หลังจากพักผ่อนกันแบบเต็มที่ในที่สุดทุกคนก็กลับมาออนไลน์อย่างสดใสและกระตือรือร้นัคำรามดูจะมีความสุขกว่าใครเพื่อนเพราะอาวุธและอุปกรณ์ที่เขาขายออกไปนั้นมีมูลค่ารวมๆแล้วเกือบห้าแสนเครดิตแม้จะหารกันแล้วก็ยังได้คนละเกือบแสน เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะสามารถหาเงินได้จากเกมมากมายขนาดนี้โดยที่ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับกิลด์ใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ไม่สิต่อให้เข้าไปอยู่ในกิลด์ดาบแห่งโลกาเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้แน่สิ่งที่เขาอาจจะได้รับก็คงเป็เงินเดือนที่มั่นคงและสูงกว่าพนักงานบริษัทขั้นหนึ่งถ้ามีความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมก็อาจจะได้เงินอัดฉีดและการสนับสนุนด้านอุปกรณ์บางอย่างแต่เทียบกันแล้วมันก็สู้กับที่เขาได้รับจากกลุ่มเล็กๆกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ดี
หลังจากโอนเงินให้กับทุกคนในกลุ่มแล้วฟ้าใสก็รีบหันมาถามพี่ชายของเธอด้วยความตื่นเต้น“พี่ชายคะหลังจากนี้ไปพวกเราจะทำอะไรกันต่อ จะไปล่าบอสเพิ่มอีกหรือเปล่าคะ”
กระต่ายหมายจันทร์ถูมืออย่างมาดมั่นเช่นกัน“นั่นสิระดับของผู้เล่นบางคนแซงหน้าพวกเราไปแล้ว ต้องรีบไปทวงบัลลังก์คืนแล้วละ”
เมฆครามยิ้มก่อนจะส่ายหน้าทำลายความฝันของเพื่อนๆ“ยังก่อนวันนี้พวกเราจะเข้าไปในหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์กัน! แน่นอนว่าก่อนที่จะถึงตอนนั้นฉันจะติวเข้มให้ทุกคนเพื่อให้แต่ละคนมีโอกาสผ่านการทดสอบมากขึ้น”
“หอคอยแห่งเผ่าพันธุ์เหรอได้ข่าวว่ามีบางคนได้ทดลองแล้ว ขนาดความยากระดับ B ยังมีอัตราผ่านแค่ 20% เท่านั้นเอง ความยากระดับ A จนถึงตอนนี้นอกจากบางคนที่เข้าไปทดลองแล้วก็ยังไม่มีใครผ่านการทดสอบเลยสักคน”ัคำรามขมวดคิ้วอย่างเคร่งขรึมเขาติดต่อค้าขายกับคนจำนวนมากจึงได้รู้ข้อมูลส่วนนี้มาบ้าง
“อัตราการผ่านไม่สามารถวัดได้โดยตรงแบบนั้นเพราะมันขึ้นอยู่กับศักยภาพเฉพาะตัวของผู้เล่นเป็หลัก ไม่ต้องกังวลไปหรอกถือเสียว่าทดลองดูก็ได้ ตราบใดที่ทุกคนสามารถผ่านการทดสอบของฉันได้โอกาสที่จะผ่านการทดสอบในหอคอยระดับA ก็ไม่ถือว่ายากจนเกินไปแล้ว”
“พี่เมฆจะให้พวกเราฝึกยังไงคะ”หลินหลินรีบเอ่ยถามออกมาทันทีเธอรู้สึกว่าเมฆครามมีความเข้าใจเกี่ยวกับหอคอยแห่งเผ่าพันธุ์ลึกซึ้งกว่าคนทั่วไปมาก
เมฆครามยิ้ม“ไปที่ลานประลองกัน”
ทุกคนหันมาสบตากันด้วยความตกตะลึงเมฆครามไม่ได้ตอบคำถามอะไรอีกและเดินนำทุกคนไปยังลานประลองของเมือง ลานประลองนั้นมีทั้งลานแบบสาธารณะและแบบส่วนตัวแน่นอนว่าเมฆครามพาทุกคนเข้าสู่ลานประลองแบบส่วนตัวที่สามารถกำหนดสิ่งต่างๆในระบบลานประลองได้
บนลานประลอง เมฆครามยืนอยู่ตรงข้ามกับคนทั้งสี่ “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทดสอบมีอยู่สามอย่างหนึ่งก็คืออัตราตอบสนองคลื่นสมอง สองก็คือการควบคุมที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำ สุดท้ายก็คือสติที่สามารถรับมือและวิเคราะห์ทุกอย่างโดยไม่ผิดพลาดโดยพื้นฐานแล้วคนที่มีคุณสมบัติสามอย่างนี้ในระดับมาตรฐานจะสามารถผ่านการทดสอบระดับB ได้อย่างแน่นอนถ้ามีคุณสมบัติระดับดีก็จะมีโอกาสผ่านการทดสอบระดับ A และถ้ามีคุณสมบัติยอดเยี่ยมถึงจะมีโอกาสผ่านความยากระดับS”
“ความยากระดับ S!?” ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตระหนก ถึงจะมีข้อมูลว่ามีความยากระดับนี้อยู่ด้วยแต่ก็ยังไม่มีใครเคยเข้าร่วมการทดสอบมาก่อนแค่คิดถึงความยากของระดับ A พวกเขาก็ไม่แน่ใจแล้วว่าจะสามารถผ่านได้หรือเปล่ายิ่งไม่ต้องพูดถึงความยากระดับ S เลย
“หรือว่านายคิดจะทดสอบระดับ S?” กระต่ายหมายจันทร์อุทาน
เมฆครามยิ้ม “แน่นอน รางวัลของการทดสอบสามารถรับได้เพียงรอบเดียวถึงระดับ S จะยากอย่างมากแต่รางวัลของมันย่อมดีกว่าระดับอื่นๆมากหลายเท่าอย่างแน่นอน มันจะเป็ตัวช่วยในความได้เปรียบระยะยาวที่ไม่สามารถหามาทดแทนทีหลังได้”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะทดสอบความยากระดับ S เหมือนกัน” ฟ้าใสเอ่ยด้วยเสียงตื่นเต้นเธอไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่หวาดกลัวและวิตกกังวลกับเื่เหล่านี้สำหรับเธอแล้วก็แค่อยากจะเล่นเกมร่วมกับพี่ชายอย่างมีความสุขเท่านั้นเอง
เมฆครามพยักหน้า “ถ้าอยากทดลองดูก็ได้ ถึงจะล้มเหลวแต่ก็ยังสามารถเข้ารับการทดสอบใหม่ได้ในอีกเจ็ดวันบางทีถ้าได้ลองดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสทำสำเร็จในครั้งหน้าก็ได้นะ”
กระต่ายหมายจันทร์และคนอื่นๆสบตากันในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะลองทดสอบความยากระดับS เช่นกัน
“เอาละวิธีที่จะฝึกคุณสมบัติทั้งสามได้ดีที่สุดก็คือการต่อสู้! เพื่อที่จะคุ้นชินและทำความเข้าใจในความสามารถของตนเองเป็อย่างดีโจทย์ของพวกเธอก็คือเอาชนะฉันให้ได้ในการประลอง”
“หา!?”กระต่ายหมายจันทร์ทำหน้าเหวอ เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าผู้เล่นคนไหนจะสามารถเอาชนะเมฆครามได้ในการประลอง
“อย่าเข้าใจผิดไป ฉันไม่ได้จะประลองเดี่ยวแต่จะให้ทั้งสี่คนรุมฉันต่างหาก”
“เฮ้ นายมั่นใจในตัวเองเกินไปหน่อยหรือเปล่าถึงนายจะเก่งมากแต่ถ้าพวกเราสี่คนร่วมมือกันนายก็รับมือไม่ไหวหรอก พวกเราไม่ใช่สมาชิกกิลด์ดาบแห่งโลกาพวกนั้นนะ”ัคำรามเอ่ยท้วง
เมฆครามหัวเราะ “เื่แบบนี้ไม่ลองดูก็ไม่รู้หรอกเอาละฉันจะปรับแผนที่เพื่อให้มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนของทุกคนมากขึ้น อย่าประมาทเพียงเพราะว่าศัตรูมีคนเดียวละถ้าพวกเธอสามารถฆ่าฉันได้ก็จะถือว่าสอบผ่าน”
แผนที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ป่าโปร่งเมฆครามกำหนดให้การประลองเริ่มขึ้นในอีกยี่สิบวินาทีข้างหน้าหลังจากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวหายเข้าไปในแนวต้นไม้อย่างรวดเร็ว
“เอาละ เขาพูดถูกเื่ที่เราไม่ควรประมาทแม้ว่าจะมีคู่ต่อสู้แค่คนเดียวก็ตามพลังโจมตีของเมฆาหวนคืนร้ายกาจมาก ถ้าเขามีโอกาสได้โจมตีต่อเนื่องอาจจะสามารถฆ่าพวกเราได้ในพริบตาสิ่งสำคัญก็คือต้องปกป้องนักบวชเอาไว้ให้ได้ ถ้าหลินหลินยังอยู่ก็มีโอกาสที่จะใช้การรักษาเพื่อดึงชีวิตของเพื่อนและสวนกลับไปได้”
กระต่ายหมายจันทร์มีความเป็ผู้นำโดยธรรมชาติและยังเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ในตอนที่เมฆครามยังเป็ซิลเวอร์เขาได้เจอกับปัญหามากมายเพราะความสามารถในการบัญชาการของเธอ
อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอยังเป็แค่มือใหม่ธรรมดาๆเท่านั้น
ทีมของกระต่ายหมายจันทร์กระจายตัวห่างกันไปเล็กน้อยหลินหลินอยู่ด้านหลังสุดและมีสองสาวที่เหลือยืนขนาบข้างห่างออกไปเล็กน้อยัคำรามยืนอยู่ด้านหน้าเว้นระยะออกไปเพื่อทำหน้าที่เป็ด่านหน้าในการปะทะ
สัญญาณเริ่มประลองปรากฏขึ้น เมฆครามที่ซ่อนตัวอยู่ในแนวป่ายิ้มออกมาเล็กน้อยกลยุทธ์ของกระต่ายหมายจันทร์นั้นเป็กลยุทธ์พื้นฐานแต่ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพสำหรับสถานการณ์แบบนี้ถ้าเขาจะโจมตีนักบวชแน่นอนว่าต้องเผชิญหน้ากับการขัดขวางของนักดนตรีและจอมเวทซึ่งเป็อาชีพที่สามารถสร้างปัญหาให้กับเขาได้มากเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามกระต่ายหมายจันทร์คำนวณผิดไปเล็กน้อยเพราะเป้าหมายของเมฆครามไม่ใช่นักบวช
หลังจากที่ัคำรามขยับมาทางพื้นที่แนวต้นไม้เงาของเมฆครามก็ได้ปรากฏขึ้นจากอีกจุดหนึ่งด้วยการเคลื่อนไหวลัดเลาะไปมาอย่างแเีเขาโผล่มาที่แนวหลังและพุ่งเป้าไปหาหลินหลิน
“เจอตัวแล้ว พี่ชาย” ฟ้าใสปฏิกิริยาตอบสนองเร็วมาก เธอใช้ทักษะบทเพลงสะกดในทันทีอย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นเมฆครามได้หยุดชะงักแล้วถอยห่างออกไปฟ้าใสเบิกตากว้างด้วยความใเพราะพี่ชายได้หนีออกจากระยะทักษะของเธอ มันทำให้ทักษะบทเพลงสะกดพลาดเป้าไปและสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
เมฆครามเคลื่อนไหวราวกับมายากลทันทีที่ทักษะของฟ้าใสถูกยกเลิกเขาก็พุ่งมาต่อโดยไม่มีการหยุดชะงักเลยแม้แต่วินาทีเดียว
หลินหลินรีบใช้ทักษะม่านแสงใส่ตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้ติดสถานะมึนงงอย่างไรก็ตามเมฆครามได้พุ่งผ่านเธอไปแล้วใช้ทักษะบุกสังหารเข้าหาฟ้าใสเป็อันดับแรก
“เอ้ะ ฉันเหรอ” ฟ้าใสที่กำลังรอให้เมฆครามเข้าโจมตีหลินหลินแล้วจึงปล่อยทักษะเถาวัลย์รัดตรึงใส่กลับพบว่าเมฆครามเคลื่อนที่เข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วเนื่องจากเธอคาดไม่ถึงจึงไม่สามารถตอบสนองได้ทันการ
416!
ฟ้าใสถูกโจมตีแล้วทั้งยังโชคร้ายติดสถานะมึนงงอีกด้วยในตอนนั้นหลินหลินรีบสาดทักษะของเธอออกไปเพื่อรักษาพลังชีวิตให้กับเพื่อนรัก ขณะเดียวกันกระต่ายหมายจันทร์ก็ได้ยิงเวทบอลเพลิงเพื่อขวางเมฆครามเอาไว้
ใครจะรู้ว่าเมฆครามนั้นไม่สนใจเวทของกระต่ายหมายจันทร์เลยสักนิดเขาใช้โล่รับมันเอาไว้ทำให้ได้รับความเสียหายที่ไม่มากนัก หอกในมือของเขาแทงออกไปอีกครั้งด้วยทักษะแทงทะลวงแล้วต่อด้วยโล่กระแทกฟ้าใสเพิ่งหายจากสถานะมึนงงก็พบว่าตนเองตกอยู่ในสถานะมึนงงซ้ำอีกครั้งไม่สามารถทำอะไรได้เลยสักนิด
เมฆครามปิดฉากเธอด้วยทักษะฟาดฟันอสูรคลั่งพลังป้องกันของนักดนตรีเดิมทีก็น้อยนิดจนน่าสงสารอยู่แล้ว พอถูกลดพลังป้องกันไปอีกรวมกับพลังโจมตีที่มากมายของเมฆครามแน่นอนว่าเขาสามารถจบชีวิตเธอได้ในพริบตา
ฟังดูเหมือนจะยาวนานแต่ที่จริงแล้วเป็ระยะเวลาเพียงสี่วินาทีเท่านั้นนับั้แ่เมฆครามปรากฏตัวออกมาขนาดัคำรามยังวิ่งเข้ามาไม่ทัน ตอนที่เขามาถึงฟ้าใสก็ได้กลายเป็แสงหายไปแล้วเธออยู่ในสภาพิญญาและมองดูภาพตรงหน้าอย่างมึนงง
เมฆครามะโเบาๆหลบทักษะขวานถล่มอย่างงดงามในตอนนั้นเขาสังเกตได้ว่ากระต่ายหมายจันทร์เล็งใช้ทักษะสายฟ้าปะทุมาที่ตนเองเมฆครามขยับตัวเข้าไปยืนอยู่ชิดกับัคำรามอาศัยร่างที่ใหญ่ั์ของเขาบดบังตนเองเอาไว้อย่างมิดชิด
กระต่ายหมายจันทร์ตกตะลึงทักษะสายฟ้าปะทุจำเป็ต้องเล็งเป้า แม้ว่าจะไม่ได้้าความแม่นยำอะไรมากมายนักแต่ถ้าอีกฝ่ายไม่อยู่ในสายตาของเธอก็ย่อมไม่สามารถกำหนดเป้าหมายได้เธอไม่คิดเลยว่าจะเจอกับเทคนิคที่พิสดารล้ำลึกแบบนี้
ขณะที่กระต่ายหมายจันทร์พยายามเคลื่อนที่วนไปรอบๆเพื่อเล็งเป้าเมฆครามอาศัยการเคลื่อนไหวที่น้อยยิ่งกว่าผลัดกันโจมตีกับัคำรามโดยไม่กลัวเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายมีนักบวชคอยสนับสนุน
ัคำรามเผลอหลบการโจมตีของเมฆครามด้วยสัญชาตญาณรู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจเขาอีกแล้วใช้ทักษะบุกสังหารพุ่งตัวไปหากระต่ายหมายจันทร์ที่กำลังเคลื่อนที่ไปรอบๆ
กระต่ายหมายจันทร์ตอบสนองเร็วมากเธอวางะเิมนตราเอาไว้ที่ด้านหน้าถ้าหากเมฆครามเข้ามาโจมตีเธอก็จะต้องได้รับความเสียหายไม่น้อยทั้งยังต้องถูกผลักจนกระเด็นทำให้เธอมีโอกาสตอบโต้
แต่เธอคาดไม่ถึงว่าในจังหวะที่กำลังใช้ทักษะบุกสังหารเมฆครามก็ได้ใช้การเคลื่อนไหวที่เรียกว่า‘การกลิ้ง’ทำให้ร่างของเขาไถลเข้ามาหาเธอไกลกว่าระยะที่เธอคาดการณ์เอาไว้แล้วโจมตีเธอด้วยโล่กระแทกเป็จังหวะเดียวกับที่ะเิมนตราทำงาน ร่างของเธอถูกโล่ของเมฆครามชนแล้วปลิวกระเด็นไปพร้อมกับเขา
หลินหลินร่ำร้องในใจว่าแย่แล้วเพราะเมฆครามพากระต่ายหมายจันทร์ออกไปไกลเกินระยะการรักษาของเธอหญิงสาวรีบวิ่งตามไปแต่ในตอนนั้นเมฆครามก็ใช้แทงสามครั้งปลิดชีวิตของกระต่ายหมายจันทร์ไปแล้วเธอมีพลังป้องกันและพลังชีวิตน้อยยิ่งกว่านักดนตรีเสียอีกไม่ต้องใช้แทงทะลวงเพื่อลดพลังป้องกันเลยด้วยซ้ำ
ัคำรามกับหลินหลินวิ่งตามมาไม่ทันแต่กลับกลายเป็พลาดท่าให้เมฆครามใช้พวกเขาเพื่อเติมเืแทนแม้ว่าพลังชีวิตจะไม่ได้ฟื้นฟูจนเต็มแต่ตอนนี้พลังชีวิตของเมฆครามก็ยังเหลือมากกว่า70% เขาหลบการโจมตีของัคำรามก่อนจะใช้ทักษะเสียงคำรามของราชสีห์ทำให้ัคำรามตกอยู่ในสถานะมึนงงระหว่างนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปโจมตีหลินหลิน
ถึงจะใช้ม่านแสงช่วยปกป้องตนเองแต่หลินหลินก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเธอเอาไว้ได้เลยในที่สุดในสนามก็เหลือแค่ัคำรามและใช้เวลาอีกครึ่งนาทีเมฆครามก็สังหารัคำรามได้เป็คนสุดท้ายพลังชีวิตของเขายังเหลืออยู่ที่ 65% นี่ทำให้ทั้งสี่คนรู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมาก
เมฆาหวนคืนเพียงคนเดียวเอาชนะผู้เล่นที่ระดับใกล้เคียงกับตนเองอย่างมากสี่คนอุปกรณ์และอาวุธของพวกเขาก็ไม่ได้ห่างกัน นี่แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าเขามีเทคนิคและความร้ายกาจอยู่ที่ระดับไหน
ในที่สุดทั้งสี่คนก็เข้าใจแล้ว ถ้าพวกเธอสามารถเอาชนะเมฆครามได้สำเร็จถึงแม้ว่าจะไม่สามารถก้าวไปอยู่ในจุดเดียวกับเขาได้แต่อย่างน้อยก็ไม่ถือว่าโดนทิ้งห่างจนเกินไปหากอยากผ่านการทดสอบก็มีแต่ต้องทุ่มเทฝึกฝนและต่อสู้อย่างเต็มที่เท่านั้น
หลังจบการประลองเมฆครามยังคอยชี้จุดผิดพลาดของแต่ละคน“ฟ้าลนลานเกินไปเธอมีการตอบสนองคลื่นสมองที่สูงมากแต่เพราะตั้งสติไม่ดีเลยทำให้ใช้ศักยภาพของตัวเองได้ไม่ถึงครึ่งเทียร์ทำได้ดีแล้วแต่ต้องเผื่อแผนการกรณีที่แผนแรกผิดพลาดเอาไว้ด้วย หลินหลินต้องอ่านสถานการณ์ให้ขาดกว่านี้มีคำกล่าวที่ว่านักบวชที่เก่งกาจจะทำให้เหมือนมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งทีมเพราะนักบวชจะสามารถยื้อชีวิตของทุกคนเอาไว้ได้เป็สองชีวิต ขณะที่คอยระวังตัวเองเธอต้องคอยดูแลและช่วยเหลือเพื่อนๆให้ทันด้วยอย่ามองแค่ภาพตรงหน้าแต่ให้จินตนาการภาพให้ไกลกว่านั้น ัก็เหมือนกันถ้านายสามารถคาดเดาเป้าหมายของฉันล่วงหน้าได้ นายก็จะสามารถไล่ตามทันและปกป้องคนอื่นๆในทีมได้”
แม้จะถูกตำหนิแต่กลับไม่มีใครรู้สึกโกรธเลยสักนิดมีแต่ความตื่นเต้นที่ได้รับการติวเข้มจากยอดฝีมืออย่างเมฆคราม พวกเขารู้สึกได้เลยว่าหลังการฝึกฝนนี้จบลงตนเองจะต้องพัฒนาขึ้นกลายเป็ผู้เล่นแนวหน้าอย่างแท้จริงได้อย่างแน่นอน