“เ้าหนุ่ม รีบถอยไป!”
ฉางขู่กงจื่อตวัดสายตามองอย่างล่วงรู้อันตราย เตรียมยกพัดตอบโต้
ทว่า พอกระบี่เข้ามาใกล้เต็มที จึงค่อยพบว่าทิศทางที่กระบี่พุ่งไปนั้นกลับไม่ใช่ตัวเขา หากแต่เป็อีกคนข้างกายเขา
"...!" จิตรกรหนุ่มเบี่ยงกายพริ้ว ยกปิ่นปักผมพู่กันในมือขึ้นต้านรับคมกระบี่อย่างพอดิบพอดีประหนึ่งเื่บังเอิญ ตามด้วยเคาะนิ้วกลางดีดปลายพู่กันเบา ๆ หนึ่งที ให้ด้ามพู่กันควงหมุนทวนกลับไปในทิศตรงกันข้ามครึ่งรอบ อาศัยแรงเหวี่ยงขณะด้ามพู่กันหมุน ช่วยดีดเบี่ยงรัศมีกระบี่ไปพ้นทาง จากนั้น หมุนปิ่นปักผมในมืออีกครึ่งรอบ ปักด้านแหลมของปลายปิ่น กลับคืนสู่มวยผมที่เดิมอย่างสงบนิ่ง รวมครบหนึ่งรอบไม่ขาดไม่เกิน
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างพลันสอดประสาน ตรงเข้ากดจุดเจียนจิ่ง*ของเ้าของกระบี่ สกัดหยุดการเคลื่อนไหวไว้ทันท่วงที โดยไม่ลืมที่จะลดมือลงสกัดจุดลูกสมุนพรรคใต้ดินที่ก้มหลบและโยนปัญหาใส่ตนด้วยอย่างว่องไวพร้อมเพรียงกันในคราเดียว
“เกือบไปแล้ว…” จิตรกรหนุ่มตบอกโล่งเบา ๆ
ฉางขู่หรี่ตามองทุกการกระทำของอีกฝ่าย แม้เหตุการณ์จะชวนให้เชื่อว่าเขาตอบสนองได้ทันโดยบังเอิญ แต่ย่อมไม่มีทางปักใจเชื่อได้โดยปราศจากความสงสัย ด้วยจิตรกรที่ถือแค่พู่กันหนึ่งด้าม จักสามารถหลบและเบี่ยงทิศทางกระบี่ได้แม่นยำดังคำนวณไว้อย่างเหลือเชื่อเช่นนี้ อีกทั้งเมื่อทบทวนความจำเมื่อครู่ ตนเหมือนทันสังเกตเห็นขณะที่อีกฝ่ายเคาะพู่กันเบา ๆ หนึ่งครั้ง หรือว่าตอนนั้นอีกฝ่ายใช้วรยุทธ์?
เพียงแต่ความวุ่นวายยังไม่ทันจบ ไม่ทิ้ง่เว้นว่างให้คิดอะไรต่อมากนัก ะเิมือของพรรคใต้ดินก็ลอยตามมาอีกระลอกหนึ่ง
ฉางขู่ยิ้มตื่นเต้น ดีที่ยังหลงเหลือตัวปัญหาให้เขาแสดงฝีมืออยู่บ้าง ไม่ต้องน้อยหน้าอีกฝ่าย!
“คอยดูข้า”
เขาวาดลีลาควงพัดอย่างมาดคุณชาย ชายเสื้ออาภรณ์เขียวสะบัดตามการเคลื่อนไหวอย่างสง่า สะบัดพัดส่งลมปราณโหมะเิทั้งหมดนั้นส่งออกไปอีกทิศทาง ไกลพ้นจากบริเวณรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คน ไม่นานเกินรอ ปรากฏเสียงะเิและควันพวยพุ่งลอยขึ้นจากการะเิในบริเวณห่างไกลดังกล่าว
พอจัดการะเิเรียบร้อยแล้ว เขาค่อยหมุนตัวเข้าประชิด จิ้มสกัดจุดมือปล่อยะเิสามคนต่อ ๆ กันบ้างด้วยใบหน้าระรื่น
“พวกเ้าหยุดก่อเื่เสียทีเถอะ”
ถึงจัดการไปบางส่วน แต่ก็ยังไม่ครบทั้งหมด แค่เผอิญว่าพรรคใต้ดินอีกสี่ห้าคนที่ตามมา ไม่ต้องให้จอมยุทธ์ชุดเขียวเช่นเขาต้องเปลืองแรงรับมือเองอีกต่อไป
เ้าของร้านข้างทางที่จิตรกรหนุ่มหยิบยืมเก้าอี้นั่งก่อนหน้านั้น เขาเพียงะโครั้งเดียวก็พาตนเองออกไปยืนเท้าสะเอวขวางทางพวกที่เหลือไว้เสียก่อน มือข้างซ้ายยกฝาหม้อไม้ขึ้น ใช้เพียงกำลังภายในโบกฝาก็พัดพวกมันกระเด็น ไล่ให้มาทางไหนก็ต้องกลับไปทางนั้น ดูท่าแล้ว เขาก็คงเป็ยอดฝีมือแฝงตัวเช่นกัน
“จะเลิกก่อกวนแถวร้านข้ากันรึยัง คนจะทำมาหากิน” เขาตบฝาหม้อไม้กับมืออีกข้าง ทำทีเตือนให้สงบศึกเสีย ไม่งั้นจะมีคนโดนฝาหม้อโบกหัวแทนเป็แน่
ั้แ่กุยเหอหยุดกระบี่ของศิษย์ฝ่ายคุณธรรมสองคน เขาก็ยังไม่ได้ลงมือต่อ ชัดเจนว่าไม่ได้้าต่อยตีเป็จริงเป็จัง เดิมทีชื่อเสียงเขาค่อนข้างดี ทั้งที่สังกัดพรรคใต้ดินแต่ก็ไม่ใช่คนชอบวิวาท ก่อนหน้าที่ออกโรงก็แค่คิดปกป้องลูกน้องเท่านั้น
เ้าของร้านจอมยุทธ์เห็นว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน จึงเดินมาช่วยกดคลายจุดศิษย์สำนักฝ่ายคุณธรรมที่ยังถือกระบี่ค้างเติ่งในมือ
ทันทีที่ขยับตัวได้ เขาก็ประสานมือคารวะ ศิษย์สำนักคุณธรรมทั้งคู่ยินยอมเก็บกระบี่เข้าฝักโดยดี ตระหนักได้ว่าพวกตนก็มีส่วนผสมโรงจนบานปลาย ทั้งสองฝ่ายสุดท้ายก็เป็อันแยกย้ายกันไป
ฉางขู่กงจื่อผิวปากตื่นเต้น แค่แวะเวียนมาเพียงไม่นาน กลับได้พบผู้มีฝีมือคนแล้วคนเล่า สมชื่อเส้นทางแห่งวีรบุรุษ ทั้งกุยเหอ และยอดฝีมือไม่ทราบนามผู้เป็เ้าของร้าน
เมืองผิงอันยามนี้ ไม่รู้ยังมีพยัคฆ์หมอบัซ่อนอีกมากเท่าไหร่
“เป็อย่างไร การยื่นมือเข้าช่วยคนของข้ายอดเยี่ยมพอหรือไม่~?”
รอยยิ้มแพรวพราวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉางขู่ เขาไม่เพียงพูด แต่ยังใช้จีบพัดดันเส้นผมที่พาดไหล่เพราะการขยับร่างกายก่อนหน้า ให้ปล่อยคืนสยายบนแผ่นหลังดังเดิม ท่วงท่าภูมิฐานเสมือนมิได้ผ่านการต่อสู้มาก่อน คงไว้ซึ่งสง่าราศีของคุณชายผู้สูงศักดิ์มิผิดเพี้ยน
น่าเสียดายยิ่ง พอหันกลับมา คนที่เขาปรารถนาจะให้ชื่นชมความองอาจของตนเมื่อครู่ กลับหายไปจากที่ตรงนั้นเสียแล้ว
_______________________