บทที่26 ตัวปัญหา
ณ ตระกูลเหยียน“เจ้าพวกขยะ!!” เสียงตวาดลั่น ไปทั่วโถงใหญ่“แค่เด็กเพียงคนเดียว กลับปล่อยให้คนในตระกูลถูกฆ่าตาย ยังกล้ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก !!” หัวหน้าตระกูลเหยียน ใบหน้าบิดเบี่้ยวด้วยความเกรี้ยวกราด“หากข่าวนี้ได้เล็ดลอดออกไปถึงหูตระกูลใหญ่ละก็ ตระกูลเหยียนได้ถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้พวกขี้ขลาดและไร้ค่า” สายตาอันแข็งกร้าวจดจ้องไปที่กลุ่มทั้งเจ็ดคนเบื้องหน้า “นำคนในตระกูลขอบเขตปราณปฐพี ไป2คน ฆ่ามัน! หากไม่สำเร็จอย่ากลับมาเหยียบตระกูลอีก ตระกูลเหยียนไม่ต้องการขยะไร้ค่า ไป!!” ตระกูลเหยียนเป็นหนึ่งในสามตระกูลชนชั้นปกครองเมือง ถือเป็นตระกูลทรงอำนาจเป็นอย่างมาก “ขอรับ ท่านผู้นำ” ทั้งเจ็ดคนรีบลุกและจากไปด้วยท่าทีหวาดกลัว“นี้เป็นโอกาศสุดท้ายของพวกเรา ฆ่าเจ้าเด็กเวนนั้นให้ได้” เหยียนเล่อกล่าวด้วยความอัดอั้น พร้อมเดินออกไปด้วยบรรยากาศอันเงียบเชียบ………….ทางด้านหมิงหลงตอนนี้ อยู่บนหลังสิงโตอัคคีที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หลบหลีกต้นไม้และสิ่งกรีดขวางอย่างคล่องแคล้วว่องไวฟุ่บ ฟุ่บ !!“สิงโตอัคคีเป็นจ้าวอาณาเขตแห่งนี้ พลังของมันเทียบเท่าครึ่งก้าวสู่ระดับขอบเขตปราณปฐพี” หมิงหลงสามารถขี้บนหลังของสิงโอัคคีได้นั้น หมายความว่ามันได้ตกอยู่ในพลังสะกดหุ่นเชิดเป็นที่เรียบร้อย เหนื่อยเพียงแค่หนึ่งการมองเท่านั้นทักษะสะกดหุ่นเชิด เป็นทักษะทางจิตที่โหดร้ายกว่าที่เขาคาดคิดไปมาก เหยื่อราวกับโดนกลืนกินจิตสำนึกและถูงฝังความทรงจำว่าเขานั้นคือนายหัวที่แท้จริง ด้วยวิชาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้ผสานกับทักษะสะกดหุ่นเชิด สามารถควบคุม ปรับเปลี่ยนความทรงจำของมัน และสามารถสออกคำสั่งผ่านจิตตรงสู่เหยื่อที่ถูกสะกดทักษะสะกดหุ่นเชิด ไมได้มีขีดจำกัดเพียงแค่หนึ่งตนเท่านั้น กระทั้งสามารถสะกดจิตได้อีกหลายสิบตนพร้อมๆกัน หมิงหลงทำการเรียนรู้พลังอย่างรวดเร็ว และรู้สึกว่ามันง่ายดายยิ่งนัก“นี้สินะ คือความรู้สึก หลังจากใช้พลังลูกแก้วทักษะ” ไม่ต้องเสียเวลาฝึกบ่มเพาะอย่างเช่นปราณ และกายา สมควรแล้วที่ผู้ฝึกตนต่างแสวงหาและให้ความสำคัญกับมันมากทีเดียว“ข้าจะล่าเจ้าอาณาเขตทั้วทั้งป่าภูผาเทียมฟ้า สะกดพวกมันทั้งหมด มาเป็นหุ่นเชิด และล่าเจ้านกยักษ์สารเลวนั้น” “เมื่อเป็นผู้ล่า จะกลายเป็นผู้ถูกล่าได้อย่างไร การล่าหวังเพียงผลลัพธ์เพียงเท่านั้น ส่วนวิธีการ ศักดิ์ศรีช่างหัวมันสิฟ่ะ!!” หมิงหลงแสยะยิ้ม“ไป!! ตรงเข้าไปชั้นกลางของป่าภูผาเที่ยมฟ้า” หมิงหลงมุ่งตรงด้วยความรวดเร็ว ลึกเข้าไปอีกชั้นของป่า โฮกกก!! เสียงคำรามดังลั้นไปทั่วป่า……..ทางด้านกลุ่มเขี้ยวพระจันทร์ณ ปากภูเขา ทางเข้าป่าชั้นในสุดสมาชิกนักล่ากลุ่มเขี้ยวพระจันทร์ ต่างมีถุงน้ำสีดำใต้ตากันทุกคน สภาพร่างกายแต่ละคนดูอิดโรยที่อดหลับอดนอน มีการต่อสู้ย่อมๆกับสัตว์อสูรนักล่า ที่มาพร้อมฝูงสัตว์อสูรที่หนีเข้ามาจากป่าด้านนอกแฮ่กก แฮ่กก นักล่าทุกต่างจัดขบวนตั้งรับการจู่โจม เตรียมพร้อมเข้าปะทะทุกเมื่อ หากมีบางสิ่งที่ทำให้สัตว์อสูรหนีตายออกมาปรากฏตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจอันเหนื่อยล้าเท่านั้นที่ได้ยิน มือที่กุมอาวุธเริ่มหละหลวมกระทั้งเกือบหลุดจากมือ หนังตาพลันหนักอึ้งเดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด“หัวหน้าอี้เฉิน พวกเราจะจัดทัพแบบนี้อีกนานเท่าใดกัน สัตว์อสูรก็หายไปซักพักใหญ่ เราควรจะพักกันได้แล้ว” นักล่าข้างกายได้เอ่ยถาม“ถูกของเจ้า!! พวกเราได้ปะทะกับสัตว์อสูรทั้งคืน แต่เจ้าตัวต้นเหตุคือตัวอันใดกัน เหตุใดถึงไม่ปรากฏตัว” “พวกเราได้ปูพรมตรวจสอบไปแล้ว ไม่มีร่องรอยปีศาจแต่อย่างใด” หัวหน้าอี้เฉินครุ่นคิดไม่ตก“ข้าได้ตัดสินใจแล้ว พวกเราจะเดินหน้าต่อไปในป่าชั้นในสุด แต่ก่อนอื่นทุกคนเลิกแถวและพักผ่อนได้!” อี้เฉินออกคำสั่งในทันที‘เป็นไปไม้ได้ที่จะมีปีศาจหลุดรอดในการตรวจสอบอย่างละเอียด อาจจะเป็นพวกตระกูลชนชั้นปกครองเมืองออกมาไล่ล่าลูกแก้วทักษะอสูรยามราตรี’ ‘ถึงแม้จะดูไม่สมเหตุสมผลก็เถอะ ข้าไม่สามารถเสียเวลาย้อนกลับไปได้อีก ยิ่งเสียเวลามากเท่าใดกำลังทรัพก็เสียมากเท่านั้นในการจ้างวานนักล่า’เขามีการทำสัญญาเลือดกับนักล่าในการว่าจ้าง และข้อกำหนดกฎนั้นก็คือ1.ทุกสิ่งที่ได้จากการล่าปีศาจ ต้องตกเป็นของเขา2.นักล่าทุกคนเชื่อฟังคำสั่งเขา ในขอบเขตที่ไม่ถูกเอาเปรียบ3.ลูกแก้วทักษะปีศาจและสัตว์อสูร ตกเป็นของเขาทั้งหมด4.สมบัตินอกเหนือจากนั้น ใครได้ครอบครองก่อนจึงตกเป็นของผู้นั้นเพราะความเหนื่อยล้า ทุกคนต่างกระจายตัวและล้มตัวลงนอนพักผ่อนพายใต้ร่มไม้ กระโจมที่พักต่างถูกทำลายจนยับเยิน…………..เปรี้ยงงง !!หลังดาบยาวไร้คม ได้ถูกฟันลงบนศรีษะของหมีโลหิต โฮกกกก!!ข้างกายเด็กหนุ่มมีสิงโตอัคคี และสัตว์อสูรที่ถูกสะกดจิตอีก3ตัว ความแข็งแกร่งเทียบเท่า ระดับก่อกำเนิดปราณขั้นกลาง ซึ่งไม่ใช้จ้าวอาณาเขตแต่อย่างใด กำลังกลุ้มรุมล้อมสัตว์อสูร ระดับเทียบเท่าขอบเขตปราณปฐพีขั้นต่ำอยู่หมิงหลงไม่สามารถสะกดจิตมันในขณะที่มันมีพลังเต็มร้อยส่วน การบั่นทอนกำลังทั้งกำลังกายและจิตใจของมันเป็นไปอย่างข้าๆส่วนทางด้านอสูรหุ่นเชิดทั้งสี่ตนเป็นตัวปะทะ และโจมตีโดยตรง ส่วนเขาคอยช่วยสนับสนุนสลับโจมตีเมื่อมีโอกาสเมื่อมันทำการโจมตี หมิงหลงใช้ทักษะสะกดหุ่นเชิดสกัดการโจมตีของมัน ให้หยุดชงัดไปชั่วขณะ ภาพที่เห็นจึงเป็นการรุมโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว แม้ว่าเจ้าหมีโลหิตจะแข็งแกร่งมากกว่า แต่ก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตวิญญาณได้นับได้ว่าเป็นมดที่กำลังกัดกินตั๊กแตนอย่างช้าๆ