ฟู่ซีซวนแต่งตัวเตรียมไปเรียนที่สำนักศึกษา พลันรู้สึกว่าด้านหลังมีร่างบอบบางเข้ามากอดเขาไว้
“ข้ารู้สึกว่าท่านพี่ผอมลงอีกแล้ว กอดไปก็ไม่เห็นจะอุ่นเหมือนเมื่อก่อนเลย”
“กอดแบบนั้นมันจะไปอุ่นได้ยังไง มันต้องแบบนี้” ฟู่ซีซวนพลิกกลับมาเป็ฝ่ายโอบภรรยาเอาไว้
“ท่านพี่ผอมลงเช่นนี้...ไหนดูซิ” จูจื้อโหยวใช้มือประคองใบหน้าสามีแล้วพลิกหน้าเขาไปมา “สามีข้ารูปหล่อออกปานนี้ จะมีแม่นางน้อยที่ไหนมาหลงเสน่ห์บ้างไหมเนี่ย”
“หึงหรือ? ให้ข้ากลับไปอ้วนเหมือนเดิมไหม”
“ไม่ได้! ท่านสามารถผอมลงได้กว่านี้อีกเ้าค่ะ”
“โหยวเอ๋อ” ฟู่ซีซวนแทบจะหมดแรง หลายเดือนมานี้เขาถูกองครักษ์ของท่านอ๋องฉีฝึกหนักอยู่ทุกวัน แต่ยังดีที่ภรรยามีฝีมือด้านการทำอาหาร เพราะฉะนั้นอาหารที่เขากินจึงไม่ขาดเนื้อและผัก เพียงแต่เขาเป็คนติดข้าว เมื่อก่อนเขากินข้าวมื้อละสามถ้วยเชียวนะ แต่ตอนนี้ภรรยาบอกว่าเขาต้องลดอาหารที่มีแป้งลง
“ที่ข้าให้ท่านลดน้ำหนักก็เพราะเป็ห่วงสุขภาพของท่านนะเ้าคะ ทำไมทำหน้าเหมือนถูกทรมานเช่นนั้นเล่า”
“พรุ่งนี้เป็วันที่เ้าเรียกว่าอะไรนะ ชีทเดย์ใช่ไหม ข้าอยากกินพายเนื้อบด ขาหมูตุ๋น บะหมี่เป็ดอบหม้อดิน แล้วก็...”
“พอแล้วเ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าให้ท่านเลือกอาหารได้สองอย่าง เพราะข้ามีเครื่องดื่มและขนมชนิดใหม่จะให้ท่านลองชิม”
“ก็ได้” ฟู่ซีซวนตอบอย่างไม่เต็มใจ
จูจื้อโหยวไม่ได้สนใจท่าทางที่คล้ายไม่เต็มใจของสามี “แต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกไปกินมื้อเช้านะเ้าคะ ส่วนมื้อกลางวันข้าเตรียมใส่กล่องอาหารไว้ให้ท่านกับพี่ใหญ่แล้ว วันนี้ข้าตั้งใจจะเข้าไปดูความเรียบร้อยที่โรงน้ำชาเสียหน่อย เพราะฉะนั้นมื้อเที่ยงท่านไม่จำเป็ต้องกลับมากินที่บ้าน”
“ไม่รอให้ถึงวันหยุดของข้าก่อนถึงค่อยไป เ้าไปคนเดียวข้าไม่วางใจ”
“ท่านจะกลัวอะไรเ้าคะ มีองครักษ์ของพ่อบุญธรรมคอยดูแลความปลอดภัยให้ข้าถึงสองคน คราวก่อนที่เราไปเยี่ยมท่านพ่อ พี่ใหญ่กับเยว่เอ๋อยังกระซิบบอกข้าอยู่เลยว่าท่านพ่อแอบส่งองครักษ์เงามาดูแลพวกเราอีกตั้งสี่คน”
“แต่ข้าอยากไปกับเ้าด้วยนี่”
“ท่านพี่รีบออกไปกินข้าวนะเ้าคะ” จูจื้อโหยวไม่สนใจสามีอีก นางเดินออกจากห้องเพื่อไปรอเขาที่ห้องอาหาร
ฟู่ซีซวนมองตามภรรยาแล้วก็ได้แต่ยิ้ม การที่เขากับนางถูกจัดฉากให้ตกน้ำไปด้วยกันคราวนั้น ทีแรกเขาก็นึกเสียใจอยู่เหมือนกัน แต่มาตอนนี้เขากลับรู้สึกขอบคุณฟู่วั่งเสียนเป็อย่างมาก หากเ้าน้องชายไม่ทำเื่โง่ๆ เช่นนี้ขึ้นมา ชาตินี้เขาคงไม่มีโอกาสได้แต่งกับภรรยาที่แสนดีคนนี้แน่
“ข้าก็นึกว่านักเรียนใหม่ที่ไหนเดินเข้ามา ที่แท้ก็เ้าอ้วนแสนขี้ขลาดนี่เอง” เฉียนไหลเฉิงเดินเข้าไปหาฟู่ซีซวน หวังจะกระแทกไหล่ของอีกฝ่ายให้ล้มเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ
แต่ฟู่ซีซวนที่ได้รับการสอนวรยุทธ์มาบ้างแล้ว ถึงแม้ไม่ได้เก่งกาจ และร่างกายก็ไม่ได้อ้วนเทอะทะเหมือนเมื่อก่อน เขาจึงเบี่ยงตัวหลบเฉียนไหลเฉิงได้อย่างสบายๆ ทำให้เฉียนไหลเฉิงกลายเป็ฝ่ายล้มคะมำไปข้างหน้าแทน ยังดีที่มีคนช่วยพยุงไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นเฉียนไหลเฉิงคงล้มหน้าทิ่มพื้นไปแล้ว
“ฟู่ซีซวน! เ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ” เฉียนไหลเฉิงโมโห
“ข้าไปทำร้ายเ้าั้แ่เมื่อไหร่ ไม่ใช่เ้าล้มไปเองหรอกหรือ”
“คงไม่ได้เจอหมัดของข้ามานานก็เลยคิดถึงสินะ”
เฉียนไหลเฉิงพุ่งหมัดเข้าใส่ฟู่ซีซวนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฟู่ซีซวนไม่ได้หลบ แต่เขาใช้มือข้างซ้ายขวางหมัดของเฉียนไหลเฉิงไว้ จากนั้นก็ใช้หมัดขวาสวนกลับไปบนหน้าของอีกฝ่ายแทน
ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็อึ้งกับสิ่งที่มองเห็น เมื่อก่อนไม่ว่าใครก็สามารถรังแกฟู่ซีซวนได้ แต่คราวนี้ทำไมเ้าอ้วนถึงกล้าตอบโต้เฉียนไหลเฉิงกันล่ะ ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าเฉียนไหลเฉิงมีลูกน้องเกเรอยู่ในสำนักศึกษามากมาย เมื่อตั้งสติได้ ทุกคนก็ถอยจากที่เกิดเหตุออกไปอีกหลายก้าว
“เ้า...เ้าต่อยข้าหรือ” เฉียนไหลเฉิงใช้มือจับจมูกของตัวเองก็ััได้ถึงเืที่ไหลออกมา “เื...เ้าต่อยข้าจนเืออก ข้า..ข้าจะกลับไปฟ้องท่าน...”
“เ้าอยากกลับไปฟ้องท่านพ่อของเ้าก็ตามสบาย วันนี้มีคนเหตุการณ์อยู่มากมายว่าเ้าเป็ฝ่ายเข้ามาหาเื่และ้าทำร้ายข้าก่อน ที่ข้าทำลงไปก็เป็แค่การป้องกันตัวเท่านั้น”
“ใคร! ใครมันจะกล้าเป็พยานให้คนอย่างเ้า” เฉียนไหลเฉิงกวาดสายตาไปโดยรอบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าสบตาเขา ทำให้ความมั่นใจของเขาสูงขึ้นมากทีเดียว “เ้าเห็นไหม ไม่มีใครเห็นว่าข้าทำร้ายเ้าเลยสักคน เด็กๆ กระทืบมันให้พี่ใหญ่ที ห้ามหยุดจนกว่าข้าจะสั่ง”
ลิ่วล้อของเฉียนไหลเฉิงเป็เพียงคุณชายเกเรที่ไม่มีวรยุทธ์ ทั้งสี่คนไม่ใช่คู่มือของฟู่ซีซวน ใช้เวลาไม่นานฟู่ซีซวนก็จัดการทั้งสี่คนลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
“หลบไป! นี่พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน” อาจารย์เจิ้งะโถาม “นี่พวกเ้ากล้าต่อยตีกันในสำนักศึกษาเชียวหรือ โทษสูงสุดของพวกเ้าถึงกับสั่งพักการเรียนได้เลยนะ”
“เป็ฟู่ซีซวนที่ทำร้ายพวกข้าก่อนขอรับ ท่านอาจารย์ดูสิ หน้าข้าถูกต่อยจนเืออก แล้วยังมีสี่คนที่นอนอยู่กับพื้นนั่นอีก พวกเขาล้วนถูกฟู่ซีซวนต่อยตีทั้งนั้น” เฉียนไหลเฉิงฟ้องก่อน
อาจารย์เจิ้งมองดูตามที่เฉียนไหลเฉิงบอกก็โมโหขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความจริงที่เขาโมโหคือเฉียนไหลเฉิงถูกทำร้ายในคาบเรียนของเขาต่างหาก ปกติแล้วอาจารย์เจิ้งมักจะได้รับของกำนัลจากสกุลเฉียนอยู่ตลอด เพื่อให้เขาช่วยดูแลเฉียนไหลเฉิง แต่คราวนี้คุณชายน้อยผู้มีอุปการะคุณของเขากลับมาถูกทำร้ายเสียนี่
“ฟู่ซีซวน เ้ากลายเป็อันธพาลไปั้แ่เมื่อไหร่ เ้าต้องถูกสั่งพักการเรียนเป็เวลาหนึ่งเดือน” อาจารย์เจิ้งเอาความโกรธทั้งหมดไปลงที่ฟู่ซีซวนทันที
“อาจารย์ช่วยบอกความผิดของข้ามาก่อนได้หรือไม่ขอรับ” ฟู่ซีซวนถามอย่างใจเย็น
“เ้ายังมีหน้ามาถามอีกหรือ เ้าไม่ดูสภาพของสหายร่วมชั้นของเ้าก่อนเล่า พวกเขาล้วนถูกเ้าทุบตีจนจำหน้าไม่ได้แล้ว”
“ข้าไม่ปฏิเสธว่าข้าเป็คนทำร้ายพวกเขา แต่อาจารย์จะไม่สอบถามก่อนหรือขอรับว่าทำไมข้าถึงทำเช่นนี้”
“ทำไมต้องถาม หลักฐานก็เห็นอยู่นี่อย่างไร” อาจารย์เจิ้งยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง “เ้าไม่พอใจคำตัดสินของอาจารย์อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ให้ผู้ปกครองแต่ละคนมาพบอาจารย์ รวมถึงท่านพ่อของเ้าด้วยเป็ไร อาจารย์จะไต่สวนเื่นี้ให้ละเอียดด้วยตัวเอง”
อาจารย์เจิ้งหันไปสบตาแล้วยิ้มกับเฉียนไหลเฉิง เพราะพวกเขารู้ดีว่าฟู่ซีซวนไม่ได้รับความสนใจจากคนในบ้าน ทั้งรองเ้ากรมอาญาฟู่เต๋อหย่งยังรักคุณชายรองฟู่วั่งเสียนมากกว่าเขา หากว่าอาจารย์เจิ้งเชิญผู้ปกครองของแต่ละคนมาจริง คราวนี้รองเ้ากรมอาญาฟู่จะต้องเป็คนออกโรงทำโทษฟู่ซีซวนเองแน่
“อาจารย์้าให้ข้าเชิญบิดาข้ามาที่นี่หรือขอรับ”
“ใช่ หรือว่าเ้ามีปัญหาอะไร” อาจารย์เจิ้งคิดว่าฟู่ซีซวนเริ่มกลัว “อาจารย์เป็คนพูดจริงทำจริงเสมอ ในเมื่ออาจารย์เอ่ยวาจาออกไปแล้วย่อมต้องทำตามที่พูด เ้าไปเชิญบิดาของเ้ามาพบอาจารย์เถอะ”
“แต่ข้าเกรงว่าบิดาข้าจะไม่สะดวก”
“บิดาของเ้าจะไม่ว่างได้ยังไง เขาไม่ใช่เ้ากรมอาญาเสียหน่อยเป็แค่รองเ้ากรมเองไม่ใช่หรือ ข้าว่าเ้าไม่กล้าไปเชิญบิดาเ้ามาเองต่างหาก” เฉียนไหลเฉิงพูดเสริม
สหายในชั้นเรียนมองฟู่ซีซวนอย่างเห็นใจ พวกเขาต่างก็รู้กันดีถึงสถานะภายในบ้านของฟู่ซีซวน เพราะพวกเขามักจะได้ยินฟู่วั่งเสียนเล่าเื่ขายหน้าของฟู่ซีซวนในตอนที่เขาอยู่ที่บ้านมาประกาศให้คนในสำนักศึกษาฟังอยู่บ่อยๆ
“น้องรองไม่ต้องกังวล วันนี้ท่านพ่ออยู่ที่จวนไม่มีธุระออกไปไหน พี่ใหญ่ให้องครักษ์ไปเชิญท่านพ่อมาที่นี่แล้ว อีกไม่นานท่านพ่อคงเดินทางมาถึง” ซ่งอี้เซวียนเดินมายืนข้างน้องชาย ก่อนจะหันไปคำนับให้กับอาจารย์เจิ้งแล้วชี้ไปที่เฉียนไหลเฉิงและพรรคพวก “ข้าให้คนไปเชิญท่านพ่อมาแล้ว อาจารย์เจิ้งยังไม่สั่งให้พวกเขาไปเชิญผู้ปกครองมาอีกหรือขอรับ”
“ซื่อ...ซื่อจื่อหมายความว่ายังไงหรือ อา...อาจารย์ไม่เข้าใจ” อาจารย์เจิ้งใเมื่อเห็นซ่งอี้เซวียนเดินเข้ามา ทั้งยังเรียกฟู่ซีซวนอย่างสนิทสนมอีก จากประสบการณ์ของเขา คิดว่าเื่นี้คงจัดการยากแล้ว
“ซื่อจื่อ อาจารย์เจิ้งให้ฟู่ซีซวนไปเชิญบิดาเขามา แต่ไม่ได้ให้ไปเชิญท่านอ๋องฉีมาเสียหน่อย ท่านอย่าเอาฐานะของท่านอ๋องฉีมาข่มพวกเราเลย” เฉียนไหลเฉิงยังพูดเยาะ “ข้าขอเตือนท่านไว้อย่างหนึ่ง เ้าอ้วนนี่เป็แค่คนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง ซื่อจื่ออย่าลดตัวลงไปคลุกคลีกับเขาเลย”
“คำก็เ้าอ้วน สองคำก็คนไร้ประโยชน์ สกุลเฉียนของเ้าช่างอบรมสั่งสอนกันมาดีจริงๆ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเมื่อเ้าเห็นบิดาของน้องชายข้าแล้วเ้ายังจะกล้าเรียกเขาอย่างนี้อยู่ไหม”
“ทำไมจะไม่กล้า ข้าจะเรียกเขาว่าไอ้หมูหรือไอ้โสโครกยังไงก็ได้ วันนี้เขาต่อยตีพวกข้า พวกข้าสามารถด่าเขาได้แรงกว่านี้อีก” เฉียนไหลเฉิงตอบกลับอย่างไม่รู้สึกกลัว และเขาก็ไม่เชื่อว่าท่านอ๋องฉีจะเดินทางมาที่สำนักศึกษาด้วยตัวเอง เพราะอ๋องฉีไม่ได้มีความสัมพันธ์กับฟู่ซีซวน และตัวเขาเองก็ไม่ได้มีเื่ทะเลาะกับซื่อจื่อเสียหน่อย
ซ่งอี้เซวียนยิ้ม “คุณชายเฉียน เ้าจำคำของเ้าไว้ให้ดี”