"ตะ.."
"ตื่.."
"ตื่น..."
เพียะ!!
"ตื่นได้แล้วโว้ยไอ้มนุษย์!!!!"
ใบหน้าวาสสะบัดไปตามแรงบางอย่างที่มากระทบเข้าที่แก้มของเขา ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราทันที
สองตากวาดไปมองรอบๆ แต่สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงแต่ความมืดมิดเท่านั้น
"ที่นี้ที่ไหน"คำถามยอดฮิตจากในละครบ้านเกิดของเขา หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม
"ทำไมข้าต้องบอกเ้าละมนุษย์?"เสียงในความมืดเอ่ยขึ้น
วาสรู้สึกคุ้นกับเสียงนี้อย่างน่าประหลาด ก่อนที่ความทรงจำหนึ่งจะแล่นเข้ามาในหัว
"คุณคือ..."
"ผู้สร้างไงจะใครละ"เสียงในความมืดเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
"ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี้ได้"วาสเอ่ยเสียงเรียบ ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอย่างมีอารมณ์ร่วมกับใครทั้งนั้น
"ก็เพราะว่าเ้าผ่านบททดสอบที่สองมาได้จึงได้ถูกส่งมาหาข้ายังไงละ"เสียงในความมืดเอ่ยขึ้น
วาสได้ยินเช่นนั้นก็ยังคงตีหน้านิ่ง แต่ภายในใจของเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
"ตกลงว่าผมผ่านบททดสอบอาชีพจ้าวแห่งความตายแล้วหรือยัง?"วาสเอ่ยถาม ในใจเต้นระทึกกับคำตอบที่จะได้รับ
"อย่าใจร้อนไปเลยมนุษย์ ก่อนหน้านั้นข้ามีข้อเสนอบางอย่างที่จะมอบให้แก่เ้า"
"ข้อเสนอ?"วาสทวนคำ
"อืมมม...อันที่จริงข้าไม่อยากให้ใครได้อาชีพนี้ไปเท่าไหร่ ข้าจึงอยากเสนอให้เ้าเลือกอาชีพใหม่มาอาชีพหนึ่งและข้าจะให้เ้าผ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าร่วมบททดสอบ นอกจากนั้นข้ายังจะคืนชีพให้กับพ่อแม่ของเ้าให้อีกด้วย ว่ายังไงตกลงไหม?"เสียงในความมืดเอ่ยขึ้นอย่างเย้ายวน
วาสตัวแข็งทื่อ เมื่อได้ยินข้อเสนอของผู้สร้าง
ชายหนุ่มนิ่งเงียบเป็เวลานานภายในสมองสับสนตีกันวุ่นวาย
ภายความทรงจำในวัยเด็กของเขาหวนคืนมาอีกครั้ง ่เวลาแห่งความสุขที่เขาถวิลหาตลอดเวลาที่ผ่านมา
ชายหนุ่มอ้าปากขึ้นเตรียมจะตอบรับข้อเสนอ แต่แล้วเขาก็ชะงัก
ความทรงจำเกี่ยวกับบททดสอบที่สองหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่ขาดสาย
การที่ได้เฝ้ามองโลกจากภายในฟองสบู่ทำให้เขาเข้าใจสัจธรรมบางอย่าง
เขาเห็นมนุษย์มากมายที่้าหลีกหนีจากความตาย แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดที่ทำสำเร็จ
ทุกชีวิตที่เกิดมาล้วนมีความตายเป็จุดจบ
ไม่มีสิ่งใดอยู่ค้ำฟ้าได้ตลอดกาล
เผลอๆอาจจะรวมถึงผู้สร้างด้วย
แม้แต่ดวงดาวต่างๆยังมีวันดับสลาย
บางทีความตายอาจจะเป็ความยุติธรรมเพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่ในทุกๆสิ่ง...
วาสถอนหายใจเอ่ยเสียงแ่ว่า
"ผมขอปฏิเสธ"เสียงในความมืดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
"ขอแสดงความยินดีด้วยมนุษย์ ตอนนี้เ้าผ่านบททดสอบสุดท้ายของบททดสอบอาชีพจ้าวแห่งความตาย ในเมื่อเ้ารู้จักที่จะยอมรับความตาย เ้าก็มีคุณสมบัติพอที่จะอาชีพนี้"
วาสฉีกยิ้มออกมา แต่มันเป็ยิ้มที่แสนเศร้า เขาเอ่ยถามเสียงเเผ่วว่า
"คุณสามารถคืนชีพให้พ่อแม่ผมได้จริงไหม"เสียงในความมืดชะงักไปครู่หนึ่ง และพูดขึ้นมาว่า
"แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถทำได้มนุษย์ ความตายมันเป็กฏอย่างหนึ่ง หากข้าทำเช่นนั้นทุกสิ่งที่ข้าสร้างมาจะพังทลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ทุกสิ่งจะกลับเข้าสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง"
"แล้วทำไมบททดสอบแรกผมถึงคืนชีพได้กันละ?"
"นั่นมันไม่ใช่ตัวตนของเ้ามนุษย์ มันเป็เพียงดวงจิตของเ้าที่ข้าดึงมาเข้าร่วมบททดสอบเท่านั้น ตัวตนของเ้ายังคงอยู่บนโลกใบนั้น "วาสพยักหน้ารับ
"เอาละ อย่ามาทำเศร้าต่อหน้าข้า ตอนนี้เ้าควรห่วงตัวเองมากกว่า หลังจากทดสอบเสร็จแล้วเ้าจะต้องกับไปยังโลกใบนั้นอีกครั้ง เท่าที่ข้าดูตอนนี้เ้าก็อยู่ในสภาพร่อแร่ปปางตายพอสมควร รีบเลือกสกิลอาชีพแล้วไสหัวไปได้แล้ว"เสียงในความมืดออกปากไล่
เบื้องหน้าวาสพลันปรากฏหนังสือที่มีปกเป็สีดำสนิททั้งเล่มและประดับไว้ด้วยหัวกะโหลกสีขาวที่ตรงกลาง
วาสเปิดมันออกและไล่สายตาอ่านเนื้อหาภายใน
ผ่านไปสักพักชายหนุ่มก็คัดเลือกมาได้ 3 สกิล
สกิล ิญญาทมิฬ [Lv.1]
[ความสามารถ:ทุกครั้งที่เ้าของสกิลฆ่าสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิด จะได้รับิญญาทมิฬ 1 ดวง สามารถเก็บได้สูงสุด 100 ดวง (0/100)]
สกิล ซากทัพ [Lv.1]
(ข้อจำกัด:ต้องมีสกิล ิญญาทมิฬ )
[ความสามารถ:ใช้ 5 ดวงิญญาทมิฬในการสร้างซากทัพ จากซากศพของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซากทัพที่สร้างขึ้นมาจะฟังคำสั่งของผู้ใช้สกิลเพียงคนเดียวเท่านั้น และซากทัพมีความสามารถ 10 % จากเมื่อตอนมีชีวิตอยู่]
สกิล อัญเชิญราชันแห่งความตาย
(ข้อจำกัด:ต้องมีสกิล ซากทัพ )
[ความสามารถ:บูชายัญซากทัพเพื่ออัญเชิญราชันแห่งความตายเป็เวลา 1 ชั่วโมง ราชันแห่งความตายจะมีความสามารถ2เท่าจากความสมารถรวมของซากทัพที่บูชายัญไป]
[Cooldown: 1 วัน]
"ผมเลือกเสร็จแล้ว"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนิ่ง
"ดีมากมนุษย์ แต่ข้าขอบอกไว้ก่อน สกิล ซากทัพ นั้นไม่ใช่สกิลที่มีไว้คืนชีพ ซากทัพมันคือซากของสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้เท่านั้น พวกมันไม่มีชีวิตมีเพียงสัญชาตญาณที่ถูกฝังอยู่ในกมลสันดานยามเมื่อมีชีวิตอยู่เท่านั้น ข้าแนะนำว่าเ้าอย่าได้ใช้สกิลนี้กับผู้ที่เ้ารักเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผู้ที่จะเสียใจก็คือตัวเ้าเอง"เสียงในความมืดเอ่ยปากขึ้นราวกับกำลังสั่งสอนชายหนุ่ม
"ผมเข้าใจครับ"วาสเอ่ยอย่าง่ายๆ
"เอาละ นี้คือรางวัลสำหรับที่ผ่านการทดสอบของเ้า"
เบื้องหน้าของวาสปรากฏสิ่งๆหนึ่งขึ้นอีกครั้ง มันคือเม็ดสีทองประหลาดที่ลอยอยู่กลางอากาศ
"เมล็ดสกิลอสูร!!!"วาสอุทานดังลั่น
"ตามนั้นละ เอาละรีบๆเอามันไปและออกไปได้แล้วมนุษย์ ข้าอยากพักผ่อนเต็มทีแล้ว"เสียงในความมืดเอ่ยขึ้นอย่างเกียจคร้าน
วาสไม่รอช้าคว้าเมล็ดสกิลอสูรตรงหน้าส่งเข้าปากกลืนลงท้องทันที!
ความรู้สึกร้อนวูบวาบเกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเห็นภาพในมโนสำนึก
สิ่งที่เขาเห็นคือหนอนตัวหนึ่ง!
มันคือหนอนที่มีขนาดไม่ต่างจากหนอนปกติในโลกเดิมของวาสนัก
ที่ต่างคือลำตัวสีม่วงของมันที่เต็มไปด้วยสิ่งที่คล้ายลูกตาเต็มไปทั่วทั้งร่างกาย และส่วนหัวของมันถูกประดับไว้ด้วยอัญมณีสีขาวสว่างขนาดเล็กฝังอยู่บนหัวของมัน
หนอนประหลาดกำลังกินใบไม้อย่างสงบแต่ทันใดนั้น ดวงตาที่มีอยู่รอบตัวของมันก็สังเกตไปเห็นบางย่าง
มันคือนกตัวเล็กขนสีน้ำตาลที่กำลังจะโฉบมาหามัน หนอนประหลาดชะงักวูบหนึ่งหยุดการกระทำทุกอย่างของมัน
อัญมณีสีขาวบนศีรษะของมันเรืองแสงวูบ จู่ๆเบื้องหน้าของหนอนประหลาดก็เกิดวังวนสีฟ้าปริศนา
มันไม่รอช้าดีดกายเข้าไปในวังวนหลบกรงเล็บของศัตรูได้อย่างฉิวเฉียด
นกตัวเล็กร้องลั่นอย่างหงุดหงิดที่อาหารของมันหายไปต่อหน้าต่อตา มันหันหัวมองไปรอบๆ แต่วังวนปริศนาได้หายไปแล้ว
ส่วนด้านหนอนประหลาดได้ไปโผล่ในสถานที่ที่หนึ่งซึ่งคือห้องที่มีกำแพงสีขาวล้อมรอบรูปร่างเหมือนสี่เหลี่ยมลูกบาศก์
มันนอนนิ่งเสียบสงบอยู่ภายในรอคอยนกตัวนั้นให้จากไป ก่อนที่อัญมณีสีขาวบนศีรษะของมันจะเรืองแสงอีีกครั้ง
สร้างวังวนสีฟ้าขึ้นเบื้องหน้ามัน
มันดีดกายเข้าไปภายในวังวนสีฟ้าก่อนจะโผล่ออกมาในสถานที่เดิมอีกครั้ง
สกิล ช่องว่างมิติ[Lv.1]
[ความสามารถ: สร้างช่องว่างมิติส่วนตัวขึ้นขนาด 1x1x1 เมตร สูญเสีย 5 พลังจิติญญาทุกครั้งที่เรียกใช้]
วาสมองความสามารถของสกิลใหม่ด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เขาได้สกิลกันตายขึ้นมาอีกสกิลแล้ว
แม้มันจะต้องสูญเสียพลังจิติญญาทุกครั้งที่ใช้ โดยพลังจิติญญานั้นก็คือค่าสถานะจิติญญานั้นเอง ซึ่งชายหนุ่มมีมันอยู่ถึง 30 จุด แสดงว่าเขาสามารถใช้สกิลนี้ได้ถึง6ครั้งและต้องรอจนกว่าพลังจิติญญาจะฟื้นคืนมา
"ขบคุณที่ให้สกิลนี้กับผมนะครับ"วาสก้มหัวลงแสดงความเคารพ
"เอาละๆ ถ้าหมดดธุระแล้วก็รีบไปเสียทีมนุษย์ รอบนี้คงไม่ต้องให้ข้าส่งแบบเดิมใช่ไหม?"วาสยิ้มแหยๆ ก่อนจะพยักหน้าและเดินไปยังแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวภายในความมืดมิดแห่งนี้
"หวังว่าจะไม่ตายโง่ๆหลังจากพึ่งผ่านการทดสอบอาชีพละมนุษย์"เสียงในความมืดเอ่ยไล่หลังชายหนุ่มเบาๆ