ่อนพลังเก่งขนาดนี้" เจ้าสำนักเอราวัณ ที่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นมา ในช่วงที่ดาบกับพลองปะทะกันขึ้น

    แน่นอนว่าเหล่าอาวุโสที่มีประสบการณ์การต่อสู้ ย่อมมองออกว่าเกิดอะไรในช่วงเวลาที่ตัดสินของดาบและพลองกััน

    "นี้เจ้ามีพลังปราณแท้จริงขั้นปลายงั้นรึ" ศิษย์สำนักเอราวัณ ที่กล่าวสั่งศิษย์ทั้งสองคนให้ออกไปสู้ก็ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

    ในตอนนั้นที่ดาบจะปะทะกับพลอง หยางหลงได้เพิ่มปราณขึ้นมาอีกขั้น ซึ่งเป็นปราณแท้จริงขั้นปลาย เป็นปราณของจริงหยางหลงที่เก็บซ่อนไว้ เพื่อจะเอามาใช้ในยามจำเป็น แล้วทำให้ศัตรูประมาทขึ้นมาด้วย

    แต่ในเมื่อมาถึงตอนนี้ แล้วการประลองนี้คือการตัดสินการอยู่รอดของสำนักมังกรสุริยันตัวเอง จึงจำเป็นต้องปลดปล่อยปราณออกมา

    เมื่อปลดปราณออกมาแล้ว ก็จะทำให้ปราณจิตขั้น 3 ทรงพลังขึ้นด้วย ทำให้สามารถใช้คุณสมบัติความคม ตัดพลองของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย

    แม้ว่าจะมีการแข่งหลายรอบที่เหลือรออยู่ แต่ในเมื่อเหตุการณ์ในอนาคตไม่ใช่เรื่องที่คาดเดาได้ง่าย จึงจำเป็นต้องทำเหตุการณ์ปัจจุบันให้ดีที่สุด แม้ว่ารอบต่อไปอาจจะมีสิทธิ์ที่ทีมตัวเองจะพ่ายแพ้ได้ขึ้นมาก็ตาม

    เพราะด้วยการที่มีจำนวนผู้เข้าแข่งสองคนเท่านั้น ทำให้การหมุนเวียนศิษย์ลงต่อสู้ทำให้เป็นไปได้ยาก จึงต้องใช้พลังของตนเอาชนะทุกๆการแข่งให้ออกมาดีมากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากในภายหลัง แม้เป้าหมายหยางหลง ที่ตอนนี้รู้แล้วชะตาสำนักขึ้นอยู่กับผลการแข่งของพวกตน จึงไม่สามารถที่จะแพ้ได้เด็ดขาดในตอนนี้ หากการันตีความอยู่รอดของสำนักเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไป คือสร้างชื่อเสียงให้สำนัก โดยการเอาชนะไปเรื่อยๆ แต่เป็นสิ่งนึงที่ยากมากที่สุดของเป้าหมายนี้เช่นกัน

    "หลิวหรง เจ้าไปจัดการมันซะ" ศิษย์สำนักเอราวัณ กล่าวบอกพวกพ้องอีกคนที่ยังเหลืออยู่

    "ข้าไม่ใช่ลูกน้องเจ้า เพราะงั้นข้าไม่รับคำสั่งจากเจ้า" หลิวหรง ที่มองหน้า เซิ่งเฉียง แล้วตอบกลับมา

    "ว่าไงนะ นี้เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้างั้นรึ เจ้าเพิ่งเข้ามาใหม่ไม่นาน ต้องเคารพเชื่อฟังข้า" เซิ่งเฉียง กล่าวด้วยความโมโห

    แต่หลิวหรง ไม่ได้สนใจพฤติกรรมอีกฝ่ายเลย

    "นี้เจ้ากล้าเมินข้างั้นรึ เจ้าเป็นแค่เด็กใหม่แท้ๆ กับไม่รู้จักรุ่นพี่" เซิ่งเฉียง ที่เห็นอีกฝ่ายเมินตนเอง โกรธขึ้นมาทันที

    "อย่าทะเลาะกันเอง เซิ่งเฉียง เจ้าจงไปจัดการหยางหลงซะ ส่วนเรื่องหลิวหรงเจ้าค่อยตัดสินหลังจากแข่งจบก็ไม่สาย" เจ้าสำนัก ส่งคำพูดผ่านปราณเข้าเซิ่งเฉียง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะทะเลาะกับพวกพ้องตนเอง

    เซิ่งเฉียง ได้ยินเช่นนั้น จึงต้องหยุดลงมือกับ หลิวหรง แล้วหันมามอง หยางหลง แทน

    "หึ เจ้าโชคดีนะ ที่ท่านเจ้าสำนักสั่งห้ามข้าไว้ ไม่งั้นเจ้าเสร็จช้าแน่" เซิ่งเฉียง กล่าวออกมาด้วยอาการหงุดหงิด เมื่อถูกเจ้าสำนักสั่งห้ามไว้

    "หลิวหวา เจ้าอบรมสั่งสอนลูกของเจ้าบ้างนะ ว่าอย่าหยิ่งพยองกับศิษย์สำนักเอราวัณของข้ามาเกินไป" เจ้าสำนัก กล่าวกับอาวุโสที่นั่งข้างๆ คือ อาวุโสหลิว ที่มีนามว่า หลิวหวา มี่เคยอยู่ สำนักมังกรสุริยัน มาก่อนนั่นเอง

    "ข้าทราบแล้วท่านเจ้าสำนัก" อาวุโสหลิวหวา ตอบรับออกมา

    "ฮึ" เจ้าสำนักเอราวัณ ที่เห็นการตอบรับของอาวุโสหลิว แต่ท่าทียังเมินเฉยผิดกับคำพูด จึงพ่นลมหายใจออกมา หากไม่มีข้อมูลสำคัญที่ได้จากอาวุโสหลิว ป่านนี้คงโดนสั่งสอนไปบ้างแล้ว

    "เจ้าชื่อว่า หยางหลง สินะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าปราณแท้จริงขั้นปลายเป็นเช่นใด" เซิ่งเฉียง ปล่อยปราณแท้จริงขั้นปลายออกมากดดันหยางหลงทันที

    "ไม่เลวเลย สมกับมีอายุมากกว่าข้า" หยางหลง ที่สัมผัสปราณของผั่งตรงข้าม จึงเอ่ยชมออกมา