ตอนที่ 8 ความเชื่อใจที่เริ่มน้อยลง
เสียงเครื่องยนต์ยังคงดังแ่ ๆ ในความเงียบยามค่ำคืน เมื่อทิวาขับรถออกมาจากบ้านของม่านมุก ถนนสายที่ทอดยาวตรงหน้าเหมือนจะสิ้นสุดในความมืดมิด แต่หัวใจของเขากลับยิ่งสว่างวาบเต็มไปด้วยความสับสน
ภายในรถเงียบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเองชัดเจน เขากำพวงมาลัยแน่น ความคิดวนเวียนตีตนเองไม่หยุด
“นี่เราทำอะไรลงไปวะ…”
ภาพร่างกายเปลือยเปล่าของม่านมุกยังคงติดตา กลิ่นกายและเสียงครางที่ก้องสะท้อนอยู่ในหัวเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
ทั้งที่เขามีครอบครัว มีภรรยาที่ดีอย่างน้ำหนึ่ง และลูกชายที่น่ารักที่คอยเรียก “พ่อ” ด้วยเสียงใสทุกครั้งที่กลับบ้าน แต่หัวใจอีกด้านหนึ่งกลับไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ ว่าม่านมุกคือผู้หญิงที่เขายังลืมไม่ได้ั้แ่วันแรกที่จากกันมา
ตอนแรกเพียงแค่เสียงโทรศัพท์จากเธอ หัวใจเขาก็เต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ และเมื่อได้เจออีกครั้ง เื่ราวเก่า ๆ ความทรงจำที่ทั้งหวานและร้อนแรงก็หวนคืนมาเต็มกำลัง
ความจริงที่รู้ว่าเธอเองก็มีครอบครัว มีสามีและลูก ไม่ได้ทำให้ความปรารถนาลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเหมือนเชื้อไฟที่เผาผลาญในอกจนแทบจะคลุ้มคลั่ง
เขาไม่อาจตอบตัวเองได้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร มันคือความรัก หรือเป็เพียงความใคร่ที่ฝังลึกในร่างกาย แต่ที่แน่ ๆ หลังจากได้เย็ดกับม่านมุกอีกครั้ง ความทรงจำเก่าก็ถูกตอกย้ำอย่างหนัก
ลีลาร้อนแรงที่สอดประสานกัน เสียงคราง และความคับแน่นของหีที่ตอดรัดควยเขาไม่ยอมปล่อย มันทำให้ทิวายอมรับตรง ๆ ในใจว่าเขาไม่เคยลืมเธอได้เลย และยากที่จะห้ามใจไม่ให้กลับไปหาอีก
ไฟถนนเลื่อนผ่านทีละต้น ก่อนที่รถจะแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถหน้าบ้านของตัวเอง ทิวาถอนหายใจยาว พยายามสะบัดความคิดนั้นออกไป แม้จะรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ เขาดับเครื่องยนต์ ลุกออกจากรถแล้วก้าวเข้าสู่บ้านที่เงียบสงบ
สิ่งแรกที่เห็นคือร่างของน้ำหนึ่ง ภรรยาที่กำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ เธอคงรอเขากลับมาจนไม่ไหว ดวงหน้าของเธอสว่างสะท้อนจากแสงไฟอ่อน ๆ ทิวารู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยความรู้สึกผิด
เขาเดินเข้าไปใกล้อย่างแ่เบา ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นจากเก้าอี้ อุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนด้วยความระมัดระวังที่สุด ไม่อยากให้เธอตื่นขึ้นมาเห็นสภาพของเขาตอนนี้
ร่างของน้ำหนึ่งเบาและอบอุ่นในอ้อมแขน เขาอุ้มเธอไปวางลงบนเตียงนุ่ม ๆ อย่างทะนุถนอม น้ำหนึ่งขยับตัวนิดหน่อย ริมฝีปากขยับพึมพำเบา ๆ แต่ก็ยังหลับสนิทอยู่
ทิวายืนมองภรรยาที่กำลังหลับตาพริ้ม ถอนหายใจออกมาอย่างหนักอึ้ง หัวใจเหมือนถูกฉีกออกเป็สองส่วน ทั้งรู้สึกผิด ทั้งยังมีไฟราคะจากม่านมุกที่คุกรุ่นอยู่ไม่หาย
เขาหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ ปลดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น จนร่างกายเปลือยเปล่าในแสงไฟสลัว เสียงน้ำฝักบัวดังขึ้นทันทีที่เขาเปิดมัน น้ำเย็นไหลผ่านร่างกาย แต่กลับไม่อาจดับไฟร้อนในอกได้
เขาเงยหน้ารับสายน้ำ หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า มือสากเริ่มถูไปตามร่างกาย ล้างคราบเหงื่อและกลิ่นกายที่ยังคงติดมาจากม่านมุก
สายตาทิวาเลื่อนลงต่ำ มองควยตัวเองที่ยังคงแข็งครึ่ง ๆ จากความคิดที่ยังไม่จาง เขาใช้มือลูบไปตามลำควย ล้างคราบน้ำควยที่ยังติดค้างออกมา น้ำสีขาวขุ่นผสมกับน้ำฝักบัวไหลย้อยลงไปตามโคนควยจนถึงไข่
เสียงหอบเบา ๆ หลุดออกมา ขณะที่ภาพร่างม่านมุกยังซ้อนเข้ามาในหัว ยิ่งล้างยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังชักว่าวมากกว่าแค่ทำความสะอาด ปลายนิ้ววนรอบรูเล็ก ๆ ที่ปลายควย ถูแรง ๆ ให้คราบเหนียวถูกชะล้างออกจนสะอาดแต่หัวใจกลับยิ่งเต้นแรง
เขากำลำควยรูดขึ้นลงอย่างช้า ๆ น้ำฝักบัวกระทบกับหัวบานแดงช้ำที่ยังเปียกชุ่ม คราบน้ำกามที่เหลือถูกล้างจนสะอาดหมด แต่ความรู้สึกเงี่ยนกลับยิ่งชัดเจน
เขาสูดหายใจเข้าลึกพยายามห้ามตัวเอง สุดท้ายก็ถอนมือออก พิงฝาผนังอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านตัวจนใจเริ่มสงบลง
หลังจากนั้นทิวาเช็ดตัว ใส่ชุดนอนเรียบง่าย เดินกลับออกมาที่เตียง น้ำหนึ่งยังคงหลับสนิทอยู่ในท่าเดิม เขาแทรกตัวขึ้นไปนอนข้าง ๆ ช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เลื่อนแขนโอบกอดเธอจากด้านหลัง
ร่างของน้ำหนึ่งอุ่นนุ่มอยู่ในอ้อมแขน กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ของเธอแตะจมูกต่างจากกลิ่นคาวราคะที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ
ทิวากอดเธอแน่นขึ้นเหมือน้ายึดเหนี่ยวบางอย่างไว้ เขาซุกหน้าลงกับซอกคอภรรยา หลับตา ถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความอบอุ่นและความเงียบสงบกล่อมเขาจนค่อย ๆ ผล็อยหลับไปในที่สุด
หลายวันผ่านไปหลังจากคืนนั้น
ทิวาแทบไม่ได้ก้าวเข้าไปในบ้านของม่านมุกอีกเลย แม้ม่านมุกจะโทรมาหา พูดคุยถามไถ่ พยายามหาเื่เล็กน้อยมาเป็ข้ออ้างเพื่อจะได้ยินเสียงของเขา แต่ทิวาก็มักจะตอบเพียงสั้น ๆ เลี่ยงประเด็น ไม่เคยปล่อยใจให้การสนทนาล้ำลึกไปกว่าความเป็ห่วงตามมารยาท
เสียงหวานที่เคยทำให้หัวใจสั่นกลับกลายเป็สิ่งที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ ข้อความที่ส่งมาจากเธอยังเด้งขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็รูปถ่ายของเ้าเอยที่เล่นของเล่นอยู่ในบ้าน ข้อความบอกเล่าถึงความเหนื่อยล้าของชีวิตประจำวัน หรือประโยคสั้น ๆ ที่มีความหมายลึกซึ้ง
แต่ทิวาก็เลือกจะตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง ราวกับ้าสร้างกำแพงบาง ๆ มาปิดกั้นหัวใจที่กำลังว้าวุ่นอย่างสิ้นเชิง
เช้าวันนี้เหมือนทุกวัน แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทิวาส่งทะเลลูกชายไปโรงเรียน เขาก้มลงลูบหัวลูกเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยนก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“เดี๋ยวตอนเย็นพ่อมารับนะครับ”
เด็กน้อยยิ้มกว้าง ดวงตาใสส่องประกายด้วยความเชื่อใจ ก่อนจะวิ่งเข้าโรงเรียนไปอย่างร่าเริง ทิวามองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความรับผิดชอบ หัวใจอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
เขาเดินกลับมาที่รถ สูดลมหายใจลึกเพื่อปรับอารมณ์ แล้วขับตรงไปที่ธนาคารเพื่อเริ่มงานเช้า
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงกดแป้นพิมพ์และเอกสารที่ต้องเซ็นล้นโต๊ะทำงานดูเหมือนจะเป็เพียงฉากหน้า แต่ในใจของเขากลับไม่สงบเลยสักนิด กระทั่งใกล้เลิกงาน ทิวาเก็บเอกสารและจัดการงานเรียบร้อย ตั้งใจจะรีบไปรับลูกชายเพื่อพาไปทานอาหารเย็นด้วยกัน
ครืดดด.......
แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู เห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอคือม่านมุก หัวใจเขาเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายแข็งเกร็ง ก่อนจะกดรับสายด้วยความรู้สึกสับสน
“พี่ทิวาช่วยด้วยค่ะ เ้าเอย…”
เสียงร้องไห้สะอื้นดังลอดมาตามสาย แหลมสูงและสั่นสะท้าน เต็มไปด้วยความกังวลจนทิวาแทบลืมหายใจ
ทิวาหน้าเคร่งทันที น้ำเสียงสั่นพร่า
“เป็อะไรมุก เ้าเอยเป็อะไร”
“เ้าเอยไม่สบายค่ะ ตัวร้อนจี๋เลย มุกไม่รู้จะทำยังไง”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความตระหนกและไร้ทางออก
“งั้นมุกรอพี่ พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ทิวาตอบแทบจะทันทีโดยไม่คิดอะไร เขาคว้าเสื้อ สูดหายใจแรง แล้วรีบวิ่งออกจากธนาคาร เสียงฝีเท้ากระทบพื้นก้องดังสะท้อน ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถ ขับออกไปเต็มความเร็ว หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก
ไม่กี่สิบนาทีต่อมา
เขาก็มาถึงบ้านม่านมุกทันที ภาพที่เห็นคือเ้าเอยนอนอยู่บนโซฟาเล็ก ใบหน้าแดงก่ำเหมือนผลทับทิม แก้มร้อนผ่าว หายใจถี่ด้วยพิษไข้ ร่างเล็กขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบาง ๆ ม่านมุกนั่งน้ำตาซึมอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและไร้หนทาง
ทิวาไม่รอช้า เขารีบอุ้มเด็กหญิงขึ้นแนบอก รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่มาจากตัวเธอเหมือนเปลวไฟ เขารีบพาร่างเล็กออกไปที่รถ โดยมีม่านมุกวิ่งตามมาติด ๆ มือของเธอสั่นจนแทบจะจับกระเป๋าไม่อยู่
ทั้งสองพาเ้าเอยมาถึงโรงพยาบาลโดยเร็ว เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังระงมไปตามทางเดิน เด็กหญิงถูกส่งเข้าหาหมออย่างเร่งด่วนและนอนพักอยู่ในห้องผู้ป่วยในที่สุด
ความกังวลที่กดทับหัวใจทั้งคู่เริ่มคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นเธอหลับสนิทใต้ผ้าห่มสีขาว เครื่องช่วยหายใจและเสียงวัดชีพจรดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ทิวยืนอยู่ปลายเตียง สายตาจับจ้องไปที่เด็กหญิงด้วยหัวใจที่สั่นไหว ความรู้สึกผิดแทรกซึมเข้ามาอย่างช้า ๆ
ม่านมุกยืนอยู่ข้าง ๆ น้ำตายังคงเอ่อเต็มขอบตา เธอหันไปมองทิวา พูดเบา ๆ แต่จริงใจ
“ขอบคุณนะคะพี่ทิวาที่ช่วยเ้าเอย มุกไม่รู้จะทำยังไงถ้าไม่มีพี่”
ทิวาหันมาสบตา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยจางหาย
“ไม่เป็ไร มุกไม่มีใคร ถ้าพี่ไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยล่ะ”
บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็จังหวะต่อเนื่อง ม่านมุกมองลูกที่นอนอยู่แล้วถอนหายใจเบา ๆ พยายามเก็บความเหนื่อยล้าและความกลัวไว้ลึก ๆ
“แล้วพี่จะกลับเลยมั้ยคะ มันก็เย็นมากแล้วนะคะ”
ทิวาได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งนิด ๆ รีบยกนาฬิกาขึ้นดู เขาพบว่ามันเลยหนึ่งทุ่มแล้ว หัวใจเหมือนถูกบีบแน่นขึ้นมาทันที ความคิดตีกันวุ่นวาย เขานึกถึงลูกชายที่โรงเรียน
มือรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดดู มีสายที่ไม่ได้รับจากน้ำหนึ่งมากกว่าสิบสาย ตัวเลขสีแดงเรียงยาวเป็หลักฐานชัดเจน แต่เครื่องเงียบเพราะถูกตั้งปิดเสียงไว้ั้แ่เช้า
ใบหน้าเขาเคร่งทันที รู้สึกถึงความผิดมหันต์
“งั้นพี่กลับก่อนนะมุก ถ้าเ้าเอยดีขึ้นโทรมาบอกพี่ด้วย”
เขาพูดจบก็รีบวิ่งออกจากห้องเหมือนคนถูกไฟไล่ เสียงประตูปิดดังสนั่นสะท้อนในโสตประสาทของม่านมุกที่ยืนมองตามด้วยสายตาที่ทั้งผิดหวังและเ็ป
ทิวาขับรถกลับบ้านด้วยใจร้อนรุ่ม มือกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ระหว่างทางเขากดโทรหาน้ำหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เสียงสัญญาณปลายสายดังอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครรับสาย ความรู้สึกหนักอึ้งถาโถมเข้าใส่หัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
เมื่อมาถึงบ้าน
เขารีบเปิดประตูเข้าไป ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงัก น้ำหนึ่งนั่งอยู่กับทะเล ทั้งคู่กำลังทำการบ้านด้วยกันบนโต๊ะอาหาร แสงไฟอุ่นส่องลงมาบนใบหน้าที่สดใสของเธอ น้ำเสียงของเธออ่อนหวาน คอยอธิบายโจทย์ให้ลูกชายอย่างใจเย็น
เด็กชายหัวเราะคิกคักอย่างสบายใจ รอยยิ้มของพวกเขาทำให้บ้านดูอบอุ่นเหลือเกิน แต่ทันทีที่น้ำหนึ่งเงยหน้าขึ้นเห็นเขา ใบหน้าที่สดใสเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นิ่งเรียบทันที ราวกับมีม่านบาง ๆ มาปิดกั้น
ทิวาก้าวเข้าไปช้า ๆ เอ่ยเสียงอ่อน
“พี่ขอโทษนะน้ำ ที่ไม่ได้ไปรับลูกวันนี้ แล้วก็ไม่ได้รับสายของน้ำ”
น้ำหนึ่งจ้องเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งแข็งกร้าวและเ็ปในคราวเดียว
“พี่ทิวาไปไหนมาคะ”
ทิวากลืนน้ำลาย ตอบเสียงเรียบ
“พอดีเ้าเอยไม่สบายหนัก พี่เลยพาเ้าเอยไปหาหมอ”
น้ำหนึ่งหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงด้วยความขื่นขม ดวงตาแดงเรื่อ
“อีกแล้วเหรอคะ”
เธอมองหน้าเขา แววตาเหมือนมีน้ำตาคลอ
“ครั้งที่แล้วพี่ก็ลืมลูกเพราะไปรับสองแม่ลูกนั่น ครั้งนี้ก็เหมือนเดิมอีก”
“น้ำ มันเป็เื่สุดวิสัย พี่ไม่ได้อยากให้เป็แบบนี้นะ”
ทิวาพยายามอธิบาย น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“แต่พี่ลืมลูกสองครั้งแล้วนะคะ ั้แ่แฟนเก่าพี่กลับมา พี่ก็ทำตัวเปลี่ยนไป น้ำสังเกตได้”
น้ำหนึ่งพูดช้า ๆ แต่หนักแน่น ความเสียใจชัดเจนในดวงตา คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเขา
พูดจบ เธอลุกขึ้น จูงมือทะเลเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของลูกชายดังตามจังหวะแม่
ไม่ใช่ว่าเธอโกรธจนหมดรัก แต่เพราะตลอดหลายวันมานี้เธอสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติในตัวสามี เขาคุยโทรศัพท์บ่อยขึ้น ตอบข้อความแล้วเผลอยิ้ม
มีครั้งหนึ่งที่เธอเห็นรูปถ่ายของม่านมุกกับลูกสาวในโทรศัพท์ที่เขาลืมไว้ข้างเตียงตอนอาบน้ำ ข้อความที่คุยกันเต็มไปด้วยความใกล้ชิดเกินกว่าคนที่เลิกกันไปนาน
เธอไม่เคยพูด ไม่เคยถาม เพราะอยากเชื่อใจและไม่อยากสร้างปัญหา แต่วันนี้เมื่อทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น หัวใจของเธอจึงเหมือนถูกกรีดด้วยมีดคม ๆ อย่างเืเย็น ความเงียบในบ้านหลังนี้กลับหนักอึ้งจนแทบขาดอากาศหายใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป.