แน่นอนว่าในเมื่อสืบเองผลการสืบก็คงจะเข้าข้างหลานชายใต้เท้าเหยียนอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ฮูหยินเ้าดูสิ! รายงานของสายสืบบอกไว้ว่าหลานชายใต้เท้าเหยียนมีสองคนคนที่ใต้เท้าเหยียนอยากให้แต่งงานกับซวงเอ๋อร์ชื่อเหยียนจ้าวถาง คนผู้นี้รูปงาม เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ผ่านการสอบจวี่เหริน*มาแล้วจากเมืองฉู่จิ้งมีวิทยายุทธ์ร้ายกาจ ที่สำคัญยังไม่เคยมีสตรีข้างกายมาก่อนอืม...ฟังดูแล้วน่าจะเข้าท่าอยู่เหมือนกันนะ”
“ดีถึงเพียงนั้นเลยหรือเ้าคะ?ที่ใต้เท้าเหยียนบอกว่าปีนี้หลานชายจะเข้ามาสอบจิ้นซื่อ*นี่เ้าคะ ข้าชักอยากจะเห็นหน้าเขาขึ้นมาแล้วสิ!” อี้ฮูหยินดูสีหน้าสามีพออกพอใจในผลการสืบแล้วก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้“เป็เช่นนี้ท่านพี่คงจะชอบเหยียนจ้าวถางขึ้นมาแล้วสิ”
“ถ้าหากเขาดีจริงอย่างที่สายสืบว่าเห็นทีลูกเขยของข้าก็ควรเป็คนผู้นี้”
หลูฉิงซวงที่รอกระทั่งท่านพ่อท่านแม่ที่เข้าไปนั่งปรึกษาหารือในห้องหนังสือเดินออกมาห้องโถงนางใช้ปลายนิ้วที่กุมอยู่บนมืออีกข้างจิกลงไปที่ หลังมือของตนเอง ลุ้นรอให้คนทั้งสองยอมเปิดปากออกมาเมื่อบิดาร่ายคุณสมบัติที่น่าพอใจของเหยียนจ้าวถางทำให้นางถอนหายใจออกมาเบาๆ
“หลานชายใต้เท้าเหยียนชื่อเหยียนจ้าวถางหรือเ้าคะ?”
“ใช่!พ่ออยากจะเห็นหน้าคนผู้นี้ซะแล้วสิ!อยากรู้ว่าที่บอกว่ารูปงามนั้นเทียบเท่าหมอเวิงอันหรือไม่?”
“ทำไมหรือเ้าคะ?”
“ท่านหมอเวิงรูปงามนักหากเหยียนจ้าวถางรูปงามเทียบเท่าก็ไม่แน่ว่าเ้าอาจจะพอใจหลานชายใต้เท้าเหยียนมากกว่า”
“หากข้ายังไม่พึงใจผู้ใดล่ะเ้าคะ?”สีหน้าของหมองเศร้าของหลูฉิงซวงทำเอาอี้ฮูหยินรู้สึกประหลาดใจ
“เ้ามีคนในใจแล้วหรือ?”
“ข้าสมมติต่างหากล่ะเ้าคะ”
“ซวงเอ๋อร์! แม่ว่าหมอเวิงเองก็ดูไม่เลวนะไม่ว่าจะเป็เหยียนจ้าวถางหรือเวิงอันเ้าเลือกผู้ใดก็เหมาะสมคู่ควรทั้งสิ้นครั้งนี้เ้าควรตัดสินใจได้แล้วล่ะ”
หญิงสาวรับคำเบาๆในใจนางรู้สึกผิดหวังยิ่งนักที่เหยียนถังมิได้เป็หลานชายของใต้เท้าเหยียนอย่างที่นางแอบหวังพลันพ่อบ้านก็เข้ามาเรียนให้นายทั้งสามได้ทราบว่าใต้เท้าจิ่งพาบุตรสาวและบุตรชายทั้งสองมาเยี่ยมอีกแล้ว
“เด็กสองคนรบเร้าให้ข้าพามาเยือนจวนของท่านเพราะอยากจะมาขอร้องให้พ่อครัวเหยียนช่วยทำขนมให้สักสามอย่าง”
หลูฉิงซวงในฐานะผู้ที่ต้องดูแลโรงครัวจำใจต้องพาจิ่งเฉิงและจิ่งช่านไปหาเหยียนถังจิ่งช่านขยับเข้าไปใกล้พ่อครัวรูปงามด้วยความดีใจรีบบอกจุดประสงค์ของตนให้เขาได้ฟัง
“ได้ขอรับคุณหนูท่านอยากได้ขนมอะไรข้าจะทำให้ทุกอย่าง”
คำตอบและรอยยิ้มหวานของเหยียนถังทำเอาหลูฉิงซวงหน้าตึงและเผลอสะบัดหน้าหนีโดยไม่รู้ตัวนางรู้สึกทนไม่ได้ที่เขากับจิ่งช่านยิ้มให้กันอย่างมีความสุขส่วนจิ่งเฉิงก็ยังเข้าไปแสดงความชื่นชมชายหนุ่มใกล้ๆโดยมิได้ติเตือนน้องสาวให้ระวังกริยาสักนิดหลูฉิงซวงได้แต่ยืนนิ่งฟังคนทั้งสามพูดคุยกันอย่างออกรสกระทั่งบ่าวรับใช้นวดแป้งเสร็จเหยียนถังจึงให้สองพี่น้องลองปั้นขนมกันเอง
“พวกท่านต้องหยิบเอาไส้ขนมที่ปั้นเป็ก้อนนี้วางตรงกลางแป้งที่แผ่แล้วก็ห่อเข้าเป็วงกลมก่อนจะกดลงเบาๆ ให้ก้อนมันแบนเล็กน้อยแบบนี้”เหยียนถังทำให้ดูเป็ตัวอย่างแล้วจิ่งเฉิงกับจิ่งช่านก็ลองทำตาม
“พี่รองไม่ทำด้วยกันหรือเ้าคะ?”จิ่งช่านหันมามองหลูฉิงซวงที่ทำหน้าบึ้งอยู่ผนังห้องด้านหนึ่ง
คุณหนูรองหลูหันไปเห็นมือของเหยียนถังจับมือของจิ่งช่านสอนให้ปั้นแป้งขนมให้ถูกต้องก็เม้มปากสะกดอารมณ์ข่มใจ
“เ้าทำตามสบายเถอะควันไฟเข้าตาข้า ข้าออกไปรอที่ห้องโถงนะ”
เมื่อหลูฉิงซวงลับหายออกไปจิ่งช่านก็หันมายิ้มกว้าง “ข้าทำสำเร็จแล้ว!”
“จุ๊! จุ๊!”เหยียนถังรีบเตือนนางให้เงียบเสียงและระวังกริยาเพราะในครัวยังมีบ่าวกำลังช่วยดูแลเตาอยู่อีกสามคน
“อ้อ! ข้าลืมตัวไป”จิ่งช่านลดเสียงลงแล้วกระซิบชายหนุ่ม “พี่ถังข้าว่าพี่รองโมโหจนแทบจะเอาลังถึงปาหน้าท่านอยู่แล้วนะเ้าคะ”
“ดีๆเย็นนี้ข้าจะไปทดสอบดูว่านางดื่มน้ำส้ม*ไปกี่ไหแล้ว?”
อี้ฮูหยินเห็นบุตรสาวเดินหน้าตึงมากับสาวใช้ก็ถามถึงจิ่งเฉิงกับจิ่งช่าน
“ไม่ต้องห่วงหรอกเ้าค่ะพ่อครัวเหยียนดูแลสองคนนั้นอย่างดีอยู่ในครัว ทำขนมกันเสร็จเดี๋ยวก็คงออกมาเอง”
“ไม่เป็ไรหรอกซวงเอ๋อร์ข้าเองก็ได้ยินว่าพวกเขาอยากจะเรียนทำขนมกับพ่อครัวเหยียนป่านนี้คงจะสนุกกันอยู่ในครัวนั่นล่ะ”ใต้เท้าจิ่งที่กำลังเล่นหมากขาวดำอยู่กับใต้เท้าหลูยิ้มหัวอย่างไม่ทุกข์ร้อน หลูฉิงซวงได้แต่เดือดปุดๆในใจ นี่หากว่าใต้เท้าจิ่งรู้ว่าบุตรสาวของตนชอบพ่อครัวรูปงามจะโมโหหรือไม่?
ผ่านไปพักใหญ่เหยียนถัง จิ่งเฉิง และจิ่งช่านก็ช่วยกันถือปิ่นโตไม้ใส่ขนมมาคนละอันสาวใช้อีกสองคนถือจานขนมตามหลังมาจิ่งช่านรีบรายงานเสียงแจ๋วถึงผลงานการทำขนมของพวกตนสองพี่น้องในวันนี้
“พ่อครัวเหยียนเก่งมากเลยเ้าค่ะสอนพวกเราทำขนมตั้งสามอย่าง สนุกมากเลยเ้าค่ะท่านพ่อ!”
ใต้เท้าจิ่งหันไปขอบคุณเหยียนถังที่ยอมให้บุตรชายและบุตรสาวของตนรบกวนเวลาทำงานทั้งยังหันมาขอบคุณเ้าของบ้านทั้งสองที่ยินยอมให้ครอบครัวตนเข้ามาใช้โรงครัว
“ดูช่านเอ๋อร์ของข้าสิ! ทำเหมือนอยากพาพ่อครัวเหยียนกลับด้วยเสียอย่างนั้น”
************************
*การสอบจวี่เหริน คือการสอบระดับภูมิภาคเป็การสอบคัดเลือกบัณฑิตรอบที่สองในการเข้ารับราชการ
*การสอบจิ้นซื่อเป็การสอบระดับสุดท้ายคือระดับแคว้น
*ดื่มน้ำส้ม หมายถึง ความหึงหวง


