“มากินข้าวกันได้แล้ว”
เสียงของนิภัศดา พี่สาวคนโตร้องะโบอกแก่ทุกๆ คนให้รับทราบ ระหว่างที่ถือชามอาหารมาวางลงบนโต๊ะ ซึ่งหนึ่งในทุกๆ คนนั้น ก็รวมไปถึงวริทธิ์นันท์ด้วยนั้นเอง ในวันนี้พี่สาวคนโตของเธอ อาสาทำอาหารที่วริทธิ์นันท์อยากจะทาน ด้วยตัวเองเลย เพราะเห็นว่านานๆ จะกลับมาบ้านสักที
เด็กเล็กๆ สี่คน ซึ่งละคนนั้นอายุลดหลั่นกันตามลำดับ ั้แ่ สิบปี แปดปี สี่ปี และสองขวบ ต่างพากันวิ่งหน้าตั้งไปยังโต๊ะอาหาร โดยผู้ใหญ่ก็ต่างเดินไป นั่งล้อมวงรับประทานอาหารที่โต๊ะอาหาร วันนี้เป็วันที่ได้นั่งทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา และต่างพูดคุยสรวลเสเฮฮา กันอย่างสนุกสนานและมีความสุข
“เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่มาที่บ้านเรา ให้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยล่ะ อย่าไปไหน”
ทองก้อน ผู้ได้ชื่อว่าเป็ประมุขของบ้านในเวลานี้ พูดสั่งแก่ลูกๆ หลานๆ และลูกเขย ให้รับรู้รับทราบกันถ้วนทั่ว เพื่อจะได้ช่วยกันดูแลต้อนรับแขกที่จะมาเยือนในวันพรุ่งนี้ ซึ่งพอวริทธิ์นันท์ได้ยินว่าจะมีแขกมาบ้าน ก็ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากันอย่างสงสัย
“ใครจะมาหรือแม่!!??.....”
วริทธิ์นันท์ไม่ปล่อยให้เกิดความสงสัยอยู่นาน หันมาถามไถ่เอาความกับมารดาทันที อย่างใคร่รู้เป็อย่างยิ่ง คือการที่มารดาพูดสั่งออกมาอย่างนี้ ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนในวันพรุ่งนี้ คงจะต้องสลักสำคัญเอามากๆ อย่างแน่นอนเลยทีเดียว ไม่อย่างงั้นมารดาไม่สั่งกับทุกคนขนาดนี้หรอก
“ก็พ่อดนกับพ่อของเขาแล้วก็มีผู้เฒ่าผู้แก่ด้วย จะมาสู่ขอสาวให้พ่อดลเขา เราเป็เ้าของบ้านก็ต้องต้อนรับขับสู้พวกเขาเป็อย่างนี้สิ”
ทองก้อนพูดแบบไม่มีทีท่าเดือดเนื้อร้อนใจ ตรงกันข้าม ใบหน้านั้นแสดงออกถึงความยินดีปรีดาเป็อย่างมาก แต่ในการพูดอย่างนั้น ก็ทำให้วริทธิ์นันท์สงสัยหนักเข้าไปใหญ่ จนคิ้วโก้งโค้งคู่สวยแทบจะติดกันเลยก็ว่าได้ ส่วนพี่สาวและพี่เขยของเธอนั้นไม่ได้มีทีท่าแปลกใจกันเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะรู้อยู่ก่อนแล้วนั้นเอง
“มาขอสาว!!??.... ขอสาวบ้านไหน? แล้วทำไมเราจะต้องต้อนรับขับสู้พวกเขาซะขนาดนั้น พวกเขาไม่ได้มาขอสาวบ้านเราสักหน่อยไม่ใช่หรือ เพราะบ้านเราไม่มีสาวคนไหนให้ขอแล้วอ่ะ”
วริทธิ์นันท์เอ่ยถามออกมาอย่างยากที่จะเข้าใจ ว่าทำไมมารดาจะต้องมาคอยต้อนรับขับสู้พวกที่จะมากันพรุ่งนี้ด้วย เพราะพวกเขาก็ไม่ได้มาทำธุระปะปังที่บ้านนี้สักหน่อย ไปขอสาวบ้านไหน บ้านนั้นก็ควรจะต้องเป็ผู้ต้อนรับขับสู้สิ จะมาให้คนอื่นต้อนรับขับสู้ให้ได้ยังไงกัน
“ใครว่าสาวบ้านนี้ไม่มีให้ขอล่ะ ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ยังเป็โสด นั่งหัวโด่อยู่นั้นไง”
สุนันตราพูดขึ้นมา พร้อมกับทำปากยื่นปากยาวทางที่วริทธิ์นันท์ อย่างเป็การบอกให้รู้ด้วยการกระทำว่า จะว่าบ้านนี้ไม่มีสาวให้ขออีกได้ยังไง ก็มีวริทธิ์นันท์นั้นไง ที่ยังโสดและไม่มีแฟนเป็ตัวเป็ตนอยู่นี่ไงล่ะ
“.........”
วริทธิ์นันท์ให้รู้สึกเหมือนมีกลิ่นไม่ดี ทะแม่งๆ ยังไงแปลก เธอจึงหันไปจ้องมอง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัย ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็มารดาบังเกิดเกล้า อย่างตั้งอกตั้งใจ และรอคำตอบที่จะพูดบอกออกมา แทบลืมหายใจเลยก็ว่าได้
“แม่ก็บอกน้องมันไปเลยสิ จะมัวให้มันอย่างรู้อยู่อย่างนี้ทำไมนักหนา เดี๋ยวมันก็อกแตกตายกันพอดีหรอกนั่น”
นิภัศดาเองที่อดรนทนไม่ไหว และคันปากอย่างจะพูดบอกเต็มแก่แล้ว แต่ก็พูดออกมาไม่ได้ เพราะมารดาสั่งเอาไว้ว่า เดี๋ยวจะพูดบอกวริทธิ์นันท์เอง จึงทำให้ทุกทั่วตัวคน จำต้องปิดปากเงียบอยู่อย่างนี้
“เออๆ จะเร่งอะไรกันนักหนานะเนี้ย!!...... คือที่พวกเขามาที่นี่ ก็เพราะจะมาสู่ขอแกนั่นแหละ!!!!”
“สู่ขอนันท์ อย่างงั้นเหรอ!!!!......”
เสียงพูดของทองก้อนดังกึกก้อง อยู่ในโน๊ตประสาทของวริทธิ์นันท์ ทำให้หญิงสาวเบิกตากว้าง ใ นิ่งอึ้ง เป็เลยชั่วขณะหนึ่ง เพราะไม่คาดคิดว่ามารดาเธอจะทำอย่างงี้ ไม่พูดเกริ่นบอกอะไรให้รับรู้รับทราบ ไม่ถามความคิดเห็น ว่าเธอจะยอมหรือไม่ยอม เหมือนมัดมือชกกันซะอย่างนั้น
๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔
เอาล่ะสินันท์ถูกจับคลุมถุงชนเข้าให้แล้ว นันท์จะทำยังละเนี้ย ติดตามกันในตอนต่อไปนะคะ......... ^_^