โมนิคยืนจ้องหน้าอธิปด้วยความคาดไม่ถึงตอนนี้ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันหน้าบ้านของอธิปตามเวลาที่นัดหมายไว้เมื่อคืนนี้
เธอมาตามโลเกชั่นที่น้ำหนึ่งส่งให้คนที่มาเปิดประตูคืออธิป ทำให้เธอรู้สึกว่าหลังจากนี้ชีวิตเธอคงไม่สงบสุขเป็แน่
“เข้ามาก่อนสิ” เขาบอกเธอเสียงเรียบแล้วช่วยลากกระเป๋าเดินทางของเธอเข้าไปในบ้านของเขา
“คุณพักกับเ้าของร้านเหรอ” เธอถามเขาตรงๆขณะที่เดินตามหลังเขาเข้าไปในบ้าน
“เปล่า ผมพักที่นี่คนเดียว”
“อ้าว บ้านพักพนักงานนะสิแต่ทำไมอยู่คนเดียวล่ะ”
“พูดไทยก็ชัดคุณคงจะรู้นะว่าพูดกับคนที่มีอายุมากกว่าควรมีหางเสียงที่สุภาพกว่านี้” อธิปดุเธอทำให้โมนิคหน้างอเล็กน้อย
เขาวางกระเป๋าไว้ในห้องรับแขก แล้วผายมือเชิญเธอนั่งลงทำความเข้าใจกับเขา
“ผมชื่ออธิป เป็เ้าของบ้านหลังนี้และเป็เ้าของร้านอาหาร PITA”
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอจ้องมองที่ใบหน้าของเขาพลางคิดในหัวว่ามันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เธอมาอยู่ที่นี่กับเขา
‘ชื่อร้านอาหาร มาจากชื่อของเขาที่เขียนกลับหลังสินะ’ เธอนึกในใจ
“ฉันโมนิก้า คุณเรียกฉันว่าโมนิคก็ได้..ค่ะ”เธอบอกเขาแล้วรีบต่อคำลงท้ายให้ดูสุภาพ
ไม่ให้เขาต้องแดกดันว่าครอบครัวเธอไม่ได้สอนในเื่นี้
“ขอต้อนรับสู่บ้านของผม โมนิค” เขาพูดตามมารยาท
“วันนี้ไม่เข้าร้านเหรอ..คะ” เธอถามเขา
“ปกติเข้าไปเตรียมของแต่เช้าแต่วันนี้ผมต้องพาคุณไปแจ้งเข้าบ้านผมตามระเบียบเมื่อมีคนต่างชาติมาพักด้วย”เขาพูดเป็นัยว่าเพราะการมาของเธอนั้นทำให้เขายุ่งยาก
‘ตายล่ะ ถ้าเขารู้ว่าเรานามสกุลแมนเชสเขาต้องสงสัยแน่ว่าเราเป็แมนเชส แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้ารู้ว่าเราคือแมนเชส นักชิมและรีวิวอาหารชื่อดังเขาคงปฏิบัติกับเราดีกว่านี้’ เธอนึกกังวลในตอนแรกแต่ก็คิดในแง่ดีว่าทุกอย่างอาจดีขึ้นถ้าเขารู้ความจริง
“เอาของไปเก็บสิ ห้องของคุณชั้นสอง ห้องแรกด้านซ้ายมือแล้วเอาพาสปอร์ตกับเอกสารสำคัญต่างๆ ลงมาหาผมที่นี่ ผมจะพาไปจัดการแจ้งเข้าให้เรียบร้อย”
“ค่ะ”เธอรับปากเขาแล้วนึกขัดใจที่เขาไม่ช่วยยกกระเป๋าเธอขึ้นไปยังชั้นสองช่วย ทั้งๆที่ตอนแรกก็ช่วยเธอยกมันเข้ามา
‘ที่มัมเคยบอกว่า ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ มันเป็แบบนี้เองสินะ’เธอนึกในใจแล้วได้แต่ปลง
**********************
หลังจากทำเื่แจ้งย้ายเข้าชาวต่างชาติมาอยู่ในบ้านด้วยแล้วอธิปก็ดูเงียบไป โมนิคสงสัยว่าเขาคงเกรงใจเมื่อรู้ว่าเธอคือใครจึงเริ่มพูดจาทดสอบเขาดู
“ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันแค่อาศัยคุณอยู่ไม่ใช่ว่าจะไปกินข้าวที่ร้านคุณฟรีๆ ทุกมื้ออะไรอย่างนั้น ค่าน้ำกับค่าไฟฉันก็จะช่วยแต่อาหารที่ให้ฉันรีวิว ฉันขอสุ่มเลือกวันเองนะฉันไม่ชอบอะไรที่เตรียมไว้เป็พิเศษ”
“เดี๋ยวนะ ใครจะให้คุณรีวิว”อธิปพูดด้วยน้ำเสียงที่ขัดใจ
“อ้าว ก็....”
“นามสกุลแมนเชสเหมือนกัน ก็ไม่ใช่ว่าผมจะยอมให้คุณมารีวิวแบบขอไปทีได้นะการที่ผมให้คุณมาชิมอาหารที่ร้านเรา และช่วยพูดกับแมนเชสให้เรา้าแมนเชสมารีวิว เขาอาจจะเป็พ่อของคุณหรือเกี่ยวดองกันยังไงผมไม่ทราบอาหารของผมเขาต้องมาชิมและรีวิวด้วยตัวเองเท่านั้น”
คำพูดของอธิปทำให้โมนิครู้ว่าเขายังคิดว่าเธอเป็เด็กน้อยอมมืออยู่เช่นเคยแล้วยังโมเมไปเองว่าแมนเชสคือพ่อของเธอแทน
“เชฟทุกคนก็มีศักดิ์ศรีนะคนที่รีวิวอาหารต้องเป็คนที่ชิมมันเท่านั้น ไม่ใช่คุณชิมแล้วส่งข้อมูลผิดๆไปให้พ่อคุณรีวิว”
โมนิคเข้าใจความหมายของเขาที่อยากสื่อว่าเขาเป็เชฟทำอาหาร อยากให้คนที่รีวิวเป็คนที่ได้ชิมอาหารของเขาจริงๆแต่เธอก็อดไม่พอใจไม่ได้กับการที่โดนเขาแขวะว่าเธอนั้นฝีมืออ่อนด้อยไม่มีทักษะการชิมอะไรทำนองนั้น
“แต่ถ้าฉันรีวิวเร็วร้านของคุณก็จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นไว ไม่ใช่เหรอคะ” เธอพูดกวนโมโหเขาไม่ได้บอกว่าตัวเองคือแมนเชสที่เป็นักชิมอาหารที่ใครๆ ก็อยากให้ไปชิมและรีวิว
“คุณต้องเรียนรู้อีกมาก โมนิค” เขาพูดนิ่มๆแต่ว่าทำให้เธอรู้สึกเจ็บจี๊ดเป็อย่างมากกับความนัยที่แฝงจิกกัดความสามารถของเธอไม่หยุด
เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาแล้วอายุยี่สิบต้นๆ สำหรับคนที่นี่คงยังไม่มีประสบการณ์แต่เขาลืมไปว่าเธอเกิดและโตที่ต่างประเทศ คุณภาพการศึกษาและการใช้ชีวิตเธอนั้นแตกต่างจากคนที่นี่เป็อย่างมากก็ไม่แปลกหากเขาจะคิดว่าอายุเท่าเธอจะทำอะไรได้หรือไม่ได้
**********************
น้ำหนึ่งมองโมนิคด้วยความอิจฉาที่เธอมีโอกาสใกล้ชิดกับอธิปอย่างที่ตนเองไม่เคยได้รับมาก่อนแต่รู้ว่าการที่อธิปตัดสินใจให้เธอไปอยู่ด้วยนั้นก็เพื่อจับตามองโมนิคอย่างใกล้ชิดดั่งคำพูดที่ว่าเอาศัตรูไว้ใกล้ตัว
โมนิคไม่ได้เข้าไปวุ่นวายในครัวเธอเดินไปถ่ายรูปรอบๆ ร้าน แล้วสั่งอาหารมาสองอย่างเพื่อที่จะทดสอบรสชาติอาหาร
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ได้ขอกินฟรี”เธอบอกกุ้งนางที่ทำหน้าลังเลตอนที่เธอสั่งอาหาร
หลังจากนั้นไม่นานกุ้งนางก็ยกอาหารมาเสิร์ฟใน่เวลาสิบเอ็ดโมงยังไม่มีลูกค้ามากนัก อธิปจึงเดินออกมานั่งกับเธอเพื่อที่จะหยั่งความรู้ของเธอเื่อาหาร
“ต้มยำกุ้ง กับ ไข่เจียว เข้าใจเลือกนี่” เขานั่งลงตรงข้ามเธอแล้วมองหน้าเธอเป็นัยว่าให้เธอลองวิจารณ์อาหารของเขาดู
โมนิคตักต้มยำกุ้งชิมน้ำซุปต้มยำแล้วทำตาเป็ประกาย
“น้ำซุปข้น แต่ไม่ใช่นมหรือกะทิคาดว่าจะเป็มันกุ้ง กลิ่นกุ้งแม่น้ำและมันกุ้งเด่นเตะจมูก มีรสเปรี้ยวนำเผ็ดนิดๆมีความมันๆ ที่ไม่แน่ชัดว่ามาจากไหน ทั้งๆ ที่ไม่มีกะทิ มันคืออะไรคะ”เธอพูดถึงส่วนประกอบเท่าที่พอนึกได้แล้วถามเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เธอไม่รู้แต่เท่านั้นก็ทำให้อธิปประหลาดใจมากพอแล้ว
“ยอดมะพร้าวอ่อน มันจะทำให้น้ำซุปหวานมัน”เขาบอกเธอทั้งๆ ที่จริงแล้วไม่ต้องบอกด้วยซ้ำ
“ฉันไม่เคยทานยอดมะพร้าวอ่อนในต้มยำกุ้งมาก่อนเลย”
เธอทำตาโตอย่างมีความสุขอาการเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกดีใจมาก เมื่อมีคนที่ชอบอาหารของเขาจริงๆ
“ไข่เจียวนี่นุ่มฟู ไม่อมน้ำมันสีเหลืองแบบนี้ฉันคิดว่าน่าจะเป็ไข่เป็ดปรุงรสด้วยน้ำปลาและอะไรสักอย่างที่ทำให้ไข่เจียวนุ่มฟู แต่ไม่ใช่นม”เธอวิเคราะห์ออกมาแล้วมองหน้าเขาเพื่อขอคำตอบ
“บีบมะนาวใส่ ทำให้ไข่นุ่มฟูปรุงรสด้วยน้ำปลาจากปลาไส้ตันที่เราสั่งซื้อเป็พิเศษ”
เขาดีใจที่อาหารของตนมีคนชื่นชอบจนตาเป็ประกายแบบนี้และเธอยังเดาส่วนประกอบได้ใกล้เคียงมาก จนทำให้เขามองเธอเปลี่ยนไป
“เก่งเหมือนกันนี่” เขาพูดลอยๆแล้วลุกเดินกลับไปที่ครัว
โมนิคอมยิ้มที่เขานั้นเห็นฝีมือในการชิมอาหารของเธอแล้วเอ่ยชมเธอออกมาอย่างนั้น
‘เชฟพิทบูลนี่ เอาจริงๆก็ดูเป็คนดีเหมือนกันแฮะ’
**********************