เย็นวันสุดท้ายของการสอบ สิ้นสุดกันเสียทีชีวิตเด็กม.5กับบทบาทสภานักเรียน ผมนั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนเก่า ๆ หลังตึกอำนวยการ บรรยากาศคล้ายทุกปีผิดก็แต่ปีนี้ไม่ได้นั่งรอต้นน้ำดังเช่นปีก่อน ผมรอตัวเองรอเก็บบรรยากาศและความทรงจำสุดท้ายก่อนสิ้นสุดบทบาทประธานสภาฯ ผมรู้แล้วล่ะว่าตึกอำนวยการสองชั้นโทรม ๆที่ไร้ซึ่งความงามทางสถาปัตยกรรมหลังนี้งดงามในความทรงจำอย่างไร
ทั้งหมดล้วนงดงามเพราะผู้คนความทรงจำของมนุษย์คือผู้คนและเหตุการณ์แต่ใช้ภาพแวดล้อมในขณะนั้นเป็ตัวแทน การคิดถึงสถานที่ล้วนไม่เป็ความจริงเราคิดถึงคนในความทรงจำร่วมกับสถานที่นั้นมากกว่า
“ความทรงจำเดี๋ยวเราจะหยิบนายมาอ่านอีกรอบนะ” คำอธิบายใต้ภาพตึกอำนวยการในมุมอับถูกแสดงขึ้นอย่างแจ่มชัดในเฟสบุ๊คภาพถ่ายหนึ่งภาพแสดงความรู้สึกได้ตั้งมากมาย ตามแต่จินตนาการของผู้ชมแต่เชื่อสิผู้ชมไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของภาพถ่ายนั้นได้หรอก
ฝูงนกบินสู่รังจนเกือบหมด แสงไฟเริ่มสว่างขึ้นในบางจุดพระอาทิตย์คล้ายจะตกดินไปแล้ว ภาพโรงเรียนประกอบกับจินตนาการที่ถูกสร้างให้เห็นในยามนี้ไม่เป็ที่น่าชื่นชมนัก
ระหว่างทางเดินกลับไปยังโรงจอดรถผมคล้ายได้ยินเสียงฝีเท้ามนุษย์จำนวนหนึ่งมุ่งตรงไปยังอาคารชั่วคราวหลังโรงเรียน
มนุษย์คงมีสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นติดดีเอ็นเอมาั้แ่มนุษย์คู่แรกเป็แน่ขณะที่กำลังห้ามใจฝืนสัญชาตญาณอยู่นั้น เ้าขาทั้งสองข้างก็ก้าวไปเสียแล้ว ผมตามเสียงนั้นไปจนถึงป่ากระถินหลังอาคารชั่วคราว
“ของมันจะหายไปได้ยังไงไอ้พวกโง่ มันมีมือมีตีนหรือไง”เสียงที่คุ้นเคยมาเป็ระยะเวลาเกือบปี กลับกลายเป็เสียงคำรามของเสือร้ายอำมหิตแววตาและใบหน้าที่อ่อนโยนบัดนี้ดุร้ายคล้ายอาการของตาลีที่อ้างว่าถูกผีสิงเมื่อ5ปีก่อน ผมไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ทั้งหมดหรอกได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เพียงชั่วอึดใจเดียวโทรศัพท์ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไว้ทั้งหมด
แล้วเื่ราวก็คล้ายละครน้ำเน่าหลังข่าวที่เคยดู เดาดูหน่อยไหม?