สืบสาหาความไม่ได้อันใดพวกเขาทั้งสามออกเดินทางกลับนครหลวงโดยใช้เส้นทางเดิม ฮุ่ยชิวตื่นตะลึงต่อโลกภายนอกเหตุตนถูกลบความจำออกหมด วรยุทธ์การต่อสู้ยังหลงเหลือไม่มีปัญหาอันใด ความสามารถลึกซึ้งจนโม่หยางสนใจอยากเปลี่ยนอาจารย์ แต่ยังเคียงขุ่นที่ขโมยทูตของตนไปขายช่างไร้ยางอาย
อุโมงค์ในถ้ำส่งผ่านประตูมิติข้ามมาบ่อน้ำเน่าเหม็น
โม่หยางขึ้นมาคนแรก ฮุ่นชิวและหลี่เหยียนรั้งท้าย
ทัศนียภาพของบ้านร้างได้เปลี่ยนไป โครมไฟถูกจุดด้านในแสงสว่างลอดสรั่วออกมา
“ข้าไปตรวจดูเอง”
รอบนี้หลี่เหยียนเสนอตัวเดินเข้าไปภายในเรือน แม้ใจจะหวั่นๆ
“เกิดอันใดขึ้นโปรดเรียกข้า” ฮุ่ยชิวกล่าวอย่างจริงจัง
ภายในห้องโถงรกร้าง ข้าวของเครื่องใช้กลับสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่น โคมไฟสว่างบนโต๊ะสำรับอาหารวางอยู่เหมือนทำมายังไม่นาน
“มีผู้ใดอยู่รึไม่ ท่านหลบซ่อนอยู่ไยข้าผ่านทางมาไม่ได้ตั้งใจรบกวนท่านสหาย”
ใช้วาจาสร้างไมตรีอันดีเป็เื่ถนัดของหลี่เหยียน
ผู้ที่อยู่ในบ้านตั้งใจหลบพวกตนเป็แน่ ถึงหายตัวไร้ร่องรอย
เงาเทียนสั่นไหวร่างร่างหนึ่งปรากฏกายข้างโต๊ะอาหาร
“พวกท่านต่ำต้อยเกินไปถึงไม่รู้ว่าข้าอยู่หนใด เหตุนี้คิดว่าข้ากลัวท่านหรือ?”
หญิงสาวรูปโฉมสง่างามสวมชุดฮั่นฝู่สีเงินวาวลายนกกระเรียนเกล้าผมปักปิ่นหงส์ทอง สถานที่เปลี่ยวร้างเช่นนี้กลับมีสตรีที่ดูสูงศักดิ์ปรากฏตัว
มือสองข้างหลี่เหยียนรีบยกทักทาย “ข้ารบกวนท่านหญิงแล้ว ไม่ได้จะกล่าวล่วงเกินท่าน”
“มิได้ตั้งใจ หากแต่เข้ามาในเขตของข้างั้นรึ ความสงสัยใคร่รู้ของพวกเ้าจะทำให้ชีวิตของพวกเ้าสั้นไวยิ่งขึ้น” หน้าตาสง่างามริมฝีปากอมชมพูได้กล่าววาจาข่มขู่
“…” จนกระทั่งหลี่เหยียนไม่ทันเอ่ยอันใดมากความนางกล่าวหมายเอาชีวิตตนแล้ว
วรยุทธ์นางสูงกว่าโม่หยางหรืออาจมีของวิเศษปกปิดอำพรางตัวได้เหมือนตน ถึงได้ตรวจหานางไม่พบ มีความมั่นใจอันมากถึงกล้ากล่าวข่มขู่ไม่รู้ว่าจะมีผู้อื่นแอบแฝงอยู่อีกรึไม่
“สำนักของพวกเ้าไม่ได้สอนอันใดนอกจากใช้คนตายสร้างพวกผีเน่าพวกนี้”
วิชาเปล่งวาจาถูกนำของมาใช้ นางกล่าวเบาๆ เสียงกลับก้องกังวานออกไปไกลถึงด้านนอก
หลี่เหลียนไม่รู้จะหลบหนียังไงเมื่อทั้งสองเดินตามเขาเข้ามาในเรือน
เขาอยากลองต่อสู้กับนางก่อนหากไม่ไหว ตนหลบหนีผู้เดียวง่ายดาย ตอนนี้ยุ่งยากเสียแล้ว
โม่หยางปรายตามองหญิงสาวรุ่นราวยี่สิบกลับวางตัวอย่างผู้อวุโส
ฮุ่นชิวได้นำกระบี่ออกจากฝักพร้อมปกป้องผู้เป็นาย
ไม่ได้สนใจหญิงสาวจะเป็ผู้ใดเก่งกาจแค่ไหนหากเขาถูกสั่งให้สู้จนตายก็ต้องตาย
“มิสู้เอาปากไว้กินข้าว” โม่หยางใช้สายตาคมจ้องมองหญิงสาวไม่หวั่นเกรง “คำพูดเ้าเหมือนดั่งยุ่งร้องไม่หยุด รำคาญหูยิ่งนัก”
“สหายกล่าวหลบลู่สำนักหลางซาง คงไม่อยากเป็มิตรกับพวกเรา” เมื่อได้ยินคำพูดร้ายกาจของนายตน
ใจหาญกล้าย่างเท้าทำหน้าเลอะโลมลืมกลัวหมดสิ้น
ปากนางยกมุมส่งสายตารังเกียจดูแคลน มีหรือสตรีเช่นนางจะยอมเสียเกียรติให้พวกหุ่นิญญาช้ำต่ำ แม้ไม่ชมชอบขี้หน้ามากนักนางทนเพื่อเจรจากับนักพรตน้อยนอกรีต ความอดทนของนางได้สิ้นลง
แฉกทั้งแปดกระจายออกจากจักรนภาอาวุธลับนาง
กระบี่ในมือฮุ่ยชิวยกป้องกันทันท่วงที
เขาจ้องระวังคุ้มกันโม่หยางคอยรับมือนางไม่คลาดสายตา
ฝั่งทางหลีเหยียนได้โดนเล่นงานหนักรูปร่างคล้ายกริดไร้ด้ามแหลมคมสร้างรอยแผลใหญ่บนแขน
“บุรุษสามคนรุมสตรีหนึ่งนางช่างน่าอาย ท่านตายเสียก็ไม่มีผู้ใดรู้” ถึงาเ็หลี่เหยียนยังโกรธแค้นหญิงสาว
โม่หยางเดินถอยออกมาปล่อยให้ฮุ่ยชิวและหลี่เหยียนต่อสู้กันเอง วงจักรนภาหมุนวนบนมือนางควบคุมแฉกทั้งหมดปะทะเข้าใส่ทั้งสองความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
หลี่เหยียนปล่อยพลังิญญาให้กระทบตีออกจากร่าง ปราณจากร่างกายถูกนำออกมาใช้ป้องกันตนก่อนความเร็วของนางบวกกับแฉกหลายชิ้นเขาไม่มีจังหวะเรียกอาวุธออกมา แผ่นหลังโดนกรีดเป็แผลเพิ่มขึ้น
ด้วยกำลังของนางขั้นสภาะสูงเกินที่เขาจะต่อกร สองเท้าเร่งเดินไปช่วยฮุ่ยชิวกระบี่ฟาดออกไปพร้อมลมกระโชกแรงจนเทียนดับหลายแท่ง อาวุธของนางปลิวออกไปไม่ไกลวนกลับฟุ้งใส่เขาใหม่รอบนี้โดนเข่าซ้ายจนแทบล้มลง โชคดีหลี่เหยียนวิ่งเข้ามาช่วยป้องกันไว้
“เ้าจะยืนดูพวกมันตาย?” หญิงสาวแสดงสีหน้าพึงพอใจ
พวกหุ่นิญญาขั้นทั่วไปถึงจะสู้กับนางสองตนก็มีแต่ตาย
“เหอะ เ้านะซิจะได้เป็ผีมาบำเรอข้า เ้าตายจะให้นายท่านปลุกเ้ามาเสพสวาทจนตายซ้ำแล้วปลุกเ้ามาใหม่ ข้าจะทำให้เ้าร้องจนไม่กล้าปากดีเช่นนี้”
ั้แ่เกิดมาหลี่เหยียนไม่เคยกล่าววาจาร้ายต่อสตรีนางใด
นางผู้นี้ั้แ่เจอนางชิงชังพวกตนยิ่งนัก
“เ้าป้องกันไว้ ข้าจะสู้กับนาง” ในที่สุดฮุ่ยชิวก็เอ่ยปากพูดกับหลี่เหยียนเป็ครั้งแรก
เหตุเพราะกลัวจะตายจริงๆถ้าไม่ช่วยเหลือกัน
เฮือกสุดท้ายโม่หยางยังไม่ออกมาช่วย ฮุ่ยชิวใช้วิชาทั้งหมดที่จำได้เพลงกระบี่พรั่งพรูออกมาในยามคับขัน โคจรพลังจากตันเถียน ควบคุมส่งกระบี่บินหมุนกวาดชี้เข้าหานาง อาวุธแหลมคมของนางลอยกลับฟุ้งตีเข้าใส่กระบี่หากแต่ระยะใกล้อีกฉื่อจะถึงตัวนาง พลังปราณถูกปลดปล่อยคลุมกดดันแรงกล้าสูงขึ้นหลายเท่า
ตอนนี้กระบี่ได้ล้วงลงพื้นแล้ว เมื่อเจอกับปราณแท้ขั้น์ร่างทั้งสองแทบยืนไม่ไหว แรงกดดันเท่าูเากดทับจนต้องคุกเข่าลง
นางาุโเหนือโม่หยางขึ้นไปหนึ่งขั้น สถานะของนางเปรียบเป็ปราณแท้ ความห่างยิ่งยวดบำเพ็ญเพียรอีกสิบกว่าปี สามสิบปีหรืออาจห้าสิบปี
’ถ้าจะเอาชนะนางได้ต้องใช้ของวิเศษขั้นสูง
“บำเพ็ญเพียรขั้นปรมาจารย์ เ้ากลับมารังแกผู้เริ่มต้น” ขายาวจากร่างสูงได้แต่ก้าวเชื่องช้ามาบังทั้งสอง ในหัววางแผนมากมายซับซ้อน
“มีคนบังอาจเข้าไปในกำแพงโดยไม่บอกกล่าว ผิดต่อกฎเกณฑ์” นางไม่อยากรีรอ ปราณมวลมหาศาลถูกปล่อยออกมาจากร่างนาง ส่งกลิ่นอายทั่วทั้งนครหลวง ไม่ใช่ผลดีต่อนางหากผู้อื่นรู้ว่าตนกำลังข่มขู่ยุ่งเกี่ยวกับคนในสำนักหลางซาง
โม่หย่างเริ่มเข้าใจสถานการณ์ “ผู้นั้นอยู่ที่ใด” เขาไม่อยู่สองวันไม่รู้จะเกิดเหตุต่อศิษย์น้องหรือไม่ “เขาเพียงเข้าไปดูแลวันข้างหน้าทางสำนักจะรับเข้ามาเป็ศิษย์ ใยพวกท่านรีบร้อนเอาความมุ่งร้ายต่อสำนักเรา”
“ต่อให้อาจารย์เซียนของเ้ามาเองข้าก็ไม่โง่งมหลงเชื่อ” นางอยากสั่งสอนฆ่าพวกภูติผีที่กล้าหยาบคายต่อนาง ธนูเทพอัตราของวิเศษขั้นาาเตรียมง้างไปทางหลี่เหยียน “หลีกไปหากเ้าไปไม่อยากทิ้งชีวิตไว้ที่นี้” นางชี้หัวธนูให้โม่หยางหลบทาง
หลี่เหยียนนั่งรอความตาย ครั้งนี้หากตายคงไม่ได้เกิดใหม่
โดนทัณฑ์ธนูดอกนี้จิติญญาสลายหายจากโลกนี้อย่างแท้จริง
“อย่าได้กล่าวความตายกับข้า” ร่างสูงโปร่งเอ่ยเสียงทุมต่ำจ้องมองทัณฑ์ธนูร้ายกาจ
ให้สู้กับนางเขายังห่างชั้นอยู่มาก หากโชคดีสิ่งนี้ยอมออกมาช่วยเขา
’..ช่วยข้าอีกครั้ง นางมีทัณฑ์ธนูเทพอัตราท่านสู้ได้หรือไม่’
เจดีย์สีแดงหกชั้นเล็กสองนิ้วส่องแสงลอยออกมากแหวนมิติ
กลิ่นอายโบราณแผ่รัศมีรอบตัวเจดีย์ แสงสีแดงสว่างไสวข่มขวัญพร้อมกลืนกินผู้จ้องมอง
“เ้าเด็กน้อย ขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของข้าอยู่” เสียงสตรีไพเราะนุ่มนวลดังมาจากเจดีย์
“จัดการนางชั่วครู่ หากข้าสิ้นชีพไปท่านไม่ห่วงข้า.?” โม่หยางใช้วาจาน่าสงสารในยามมีภัย
“……” ทูติญญาทั้งสองเห็นสิ่งนี้เป็ครั้งแรก
ของวิเศษขั้นสูงสุดนี้เป็ของนายตน.. ของวิเศษ วิเศษจริงจริง
นางเองก็รู้ ของสิ่งนี้ไม่ได้มีมาโดยง่าย ถึงแม้จะเป็ศิษย์รักของสำนักใหญ่ก็เถอะ
“ขั้น์!! โอ้ ขั้น์ อาจารย์เ้าถึงกับให้สิ่งนี้กับเ้าเชียวหรือ หึ เขาบ้าไปแล้ว”
ของวิเศษขั้น์สืบทอดมาจากซากเทวะโบราณกาล มีจิติญญาเป็ของตัวเอง พลังอำนาจล้มล้างนับหมื่นลี้แม้แต่เซียน์ก็ไม่อาจต้านทานโดยง่าย
“ ใครให้เ้าเอ่ยปาก สิ่งในมือเ้าไม่คู่ควรชี้มาต่อหน้าข้า”
เจดีย์ขยายใหญ่ขึ้นกลั้นกลางระหว่างนางกับโม่หยาง พลังปราณโบราณกดดันทำลายรากฐานเต๋า ปราณขั้น์เช่นนางดับสูญโดยง่ายเพียงไม่กี่ลมลมหายใจ