ตอนที่ 10: มารร้ายไร้ที่สิงสถิต
แสงแดดไม่อาจส่องลงมาถึงก้นหุบเขา "สุสานศาสตรา" ความมืดสลัวปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เยี่ยหลางยังคงเพลิดเพลินกับการ "ให้อาหาร" อาวุธคู่ใจของเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
กร้วม... วูบ...
เสียงิญญาโลหะถูกดูดกลืนดังแ่เบา ทุกครั้งที่ท่อนเหล็กดำัักับซากอาวุธเก่าแก่ สนิมจะสลายไป และตัวมันก็จะหนักขึ้นอีกเล็กน้อย ตอนนี้เยี่ยหลางต้องเกร็งกล้ามเนื้อแขนจนเส้นเืปูดโปนเพื่อประคองมันไว้
"หนัก... หนักได้ใจจริงๆ ตอนนี้น่าจะหนักราวๆ หกสิบชั่ง (30 กก.) ได้แล้วมั้ง" เยี่ยหลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก "ถ้าฟาดใส่ใครตอนนี้ รับรองว่าไม่ต้องหามหมอ หามเข้าวัดสวดศพได้เลย"
ในขณะที่เขากำลังชื่นชมผลงาน วูบ!
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็ไอสีขาว แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเย็นจากธรรมชาติ... มันคือความเย็นะเืที่เสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ
เงาสีแดงเืสายหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากกองซากหอกหักที่อยู่ด้านหลังเยี่ยหลาง มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่บิดเบี้ยว ไร้ขา ลอยตัวอยู่เหนือพื้น ดวงตาสีแดงฉานสองดวงจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความหิวกระหาย
'ิญญาศาสตราอาฆาต' ิญญาของจอมยุทธ์ฝ่ายมารที่ตายในการรบเมื่อร้อยปีก่อน จิติญญาแตกซ่านเข้าไปสิงอยู่ในอาวุธ รอคอยวันเวลาที่จะหาร่างเนื้อใหม่เพื่อกลับมาผงาดในยุทธภพอีกครั้ง
และร่างที่ปราศจาก "เกราะลมปราณคุ้มกัน" อย่างเยี่ยหลาง คือภาชนะที่ว่างเปล่าและเชื้อเชิญที่สุด!
"ร่างเนื้อ... ร่างเนื้อที่สดใหม่..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างหูเยี่ยหลาง
"หือ?" เยี่ยหลางหันขวับ แต่ช้าไป!
เงาสีแดงพุ่งเข้าใส่หน้าผากของเยี่ยหลางด้วยความเร็วแสง ซูม!
เยี่ยหลางรู้สึกเหมือนถูกก้อนน้ำแข็งยัดเข้าไปในสมอง ร่างกายแข็งทื่อ ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว โลกหมุนคว้าง สายตาพร่ามัว จิติญญาของมารร้ายแทรกซึมผ่านจุด "อิงถัง" (หว่างคิ้ว) มุ่งตรงเข้าสู่สมองเพื่อยึดครองระบบประสาท
ภายในจิตใจของเยี่ยหลาง
ิญญามารหัวเราะร่าเริง "ฮ่าๆๆ! เ้าเด็กโง่! ร่างของเ้าเป็ของข้า จอมมารโลหิตผู้นี้จะ... เอ๊ะ?"
เสียงหัวเราะชะงักลง เมื่อิญญามารเข้ามาภายในร่างกายของเยี่ยหลาง มันคาดหวังว่าจะได้พบกับ "ทะเลลมปราณ" (Dantian) ที่กว้างใหญ่ หรือ "เส้นชีพจริญญา" ที่สว่างไสวเพื่อใช้เป็เส้นทางในการควบคุมร่างกาย
แต่สิ่งที่มันพบคือ... ทางตัน
เส้นชีพจรทุกเส้นของเยี่ยหลางตีบตัน แข็งกระด้างราวกับรากไม้ที่ตายแล้ว จุดตันเถียนที่ควรจะเป็ขุมพลัง กลับเป็เหมือนก้อนหินทึบตันที่ไม่มีช่องว่างให้แทรกเข้าไปแม้แต่นิดเดียว ไม่มีกระแสปราณไหลเวียน... มีแต่ความมืดมิดและความเงียบสงัด
"นี่มัน... ร่างกายบัดซบอะไรกัน!?" ิญญามารกรีดร้องด้วยความสับสน "ทำไมข้าขยับไปไหนไม่ได้! ทำไมไม่มีทางเดินลมปราณ! นี่มันคุกชัดๆ!"
มันพยายามจะถอยกลับทางเดิม แต่ก็ติดแหง็กอยู่กลางทางเหมือนคนหลงทางในอุโมงค์ที่ถูกปิดตาย
ภายนอก
เยี่ยหลางกุมหัวด้วยความเ็ปรวดร้าว เขารู้สึกเหมือนมีหนูวิ่งพล่านอยู่ในหัว แต่หาทางออกไม่เจอ "อ๊ากกก! อะไรวะเนี่ย! ออกไปจากหัวข้านะโว้ย!"
เขาพยายามสะบัดหัว ทุบหัวตัวเอง แต่ความเ็ปไม่จางหาย มือขวาของเขายังคงกำ 'ท่อนเหล็กดำ' แน่นโดยสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น... ท่อนเหล็กดำก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่มันสั่นเพราะ... ความอยากอาหาร
สำหรับ 'เสาค้ำ์' สิ่งที่มันกินไม่ใช่แค่เนื้อเหล็ก แต่มันกิน 'Essence' (แก่นแท้) และิญญามาร... คือก้อนพลังงานบริสุทธิ์ที่มีรสชาติโอชะที่สุด!
วูม!
แรงดึงดูดมหาศาละเิออกมาจากท่อนเหล็กดำ ไหลผ่านฝ่ามือของเยี่ยหลาง วิ่งย้อนขึ้นไปตามแขน ผ่านหัวไหล่ มุ่งตรงไปยังศีรษะ
ภายในจิตใจ
ิญญามารที่กำลังติดแหง็กอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากเบื้องล่าง "นะ... นั่นมันพลังอะไร!? ไม่! ไม่นะ! ข้าไม่อยากลงไปทางนั้น!"
มันพยายามตะเกียกตะกายหนี แต่ในร่างกายที่ตันตื้อนี้ มันไม่มีที่ยึดเกาะ แรงดูดจากท่อนเหล็กเหมือนหลุมดำที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ิญญามารถูกกระชากอย่างรุนแรง ลากผ่านเส้นเอ็นและกระดูกแขนของเยี่ยหลาง ลงสู่ฝ่ามือ
"อ๊ากกกกก! ปล่อยข้า! ข้าเป็ถึงจอมมารโลหิตนะโว้ยยยย!"
ภายนอก
เยี่ยหลางรู้สึกถึงกระแสความร้อนวูบหนึ่งไหลผ่านแขนขวา เงาสีแดงถูก "กระชาก" ออกมาจากร่างกายของเขา ไหลลงไปรวมกันที่ฝ่ามือ และถูกดูดหายเข้าไปในเนื้อเหล็กสีดำสนิทของท่อนเหล็กทันที
วิ้ง...
เสียงวิ้งแหลมสูงดังขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะเงียบหายไป ท่อนเหล็กดำสงบนิ่งลง... แต่ผิวของมันกลับมีลวดลายสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นมาแซมกับสีดำ เป็ลายเส้นคล้ายเส้นเืที่เต้นตุบๆ เบาๆ
เยี่ยหลางทรุดฮวบลงกับพื้น หอบหายใจแฮกๆ เหงื่อท่วมตัว "เมื่อกี้... มันตัวอะไร? แล้ว... เ้าท่อนทื่อกินมันเข้าไปแล้วเหรอ?"
เขายกท่อนเหล็กขึ้นมาดู น้ำหนักของมันเพิ่มขึ้นอีกแล้ว... แต่คราวนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือ 'จิตสังหาร' ท่อนเหล็กที่เคยดูทื่อๆ ไร้ชีวิต ตอนนี้กลับแผ่รังสีอำมหิตจางๆ ออกมา และตัวอักษรบนเนื้อเหล็ก ก็ปรากฏชัดขึ้นมาอีกหนึ่งตัว
'เสา... ค้ำ... ์... ปราบ... มาร'
"เสาค้ำ์... ปราบมาร?" เยี่ยหลางอ่านทวนคำ "ชื่อลิเกชะมัด... แต่เอาเถอะ เ้าช่วยชีวิตข้าไว้สินะ"
เขารู้สึกได้ว่า เมื่อถือท่อนเหล็กนี้ จิตใจของเขาจะตื่นตัวผิดปกติ ประสาทััเฉียบคมขึ้น เหมือนกับว่าิญญามารที่ถูกกินเข้าไป ได้กลายเป็ 'แบตเตอรี่' ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองเขาทางอ้อม
"เ้าหนู!"
เสียงะโดังมาจากด้านหลัง ผู้เฒ่ากู่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่สมกับวัย ในมือถือยันต์กันผีเตรียมพร้อม "ข้าััได้ถึงจิตมารรุนแรงเมื่อครู่! เ้าเป็อะไรไหม!?"
ผู้เฒ่ากู่มองสำรวจเยี่ยหลาง แล้วก็ต้องชะงัก เขาไม่เห็นร่องรอยของการถูกสิง ไม่เห็นแววตาเลื่อนลอยของคนธาตุไฟเข้าแทรก เห็นแต่เด็กหนุ่มที่นั่งเหงื่อท่วม กอดท่อนเหล็กดำไว้แน่น แล้วยิ้มแหยๆ ให้เขา
"ข้า... ไม่เป็ไรขอรับท่านปู่" เยี่ยหลางโกหกหน้าตาย "พอดีข้าสะดุดล้ม แล้วหัวไปฟาดกับโล่นั่น ก็เลยมึนๆ นิดหน่อย"
ผู้เฒ่ากู่ขมวดคิ้ว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ิญญาอาฆาตที่เขาเฝ้าระวังมาหลายปี... หายไปไหน? จิตมารที่เข้มข้นเมื่อครู่... หายวับไปไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
สายตาของผู้เฒ่าเลื่อนมาหยุดที่ 'ท่อนเหล็กดำ' ในมือเยี่ยหลาง ดวงตาที่ขุ่นมัวของผู้เฒ่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย... เขาเห็นไอสีแดงจางๆ ระเหยออกมาจากท่อนเหล็กนั้น 'อาวุธมาร? ไม่สิ... อาวุธที่กินมาร?'
"เ้าหนู..." ผู้เฒ่ากู่พูดเสียงเครียด "ท่อนเหล็กนั่น... เ้าไปได้มาจากไหน?"
"อ๋อ จับฉลากได้มาจากคลังแสงขอรับ ใครๆ ก็บอกว่าเป็ขยะ" เยี่ยหลางตอบซื่อๆ
ผู้เฒ่ากู่นิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วหันหลังเดินกลับ "ขยะงั้นรึ... หึๆ ในสายตาคนตาบอด เพชรก็เป็ได้แค่ก้อนกรวด... เอาเถอะ ในเมื่อเ้าไม่เป็อะไรก็รีบออกไปซะ เวลาของเ้าหมดแล้ว"
เยี่ยหลางรีบลุกขึ้น โค้งคำนับ "ขอบคุณขอรับ!"
เขาแบกท่อนเหล็ก (ที่ตอนนี้หนักอึ้งและแฝงจิตสังหาร) เดินตามหลังผู้เฒ่าออกไป ในใจของเยี่ยหลางเต้นระรัว เขาได้อาวุธคู่ใจแล้ว... อาวุธที่เติบโตได้ อาวุธที่กินได้ทุกอย่าง และที่สำคัญ... เขาเริ่มมองเห็นหนทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาลมปราณ
"คอยดูเถอะ... ไอ้พวกที่ดูถูกข้า" เยี่ยหลางกำด้ามเหล็กแน่น "ต่อจากนี้ไป... ใครกล้าใช้ปราณรังแกข้า ข้าจะให้ 'เ้าท่อนทื่อ' ดูดมันให้เกลี้ยงเลย!"