ความช่วยเหลือ
ปัง!
ประตูห้องสอบสวนพลันถูกถีบเปิดออกมาอย่างกะทันหัน
หลินเฉินที่ชี้นิ้วไปที่ผอเฝินหวังใช้พลังปราณฆ่าให้ตายต้องหยุดความคิดลง
เฉกเช่นเดียวกัน ผอเฝินที่คิดจะยิงหวังเฉินให้ตาย ก็หยุดความคิดลงเหมือนกัน
ทั้งสองคนมองไปที่ประตู พบว่ามีชายวัยกลางคนในชุดตำรวจเดินเข้ามาพร้อมกับตำรวจอีกสองคน
ผอเฝินใบหน้าเปลี่ยนไป เขารู้จักชายวัยกลางคนในชุดตำรวจดี อีกฝ่ายเป็นผู้บังคับบัญชาของเขา ผู้มีตำแหน่งสูงที่สุดในสถานีตำรวจเขตตงฝูจ้าวหย่ง
“ผอเฝินลดปืนลง” จ้าวหย่งขมวดคิ้ว เมื่อเห็นสภาพภายในห้องสอบสวน เขามองไปที่ผอเฝิน
ผอเฝินไม่กล้าขัดคำสั่ง เขาลดปืนลงในทันที
“อธิบายมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” จ้าวหย่งถามเสียงเรียบ
ผอเฝินชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด แต่สมองของเขาก็หมุนอย่างรวดเร็ว รีบอธิบายออกมา พร้อมทั้งชี้นิ้วไปยังหลินเฉิน “ชายคนนี้ทำร้ายคน ผมได้รับแจ้งจากคนที่นอนหมดสติอยู่นี่ จึงไปนำตัวมาสอบสวน แต่คิดไม่ถึงว่าพอนำตัวเข้ามาภายในห้องสอบสวน เขาจะลงมือทำร้ายคน ผมไม่ทันระวังเลยถูกทำร้ายด้วย!”
คำอธิบายของผอเฝินเป็นการใส่ความให้ร้ายหลินเฉินอย่างชัดเจน
จ้าวหย่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น เขาไม่ได้เชื่อ เพราะเขารู้จักผอเฝินดีว่าอีกฝ่ายมีนิสัยยังไง เขาหันไปมองหลินเฉิน “ที่เขาพูด ใช่ความจริงไหม?”
หลินเฉินมีสีหน้าราบเรียบ เขาไม่ได้ตอบ และไม่มีความคิดที่จะตอบ เนื่องจากเขาไม่เชื่อว่าจ้าวหย่งจะเชื่อเขา เพราะไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็เป็นพวกเดียวกันกับผอเฝิน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นตำรวจเลวเหมือนกับผอเฝินด้วยก็ได้
เห็นหลินเฉินไม่ตอบ จ้าวหย่งก็ไม่ซักไซร้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก แต่ว่าเขาไม่มีความกล้า ในสายตาของเขาหลินเฉินไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เนื่องจากสาเหตุที่เขามาที่ห้องสอบสวนนี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากมา
แต่เป็นเพราะว่าเขามีความจำเป็น มีคนใหญ่คนโตของเซี่ยงไฮ้มาที่สถานีตำรวจแห่งนี้ แล้วบอกให้เขาปล่อยตัวหลินเฉิน
ตอนแรกเขางงงวยเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าหลินเฉินเป็นใคร แล้วถูกจับมาตอนไหน แต่หลังจากที่ให้ได้ยินลูกน้องบอกว่าผอเฝินพาคนเข้ามาที่ห้องสอบสวน เขาก็คิดว่าคนนี้ต้องเป็นหลินเฉินแน่ เขาจึงได้รีบรุดมา
ดีที่มันยังไม่สายเกินไป ไม่อย่างนั้น เขาคงจะไม่อาจแก้ตัวต่อคนใหญ่คนโตที่มาได้
“ผอเฝิน เรื่องนี้ให้คุณทำรายงานมาให้ผม ถ้าผมตรวจสอบดูแล้ว มันไม่เป็นอย่างที่คุณพูด คุณเตรียมหางานใหม่ได้เลย!” จ้าวหย่งหันไปพูดกับผอเฝิน
ผอเฝินใจหายวาบ ดูจากท่าทีของจ้าวหย่งที่มีต่อหลินเฉินและคำพูดที่พูดกับเขา เขาก็รู้แล้วว่าที่จ้าวหย่งมาที่ห้องสอบสวนนี้เพราะหลินเฉิน
‘ระ...หรือว่ามันจะเป็นคนใหญ่คนโต!’ ผอเฝินคิดในใจอย่างอดไม่ได้ เขาพลันเกิดกลัวขึ้นมา ถ้าหลินเฉินเป็นคนใหญ่คนโตจริง เขาจบไม่สวยแน่ ไม่สิ ตอนนี้เขาก็จบไม่สวยแล้ว เพราะเรื่องที่เขาเพิ่งจะพูดไป มันไม่ใช่ความจริง ถ้าจ้าวหย่งตรวจสอบพบความจริง เขาถูกเด้งแน่
“ผู้กำกับจ้าว...” ผอเฝินอยากที่จะสารภาพความจริงออกมา แต่จ้าวหย่งโบกมือตัดบทเขา “เงียบ!”
ผอเฝินพลันรู้สึกท้อแท้ ความโกรธปรากฏขึ้นมาในใจของเขา ทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะต้ากังคนเดียว
‘ไอ้สารเลวต้ากัง ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ ถ้าฉันถูกเด้งออกจากงาน!’ ผอเฝินมองต้ากังที่สลบอยู่อย่างดุร้าย
“คุณคือหลินเฉินใช่ไหม มีคนต้องการพบคุณ” จ้าวหย่งยิ้มให้กับหลินเฉิน
หลินเฉินขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ “ใคร?”
“คุณตามผมมา คุณก็จะรู้เอง” จ้าวหย่งหมุนตัวกลับหลัง ก่อนที่จะเดินออกไป แต่ก่อนที่จะออกห้องไป เขาไม่ลืมสั่งตำรวจสองคนที่เข้ามาในห้องสอบสวนกับเขาตรวจสอบเรื่องที่ผอเฝินพูด
หลินเฉินเดินตามจ้าวหย่งไป เขาอยากจะรู้ว่าเป็นใครที่อยากจะเจอเขา รวมถึงช่วยเขาด้วย เขาไม่ใช่คนโง่ ทำไมจะมองไม่ออกว่าท่าทีที่จ้าวหย่งแสดงต่อเขานั้นมันผิดปกติ เรื่องนี้ต้องมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน
จ้าวหย่งพาหลินเฉินมายังห้องรับแขกภายในสถานีตำรวจ เมื่อเข้ามาภายในห้อง เขาต้องชะงักและขมวดคิ้ว
ที่โซฟาชั้นดีมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ ซึ่งเธอเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับเขาอย่างมาก จะไม่ให้คุ้นหน้าคุ้นตาได้ยังไง ในเมื่อเธอคือคนที่เขาได้เจอมาเมื่อวานนี้ตอนขายยันต์ เธอคือหญิงสาวสวยที่มากับชายชราที่ซื้อยันต์จากเขาไป
เมื่อหลินเฉินมองเห็นเธอ เธอก็มองเห็นเขาเช่นเดียวกัน
ฉู่หว่านเอ๋อร์ที่มองเห็นหลินเฉินลุกขึ้นมายืน เธอคิดไม่ถึงเลยว่าการเจอกันครั้งที่สองกับผู้มีพระคุณตระกูลเธอ จะเป็นที่สถานีตำรวจแบบนี้
“พวกเราเจอกันอีกแล้ว” เธอพูด ใบหน้าแสดงออกมาถึงความเป็นมิตร
หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากพ่อของเธอ เธอก็ใช้ความพยายามไปเป็นจำนวนมาก เพื่อค้นหาที่อยู่ของหลินเฉิน
เมื่อพบเธอก็รีบไปในทันที แต่ไม่คาดฝันว่าพอไปถึงจะเห็นเขาถูกตำรวจพาขึ้นรถไปแล้ว เธอจึงได้แต่ตามมาที่สถานีตำรวจ
หลินเฉินสบตากับฉู่หว่านเอ๋อร์ ก่อนถามออกมาตรงๆ “คุณมีเป้าหมายอะไร?”
เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าฉู่หว่านเอ๋อร์จะช่วยเขาเฉยๆ โดยไม่หวังสิ่งใด ตามความคิดของเขา น่าจะเกี่ยวข้องกับยันต์รักษาและยันต์ป้องกันที่เขาขายให้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ฉู่หว่านเอ๋อร์ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่พริบตาเดียวก็คลายออกอย่างรวดเร็ว “เรื่องนี้ไว้พูดคุยกันทีหลัง ตอนนี้คุณตามฉันออกไปก่อนเถอะ”
หลินเฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับ
“ผู้กำกับจ้าว ขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของคุณ” ฉู่หว่านเอ๋อร์หันหน้าไปพูดกับจ้าวหย่ง
จ้าวหย่งยิ้ม พลางโบกมือ “แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นคุณหนูฉู่ ผมฝากความเคารพไปถึงท่านผู้เฒ่าฉู่ด้วย”
ฉู่หว่านเอ๋อร์พยักหน้า ก่อนจะพาหลินเฉินออกไปจากห้อง
จ้าวหย่งมองตามหลังคนทั้งสองออกไป พึมพำออกมา “หลินเฉินคนนี้เป็นใครกันแน่ คุณหนูฉู่ถึงกับออกหน้าให้ด้วยตัวเอง”
...
หลินเฉินในเวลานี้นั่งอยู่ภายในรถลีมูซีนราคาแพง ข้างๆ เขาเป็นฉู่หว่านเอ๋อร์นั่งอยู่
“ฉันฉู่หว่านเอ๋อร์ ยินดีที่ได้รู้จักคุณหลินเฉิน”
“ฉู่?” หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง ถ้าเขาจำไม่ผิด แซ่ฉู่ น่าจะเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ ถึงว่าล่ะทำไมผู้กำกับจ้าวคนนั้นถึงได้สุภาพกับเธอนัก
“ดูท่าคุณจะตรวจสอบผมมาเป็นอย่างดี” หลินเฉินพูด
ฉู่หว่านเอ๋อร์ยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมันคงจะดูไม่ดีแน่ ถ้าเธอตอบว่าใช่ ถึงความจริงมันจะเป็นอย่างที่หลินเฉินว่ามาก็เถอะ
“เรื่องนี้จะยังไงก็ช่างเถอะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า คุณช่วยผมมีจุดประสงค์อะไร?” หลินเฉินจ้องมองฉู่หว่านเอ๋อร์อย่างเรียบเฉย
ฉู่หว่านไม่คิดว่าหลินเฉินจะไม่สนใจความสวยของเธอเลยสักนิด แม้นั่งอยู่ต่อหน้า ท่าทีของเขาก็เฉยชาเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย
ต้องรู้ก่อนนะว่าภายในเซี่ยงไฮ้มีชายหนุ่มจำนวนมากไล่ตามเธอ แต่เธอแน่นอนว่าไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่เธอจะประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เธอควรพูดเรื่องคำคัญ ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของเธอก่อนจะดีกว่า
จบบทที่ 19