เงิน...พร้อม ตะกร้า เอ๊ย! ช่องเก็บของ...พร้อม บริการขนส่งมนุษย์แบบรวดเร็วยิ่งกว่าจรวด...พร้อม เจียงฟางหลานรู้สึกพอใจมาก หันไปบอกเป่าเปาว่าไปกันเถอะ
‘บริการขนส่งเป่าเปา โกๆ!’ สิ้นเสียง เจียงฟางหลานก็เห็นแสงสว่างจ้าจนต้องหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่าสถานที่ที่ตนเองอยู่นั้นเปลี่ยนไปแล้ว
ตอนนี้เขาเหมือนจะอยู่ในซอยมืดๆ สักซอยในเมืองลวี่ซาน (ูเาเขียว) ฟังจากเสียงรถแล่นไปมาไม่หยุด แม้จะไม่ใช่เมืองใหญ่อะไรแต่ก็มีผู้คนจากหลายๆ หมู่บ้านมาอาศัยอยู่และทำงาน เนื่องจากเป็เมืองเล็กๆ จึงไม่มีสถานบันเทิงต่างๆ เหมือนในเมืองใหญ่ มีเพียงร้านค้าต่างๆ ร้านอาหาร โรงพยาบาลเล็กๆ สถานีรถบัสเล็กๆ และตลาด
จุดหมายของเจียงฟางหลานวันนี้ก็คือตลาด แต่ก่อนหน้านั้น ไหนๆ ก็จะเย็นแล้ว เขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวัน แวะกินร้านอาหารกินข้าวสักมื้อ แล้วค่อยไปซื้อของที่ตลาดดีกว่า...
[ในใจ] เจียงฟางหลาน : มีเงินมันก็ดีอย่างนี้
เขาเดินออกจากซอยเล็กๆ แห่งนี้ เดินสำรวจและมองหาร้านอาหารสักร้านเพื่อฝากท้อง เดินสักพักก็เจอร้านอาหารที่โอเคร้านหนึ่ง มีลูกค้าอยู่พอประมาณ ร้านก็สะอาดใช้ได้ จึงเดินเข้าไปทันที
“สวัสดีครับ เชิญนั่งครับ นี่เมนูนะครับ ถ้าพร้อมสั่งเรียกผมได้เลยครับ” พนักงานหนุ่มเอ่ยต้อนรับพร้อมเชื้อเชิญให้นั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ วางเมนูและถอยออกไปห่างๆ เพื่อไม่ให้ลูกค้าอึดอัดเวลาเลือกอาหาร
“บริการดีจริงๆ” เจียงฟางหลานเอ่ยเบาๆ จากนั้นก็มองดูเมนูของร้าน เลือกซุป ผัดผัก ของทอดและข้าวมาอย่างละหนึ่ง
รอสักพักก็ได้อาหารร้อนๆ แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายจะไหล ไม่รู้เลยว่าตนเองหิวขนาดนี้ เจียงฟางหลานไม่รอช้ารีบตักข้าวกินทันที
ผ่านไปสักพัก อาหารตรงหน้าก็หมดเกลี้ยง เขามองดูภาพเบื้องหน้าแล้วก็ลูบท้องป่องๆ ของตนเอง คิดในใจว่า วันนี้ใช้พลังงานเยอะก็เลยกินเยอะกว่าปกติเท่านั้นเอง จริงๆ ตนเองไม่ใช่คนกินเยอะแบบนี้... เห็นได้ชัดว่านี่เป็ข้ออ้างที่ทำให้ตนเองสบายใจเท่านั้น
ค่าอาหารไม่แพง แค่ 200 YC แต่ถ้าเทียบกับทำกินเองที่เสียไม่กี่สิบYCก็นับว่าแพง เจียงฟางหลานเดินย่อยอาหารมุ่งหน้าไปยังตลาดเพื่อซื้อของ ระหว่างทางก็พูดกับเป่าเปาไปด้วย คนที่เดินผ่านก็เหลือบมองเขานิดๆ แต่เขาไม่สนใจ
“เป่าเปา ถ้าฉันอยากจะฝึกตนต้องทำยังไง นายบอกต้องใช้เงินนี่นาใช่ไหม?”
‘ใช่ครับโฮสต์’
“แล้วซื้อกับนายเหรอ?”
‘ไม่ใช่ครับ ซื้อกับคนที่อยู่โลกลมปราณสิ อยากได้อะไรก็ซื้อ แค่ต้องมีเงินเท่านั้นเอง’
“อ๋อ ก็นึกว่าซื้อกับนาย”
‘เป่าเปาเป็ตัวกลางครับ แต่จะช่วยตรวจสอบคุณภาพสิ่งของและความเหมาะสมให้โฮสต์ได้ เช่น ถ้าโฮสต์จะเริ่มฝึกตน จะต้องชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกายออกก่อน ก็ต้องซื้อยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้นมาก่อน เนื่องจากโฮสต์ยังไม่ได้เริ่มฝึกอะไรเลย ดังนั้นเอาแค่ขั้นต้นก่อนก็พอครับ’
“โห แล้วยาแพงไหม? ต้องซื้ออย่างอื่นด้วยหรือเปล่า ตำราฝึกล่ะ?” เจียงฟางหลานเอ่ยถาม
‘ก็ต้องซื้อสิครับ แต่นั่นเอาไว้ทีหลังเถอะ เพราะยาแต่ละตัวแพงมาก!’
“โอเค ค่อยๆ คิดไปละกันเนอะ” เขาว่าพลางเดินไปเรื่อยๆ สักพักก็มาถึงตลาดลวี่ซานของเมืองลวี่ซาน ขายทุกอย่าง อาหารสด อาหารแห้ง ของฝาก เครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ ที่คุณ้า เรียกได้ว่าตลาดแห่งนี้กินพื้นที่ของเมืองไปเยอะมากทีเดียว โดยจะแบ่งเป็สัดส่วน แบ่งเป็โซนๆ
เจียงฟางหลานดูแผนที่ของตลาด และตรงไปยังโซนขายของสดก่อน เพราะอยู่ใกล้ที่สุด เขาซื้อเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ ผักต่างๆ ตุนอาหารเยอะมาก หิ้วของจนเดินเซ จึงเดินหลบมุมในซอยเล็กๆ ที่ไม่มีคน กวาดของต่างๆ ที่ซื้อมาใส่ช่องเก็บของ จากนั้นก็เดินตัวปลิวทะลุซอยออกอีกทาง ไปเลือกซื้อเครื่องปรุงและเครื่องเทศต่างๆ อาหารแห้ง ขนมของกินเล่น คล้ายจะฝังรากอยู่จำศีลในบ้านไม่ออกไปไหนยาวๆ
“เอาล่ะ ต่อไปก็ซื้อเครื่องครัว!” เจียงฟางหลานกล่าวหลังเอาของเก็บเข้าไปในช่องเก็บของอีกรอบ พร้อมจะไปช็อปปิ้งต่อ รู้สึกเบิกบานใจมาก ทั้งตัวเขาและร่างเดิมไม่ค่อยได้ทำอะไรอย่างนี้เลย เอาแต่ทำงานและทำงาน ไม่รู้จักใช้ชีวิตให้มีความสุข มัวแต่ก้มหน้า แล้วเมื่อไหร่จะเห็นท้องฟ้า
เจียงฟางหลานซื้อเครื่องครัวอีกหลายชิ้น เพราะในบ้านแทบจะไม่มีอะไรที่ใช้ได้เลย กล่าวได้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดในบ้านก็คงจะเป็ตัวบ้าน แม้จะทรุดโทรมแต่ก็ใช้ซุกหัวนอนได้ นอกนั้นไม่รู้เกิดเภทภัยอะไร พังหมดทุกอย่างเลย...
มีด เขียง หม้อ ไห กระทะ ถ้วย จาน ช้อน สารพัดข้าวของที่ใช้ในครัว เจียงฟางหลานก็ซื้อมาหมด ของเหล่านี้ราคาไม่แพง ยิ่งเขามีงบเยอะยิ่งซื้อเยอะ แต่เขาไม่ได้ซื้อของไร้สาระนะ! เขาซื้อแต่ของที่ใช้ได้จริงหรอก! ยังเดินดูร้านที่ถูกกว่าและต่อราคาด้วยนะ!
เขาค่อยๆ ทยอยซื้อไปทีละร้าน เสร็จร้านหนึ่งก็แอบหลบมุมเอาของเข้าไปเก็บแล้วก็เดินไปซื้อต่อ เป็อย่างนี้อยู่หลายรอบ จนกระทั่งเดินผ่านร้านขายยา ก็ยังแวะซื้อยาสามัญประจำบ้านไปหลายอย่าง เขามักจะถือคติ มีไว้ก่อน เวลาจำเป็จะได้มีใช้ ดีกว่าถึงเวลาจะใช้กลับไม่มีให้ใช้ ซื้อเก็บไว้ไม่เสียหายหรอกน่า
นอกจากนั้นเขายังซื้อข้าวของและเสื้อผ้าไปอีกหลายๆ ชุด แต่เลือกเสื้อผ้าแบบที่ไม่ใช่แฟชั่น เป็เสื้อจีนสไตล์ถัง คอจีน ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ใส่แล้วก็คือไปถ่ายหนังกับยิปมันได้เลย อาจจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ที่ใส่เสื้อยืด แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีคนใส่แบบนี้เลย อย่างน้อยก็มีคนเฒ่าคนแก่ใส่เหมือนกัน...
เจียงฟางหลานยังซื้ออุปกรณ์ทำสวนทำไร่อีกหลายอย่าง พร้อมกับเมล็ดพันธุ์หลายชนิด เขาซื้อเท่าที่เห็น ก็หลายสิบชนิด ถามว่าทำไมซื้อเยอะจัง ไว้จะซื้อค่อยมาใหม่ก็ได้ ยังไงก็ไปมาแวบเดียว เขาก็อยากตอบว่า ก็เขาี้เีมาหลายรอบ ไหนๆ ก็มาแล้วก็ซื้อให้มันครบๆ ไปเลย ออกมาบ่อยๆ ก็กลัวเจอคนรู้จัก แล้วก็ไปมาครั้งหนึ่งมันก็เสียเงินนะไม่ใช่มาฟรี
ตอนที่เขาซื้อของเสร็จ เขาก็นึกถึงเื่สำคัญเื่หนึ่งได้ ก็คือบ้านเขายังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา! มันถูกตัดไปหมดแล้ว เพราะไม่มีคนใช้งานและไม่มีคนจ่ายเงิน น่าโมโหมากจริงๆ! เขาส่งเงินให้ญาติทุกเดือนเพื่อเป็ค่าใช้จ่ายในการดูแลบ้าน แต่สิ่งที่เขาได้รับคือบ้านพังๆ ไม่มีส่วนดีเหลืออยู่เลย! รอก่อนเถอะ เขาจะต้องให้คนเ่าั้ได้ชดใช้แน่!
สุดท้ายเขาก็ต้องเข้ามาในเมืองวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อติดต่อเื่น้ำประปาและไฟฟ้า รวมถึงจะให้ช่างมาซ่อมบ้านด้วย หมดกันกับความพยายามจะปกปิดตัวตน หมู่บ้านเล็กขนาดนั้น ใครเข้าออกมีทางเดียวยังไงก็รู้กันหมด ยิ่งไปกว่านั้นบ้านตระกูลเจียงก็ยังอยู่ลึกที่สุด เป็จุดสิ้นสุดก่อนจะขึ้นไปยังูเาต้าหลงซานอันสูงใหญ่ หากไม่เป็เพราะคืนนั้นที่เขามาถึงเป็กลางดึกและนั่งรถแท็กซี่เข้ามา คงจะมีคนรู้ว่าเขากลับมาตั้งนานแล้วล่ะ
หรือจะให้ช่างเข้ามาตอนเช้ามืดดีนะ... ทำยังไงดี ช่างเถอะ หลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้ก็ลุย ไม่มีอะไรน่ากลัว ขนาดความตายเขาก็ยังผ่านมาแล้ว (ถึงจะผ่านมาแบบไม่รู้ตัวก็เถอะ)
คืนนั้นเจียงฟางหลานกลับมาถึงบ้านก็ดึกแล้ว เขานำน้ำที่ซื้อมาหลายแกลลอน แบ่งมาล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะทิ้งตัวลงบนฟูกนอนชั่วคราวที่ซื้อมากันตาย เอาไว้ซ่อมบ้านเสร็จเมื่อไหร่เขาจะตกแต่งให้สวยไปเลย! เขาคิดในใจก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
.....
เจียงฟางหลานตื่นั้แ่เช้ามืด เพราะเสียงจากเป่าเปาที่ะโปลุก เขาบอกให้เป่าเปาปลุกเองนั่นแหละ จริงๆ แล้วเขาเป็คนที่ตื่นยากมาก ตื่นยากกับนาฬิกาปลุก ตั้งเป็สิบครั้งสิบเสียงไม่ซ้ำ ก็หลับปุ๋ยฝันดี แต่หากมีคนเรียกเขาลุก แค่เสียงเบาๆ ก็ตื่นแล้ว เขาก็งงกับตัวเองเหมือนกัน
“ขอบใจนะเป่าเปา” เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเป่าเปาที่บินมาออเซาะถูไถ ให้ความรู้สึกเหมือนหมาดีแฮะ...
‘เป่าเปาเก่ง เป่าเปาปลุกโฮสต์ได้ จะปลุกทุกวันเลยครับ’ ถูไถเสร็จก็บินวนอยู่รอบตัวเขา
“เอาล่ะๆ วันนี้ยังต้องทำอะไรอีกเยอะ สู้ๆ!” เจียงฟางหลานทำมือสู้ๆ เป่าเปาก็ทำปีกสู้ๆ หนึ่งคนหนึ่งระบบดูสามัคคีรวมพลัง
เจียงฟางหลานลุกล้างหน้าแปรงฟัน อย่าถามว่าทำไมไม่อาบน้ำ ไม่มีน้ำแล้วจะอาบยังไง! และความจริงคือใครเขาอาบน้ำตอนเช้ากัน อากาศหนาวจะตาย ที่นี่หัวเซี่ย (แทนประเทศจีน แค่ไม่อยากเรียกจีนแบบชัดๆ) หมู่บ้านต้าซานเป็หมู่บ้านเล็กๆ เล็กมากๆ หมู่บ้านหนึ่งของเมืองลวี่ซาน มีประชากรอยู่ไม่กี่ร้อยคน เมืองลวี่ซานเป็เมืองๆ หนึ่งของเมืองอู่หลง นครฉงชิ่ง (สมมติเฉยๆ) สภาพอากาศแบบกึ่งร้อนชื้น อุณหภูมิปกติอยู่ที่ประมาณ 18 องศา ด้วยความที่เขาเป็คนขี้หนาว อากาศแค่นี้ก็ทำเขาหนาวสั่นแล้วล่ะ
เขาสวมเสื้อผ้าที่ซื้อมาเมื่อวาน ไม่ต้องซัก เพราะพนักงานบอกซักมาแล้ว เขาเชื่อพนักงาน... ต่อจากเมื่อวาน โชคดีที่เขายังไม่ได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เขาซื้อเพียงของที่สามารถใช้ได้เลย เมื่อซ่อมบ้านและตกแต่งเสร็จค่อยซื้อมาลงทีเดียว เขาจึงซื้อเตาปิกนิคเล็กๆ มาแทน จะให้ก่อไฟก็ได้นะ แต่จะลำบากนิดหนึ่ง เอาง่ายๆ สบายๆ เราดีกว่าเนอะ
“ไปกันเถอะเป่าเปา” เนื่องจากยังเช้ามาก เข้าเมืองตอนนี้ร้านต่างๆ ก็ยังไม่เปิด เจียงฟางหลานจึงคิดจะไลฟ์ทำอาหารเช้าสักหน่อย เผื่อจะขายผิงกั่วหวานฉ่ำได้อีก ตอนนี้เขา้าเงินทุนอีกเยอะมาก
‘ไปกันเถอะๆ’ เป่าเปาบินตามโฮสต์ของตนเองไปติดๆ ดีใจมากที่โฮสต์ตั้งใจทำงาน ถ้าหากโฮสต์ทำภารกิจครบ มันก็จะได้ส่วนต่างมาเป็ค่าขนมอีก
“เอาล่ะ ตรงนี้ก็แล้วกัน” เจียงฟางหลานเลือกที่จะทำอาหารใกล้ๆ กับต้นผิงกั่วต้นเมื่อวาน
‘พร้อมรึยังครับโฮสต์’ เป่าเปาเอ่ยถาม
“พร้อมแล้ว เริ่มได้” เขาใส่คอนแทคเลนส์ นับถอยหลังรอ
.....
“สวัสดีครับ ผมสตรีมเมอร์เจียง ช่องคฤหาสน์ตระกูลเจียงกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้เป็เวลาเช้าตรู่ ผมจะมาทำอาหารเช้ากิน พวกคุณก็มากินไปพร้อมกันกับผมเถอะนะครับ” แม้จะยังไม่มีผู้ชมเข้ามาแต่เขาก็พูดไปเรื่อยๆ พร้อมกับเรียกเตาปิกนิคออกมาจากช่องเก็บของ
เตาแก๊สปิกนิคถังเล็กถูกเรียกออกมาวางอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับหม้อใบเล็ก
[พี่ใหญ่ตาเดียว : โอ้โห ว้าว! สตรีมเมอร์ตื่นเช้าจัง! ดีนะข้าตื่นมาดูดซับพลังพอดี ทำอาหารเหรอ? วันนี้จะขายผิงกั่วหวานฉ่ำอีกไหม?????]
เมื่อเจียงฟางหลานเห็นคนดูที่คุ้นเคยก็ยิ้มและตอบคำถาม “อรุณสวัสดิ์ครับ ตอนนี้ผมจะทำอาหารเช้ากิน พี่ใหญ่กินอาหารเช้ารึยังครับ?”
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ยังเลยสตรีมเมอร์ ข้ารอกินผิงกั่วของเ้าอยู่นะ ที่กินไปเมื่อวานไม่พอยัดซอกฟัน อร่อยมากแต่ก็น้อยมากเช่นกัน]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : สตรีมเมอร์เจียงอรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ ขยันจังเลยนะเ้าคะ ดีจังที่ข้าแวะเข้ามาดู]
ม่านม่านที่กำลังเตรียมอาหารอยู่รีบไปปลุกเรียกคุณหนูของตน
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : ในที่สุดข้าก็มาทัน!! ข้ารอมาทั้งคืน! ข้าคิดแล้วเชียว ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น!]
[ชอบส่องสาวงาม : โอ้! ช่องนี้ที่ถูกแนะนำเมื่อวานนี่นา ผิงกั่วหวานฉ่ำอร่อยมาก! สตรีมเมอร์ยังมีขายอีกหรือไม่?]
[ผู้กล้าสามดาบ : เมื่อคืนคลิปผิงกั่วหวานฉ่ำของสตรีมเมอร์โด่งดังมาก ราคาผิงกั่วหวานฉ่ำต้องขึ้นแน่ๆ เลย แต่ข้าเตรียมเงินไว้แล้ว ขอจองหนึ่งลูก]
[แม่นางปากสีชาด : ทำไมไม่เห็นหน้าสตรีมเมอร์เลย หล่อไหม?]
เนื่องจากเจียงฟางหลานตั้งค่าให้เห็นในมุมมองสายตาของเขา ดังนั้นผู้ชมจึงไม่เห็นเขานั่นเอง
เขาเอ่ยทักทายผู้ชม แต่ไม่ได้ตอบอะไร ก้มหน้าเตรียมตัวทำอาหารเช้าต่อไป