ตอนที่สี่
โรงเลี้ยงม้าของราชวงศ์
หลิงเฉินออกไปทำงานที่โรงเลี้ยงม้าของราชวงศ์ตามปกติ อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ยังอยู่ในฐานะทาสของราชวงศ์ถ้าไม่ได้ไปทำงานคงจะถูกเฆี่ยนตีจนร่างกายเต็มไปด้วยาแ ตอนนี้เขายังแข็งแกร่งไม่พอจะสามารถต่อต้านได้ รอให้เขาแข็งแกร่งพอจะสู้คนได้ก็เถอะเขาจะไม่ยอมมาทำงานเช่นนี้อย่างแน่นอน
คนเลี้ยงม้าของราชวงศ์มีหน้าที่คือการดูแลและเลี้ยงม้าของราชวงศ์ั้แ่การหาอาหารการทำความสะอาดคอกม้าและอีกหลายๆอย่าง โดยหลิงเฉินนั้นถูกใช้งานให้มาเป็คนทำความสะอาดคอกม้าในทุกๆวัน
จักรพรรดิอักขระเช่นเขาต้องมาทำอันใดเช่นนี้ถ้าผู้ที่ยกย่องเขาในอดีตรู้เข้าคงจะหัวเราะจนฟันหลุดเป็แน่ หลิงเฉินที่กำลังทำความสะอาดคอกม้าของราชวงศ์ที่มีความกว้างมากกว่าคอกม้าเก่าๆที่เขาใช้นอนตั้งหลายเท่าแถมมันยังมีสภาพดีและดูสะอาดสะอ้าน
อย่างว่าแต่คอกม้าเลยแม้แต่อาหารการกินและที่เป็อยู่ม้าพวกนี้มันกินดีอยู่ดีกว่าเขาเสียอีก เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลิงเฉินถึงกับกัดฟันแน่นภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อ์ แต่ทำเช่นไรได้เล่าตอนนี้เขาก็ได้แต่ก้มหน้าก้มหน้าทำไปก่อนรอเขาฝึกปรือพลังิญญาในอยู่ระดับเดิมก่อนเถอะ…
หลังจากทำความสะอาดคอกม้ามาครึ่งวันตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หลายทาสทุกวันรอคอย นั้นคืออาหารกลางวันอย่างไรเล่า
ผู้ใดว่าทำงานในรั้วในวังแล้วเท่ากับสบายราวกับขึ้น์ จริงอยู่นั้นมันสำหรับพวกนางในหรือพวกขุนนางเท่านั้น แต่สำหรับทาสเช่นหลิงเฉินแล้วมันก็ต่างอันใดกับด้านนอกสักเท่าไหร่
อาหารกลางวันของเหล่าทาสโรงเลี้ยงม้ามีเพียงข้าวร้อนๆที่โรยเกลือเพื่อเพิ่มรสเท่านั้น ในมื้ออาหารกลางวันเหล่าทาสทุกคนต่างรวมตัวกินข้าวพวกนั้นอย่างหิวโหยผิดกับหลิงเฉินที่แยกตัวออกมานั่งกินคนเดียวด้านนอก
หลิงเฉินนั่งกินข้าวเปล่าในมืออย่างช้าๆเขามิได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา อย่างไรเสียมันก็คือข้าวจะบอกว่าอร่อยก็ไม่ได้แต่ว่าจะพูดว่าไม่อร่อยก็มิได้อีก หลิงเฉินเลยนั่งกินมันอย่างเรียบเฉยเรื่อยๆ
ในขนาดที่กำลังนั่งกินข้าวในมืออยู่นั้นเองมีชายชราผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาหาหลิงเฉินหลังจากที่เขาสังเกตุเห็นเด็กหนุ่มผมสีดำผู้นี้แยกออกมานั่งคนเดียว
“ เ้าหนูหลิงเฉินเหตุใดถึงออกมานั่งคนเดียวเช่นนี้ ”
หลิงเฉินหันมองร่างของชายชราคนนั้นที่เข้ามาทักทาย ชายชราวัยประมาณหกสิบปีที่มีผมสีขาวโพลนหลังค่อมลงมาเล็กน้อยและมีใบหน้าอันแสนอบอุ่น
ถ้าเขาจำไม่ผิดชายผู้นี้คือตาเฒ่ามู่ เขาเป็คนที่เป็หัวหน้าของเหล่าทาสที่ดูแลคอกม้าแห่งนี้ จะพูดง่ายไปก็คือเขาเป็หัวหน้าของข้า..
“ ท่านตามู่… ” เด็กหนุ่มร้องเรียกกลับไปอย่างเป็มิตร อย่างไรเสียตาเฒ่ามู่คนนี้ก็เป็คนดีน่าคบหาด้วยเขาควรจะผูกมิตรเอาไว้เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ
ท่านตามู่ลงนั่งที่ข้างกายของเด็กหนุ่ม
“ เ้าเป็อันใดถึงออกมานั่งด้านนอกคนเดียวเช่นนี้ ” ชายชราร้องถาม
“ มิมีอันใดหรอกขอรับข้าแค่อยากหาที่สงบๆนั่งพักเท่านั้น ” หลิงเฉินตอบกลับไปตามความจริง
“ จริงสิขอรับท่านตาท่านช่วยเล่าเื่ของราชวงศ์ิให้ข้าได้ฟังหน่อยได้หรือไม่ขอรับ… ”
หลิงเฉินแสดงความอยากรู้อยากเห็นออกมาอย่างออกนอกหน้า สถานที่ที่เขาอยู่คือแคว้นิปกครองโดยราชวงศ์ิ ั้แ่ในยุคสมัยที่เขาจากมาตอนนั้นแผ่นดินถูกปกครองโดยราชวงศ์ิจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็ราชวงศ์ิ สมัยเขาแคว้นิถูกปกครองโดยจักรพรรดิที่ชื่อว่า ิหวังเซียน จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามันถูกเปลี่ยนไปกี่รุ่นแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลิงเฉินก็อดฉีกยิ้มออกมามิได้ เพราะว่าเขาและหวังเซียนก็รู้จักกันพอสมควรแต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วหลิงเฉินรู้จากกับราชวงศ์ิมาั้แ่ก่อนหน้าของิหวังเซียนเสียอีก เพราะว่าเขาสามารถสลักอักขระอายุยืนยาวได้่ชีวิตของเขาจึงมากกว่าคนปกติทั่วไป
เมื่อเปรียบเทียบดีๆิหวังเซียนนั้นก็เป็คนรุ่นหลานของเขา ตอนนี้หลิงเฉินเลยอยากรู้เกี่ยวกับราชวงศ์ิในตอนนี้มากกว่าว่าเป็เช่นไหร่ เพราะอย่างไรเสียเวลามันก็ผ่านมาตั้งห้าร้อยปีแล้วระบบของราชวงศ์ิก็คงเปลี่ยนไปบ้างไม่มากก็น้อย ขนาดทางเดินภายในวังหลวงแห่งนี้ยังเปลี่ยนไปจนเขาแทบจะจำไม่ได้เลย
ตาเฒ่ามู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเหตุใดเด็กน้อยผู้นี้ถึงถามเขามาเช่นนี้ เพราะว่าหลิงเฉินก็อยู่ในวังหลวงแห่งนี้มานานพอสมควรแล้วเหตุใดต้องมาถามเื่ที่รู้ดีอยู่แล้วกับเขาด้วย
“ เป็อันใดของเ้าน่ะเ้าหนูหลิงเฉิน ” ตาเฒ่ามู่ถามพลันขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“ ข้าแค่อยากรู้เื่เกี่ยวกับราชวงศ์ิเพิ่มเพื่อเป็คนรู้น่ะขอรับ เลยอย่างให้ท่านตาเล่าให้ข้าฟังหน่อย ” หลิงเฉินโกหกไปอย่างไหลลื่น เขาแกล้งทำหน้าตา สนอกสนใจเพื่อความแนบเนียบ
ตาเฒ่ามู่เมื่อเห็นเด็กน้อยนี่ทำหน้าตาสงสัยเขาเลยคายความสงสัยเพื่อว่าหลิงเฉินอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากให้คงไม่แปลกที่เขาจะทำท่าทางอยากรู้อยากเห็นเช่นนี้
“ งั้นข้าจะเล่าให้ฟังก็ได้ ตอนนี้แคว้นิของพวกเราถูกปกครองด้วยองค์จักรพรรดิ ิเหยียน โดยองค์จักรพรรดินั้นมีองค์ชายและองค์หญิงที่เป็ผู้สืบทอดบัลลังก์หลายองค์ ”
“ คนแรกคือ องค์ชายใหญ่ ิเหอหลิง และองค์ชายรอง ิลู่ ทั้งสององค์คือผู้ที่น่าจะมีโอกาสขึ้นเป็จักรพรรดิมากที่สุด และยังมีองค์หญิงอีกถึงห้าคน ”
“ องค์หญิงหรือขอรับ… ” หลิงเฉินร้องถามขึ้นมาหลังจากได้ยินความว่าจักรพรรดิองค์ปัจจุบันของแคว้นิมีบุตรสาวถึงห้าคน
“ ใช่!!! เ้ามีอันใดหรือ… ”
“ งดงามหรือไม่ขอรับ ” หลิงเฉินถามพร้อมฉีกยิ้มที่มุมปากด้วยความสนใจ
“ เ้าพูดอันใดน่ะเป็ถึงองค์หญิงก็ต้องงดงามสิ ”
หลิงเฉินรู้อยู่แล้วว่าเหล่าบรรดาองค์หญิงต้องงดงามเพราะว่าในยุคสมัยที่เขาจากมาพวกบรรดาองค์หญิงหรือเชื้อพระวงศ์ของแคว้นิต่างมีรูปร่างหน้าตางดงามกริยามารยาทก็ต่างเป็เลิศ
เด็กหนุ่มฉีกยิ้มออกมาพลางกับยกมือของตนเองขึ้นมาลูบที่ปลายคาง ตาเฒ่ามู่มองเด็กหนุ่มหลิงเฉินด้วยความประหลาดใจ เ้าหนุ่มนี้แปลกคนจริงๆ!!!!
จบบท