กาญเกล้ามองธามิณีที่มาถึงบ้านในสภาพปกติดีไม่มีาแแม้แต่รอยเดียว มันเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อเธอเห็นว่ารุ่นพี่คนนั้นกับเพื่อนตามธามิณีไปที่ห้องน้ำซึ่งรู้กันว่างานนี้มีตบแน่ ครั้นเธอจะไปถามกับธามิณีหรือรุ่นพี่ก็ไม่ได้เพราะคงถูกสงสัยแต่ถึงกระนั้นกาญเกล้าก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแกล้งจนธามิณีอยู่ไม่ได้แล้วขอย้ายออกไปจากบ้านเอง เพียงแต่เธอรอให้เวลาผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์จึงวางแผนใหม่ คราวนี้เธอมั่นใจว่าต้องได้ผลแน่ๆ
“วันนี้กลับบ้านพร้อมกันนะอ้อ ไม่ใช่ว่าฉันอยากกลับกับเธอหรอกนะ แต่เป็เพราะแม่สั่ง” กาญเกล้าเอ่ยในเช้าวันศุกร์ก่อนเริ่มเรียนคาบแรก
ธามิณีไม่ไว้ใจกาญเกล้านักแต่แค่กลับบ้านพร้อมกันคงไม่มีอะไรกระมัง
“ถ้างั้นไปเจอกันหน้าปากซอยแล้วกัน”
“ก็ได้”
กาญเกล้ายิ้มให้ธามิณีเธอหวังว่ายิ้มนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย การต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับคนที่ดีกว่าตัวเองทุกอย่างจนถูกเปรียบเทียบมันไม่ใช่เื่ที่ยอมรับได้ง่ายๆเพราะฉะนั้นคงมีแค่ธามิณีกลัวแล้วช่วยกลับไปอยู่ในที่ของตัวเองเท่านั้น
ธามิณีมารอกาญเกล้าที่หน้าปากซอยในเวลา1 ทุ่ม หลังจากเลิกซ้อมเชียร์กีฬาสีซึ่งจะมีในสัปดาห์หน้าผ่านไป 15 นาที ธามิณีจึงโทรหากาญเกล้าเพราะไม่ไว้ใจอีกฝ่ายว่าจะแกล้งอะไรเธออีกหรือเปล่าเสียงของกาญเกล้าขาดๆ หายๆ เหมือนกับมีเื่กับใครอยู่ เสียงดังมากประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยินคือ
‘กลับบ้านไปซะไม่ต้องรอฉันแล้ว พวกแกอย่าเข้ามานะ ไม่งั้นมีตบแน่’
ธามิณีเดาว่าคู่กรณีของกาญเกล้าคงเป็รุ่นน้องมัธยม4 กระมัง วันก่อนเธอบังเอิญได้ยินว่ากาญเกล้ากับรุ่นน้องคนหนึ่งเคยมีเื่กันมาเมื่อเทอมที่แล้วการมีเื่มีราวของกาญเกล้าเป็เื่ที่เธอไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวนักเพราะมันเกิดขึ้นประจำแต่กาญเกล้าก็ปิดรัดเกล้ามาได้ตลอด
การกลับบ้านไปแล้วบอกให้เตวินที่น่าจะกลับจากมหา’ลัยแล้วไปช่วยกาญเกล้าคงเป็ทางเลือกที่ดีกว่าถ้าเพียงแต่ว่าจะไม่มีชายแปลกหน้า 3 คนเดินเข้ามาหาธามิณีเธอไม่เห็นใครในบริเวณใกล้ๆเพราะฉะนั้นการเลี่ยงไปจากตรงนี้แล้ววิ่งกลับบ้านซึ่งห่างไปพอสมควรน่าจะดีกว่าแต่ว่าชายแปลกหน้าพวกนั้นกลับไม่หลบ ธามิณีโทรไปที่บ้านเผื่อว่าลุง ป้าหรือเตวินจะอยู่รับสายแล้วออกมารับเธอ แต่ให้โทรอย่างไรก็ไม่มีใครรับสายสักที
“ทำไมไม่รับสายกันนะ”
“ล้อมไว้สวย น่ารักขนาดนี้ ปล่อยไปเสียของแย่” หนึ่งในสามคนเอ่ยน้ำเสียงอ้อแอ้คลายคนเมาพวกมันอีกสองคนพากันมาล้อมธามิณีไว้
สิ่งแรกที่ธามิณีทำคือะโไปสุดเสียงเผื่อว่าจะมีใครสักคนได้ยินแต่เธอกลับถูกชายที่ตัวใหญ่ที่สุดในพวกมันตะปบปิดปาก แล้วช่วยกันอุ้มเธอเข้าไปในซอยเล็กๆที่เปลี่ยวไม่มีคนผ่านไปมา เธอดิ้นและพยายามส่งเสียงแต่กลับทำได้แค่ร้องอึกอักอยู่ในลำคอ ต้นแขนของเธอถูกบีบข้อเท้าทั้งข้างถูกจับตรึงเอาไว้แน่น เธอถีบพวกมันไปสุดแรง แต่กลับถูกตบจนปากแตกความปร่าของเืทำให้เธอมองพวกมันด้วยสายตาเกลียดชัง
ธามิณีมองสิ่งที่พวกมันกำลังทำด้วยความโกรธที่มีมากกว่าความกลัวดวงตาของเธอจับจ้องเรียวปากเม้มปิดด้วยความแค้นเมืุ่์ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกลับมาทำร้ายกันแบบนี้หน้าอกของเธอราวกับอัดแน่นไปด้วยความร้อนจากความโกรธมหาศาล เสมือนมีพลังงานที่ครอบร่างของธามิณีไว้และกำจัดสิ่งที่เธอไม่้าออกไป
ฉับพลันร่างของชายทั้งสามคนก็กระเด็นหวือไปกระแทกกับต้นไม้!
แล้วร่วงลงพื้นประหนึ่งใบไม้พวกมันยังงงงวยสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นในวินาทีก่อน สายตาของพวกมันมองมาที่ธามิณีด้วยความหวาดกลัวอยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีแต่ร่างกายที่บอบช้ำจากการถูกมือที่มองไม่เห็นจับไปกระแทกกับต้นไม้ทำให้ตอนนี้แค่นอนหายใจก็ร้าวไปทั้งร่างแล้ว
ร่างของธามิณีลอยขึ้นในสภาพที่เ้าตัวก็ใว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทว่าเธอกลับรู้สึกร้อนที่อกตรงตำแหน่งหัวใจและกำลังจะหายใจไม่ออก!
“ช่วยด้วย...”ธามิณีเอ่ยออกมาทั้งที่คิดว่าะโสุดเสียง ทว่ามันกลับเบาหวิว
ถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปอีกไม่กี่นาทีเธอคงจะต้องตายแล้วใช่ไหมทำไมถึงหายใจไม่ออก ภายในอกก็ร้อนราวกับไฟ
มันเกิดอะไรขึ้น?
เสี้ยววินาทีแห่งความสับสนนั้นร่างของธามิณีกำลังจะร่วงลงสู่พื้นเธอหลับตาแน่นพร้อมกับกอดอกไว้ ความสูงเท่าตึก 2 ชั้นจะทำให้เธอปางตายไหมนะ ทว่าสิ่งที่คิดว่าจะกระแทกจนเจ็บกลับไม่รู้สึกเจ็บ เธอรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและลมหายใจของตัวเองที่กลับมาแล้วความร้อนในอกก็ค่อยๆ หายไป
ธามิณีลืมตาเพื่อมองว่าอะไรหรือสิ่งใดทำให้เธอเสมือนกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งใบหน้าของชายที่เธอไม่รู้จักชื่อใกล้แค่เอื้อมเท่านี้เอง แต่นั่นยังไม่น่าใเท่าร่างของเธออยู่ในอ้อมแขนของเขาที่กำลังลอยอยู่เหนือพื้น!
“คราวนี้เธอต้องตอบคำถามว่าดึงฉันมาที่นี่ได้อย่างไร”
ศนิซัดพลังไปยังชายชั่วทั้งสามคนให้สลบไปพร้อมกับลบความทรงจำในตอนนี้ออกไปทั้งหมดแต่สำหรับความชั่วช้าของพวกมัน เขาจะเพิ่มความทรงจำบางอย่างให้เป็การตอบแทนอย่างสาสม
“คุณ...มาอีกแล้ว”ธามิณีเอ่ยพร้อมยิ้มอย่างอุ่นใจ แม้จะฝืนไว้ แต่เธอก็สลบไปอยู่ดี
ศนิยกมือขึ้นมาที่หน้าตำแหน่งหัวใจของธามิณีตอนนี้ผลึกกาลกำลังจะฆ่าเธอ หากเขาไม่ใช้พลังตัวเองช่วยไว้ในเบื้องต้นการปล่อยให้ธามิณีตายเป็เื่ง่ายๆ สำหรับเขาแต่การหาคำตอบของคำถามที่เขาอยากรู้ต่างหาก ทำให้เขายอมช่วยเธอไว้แต่อีกไม่เกินชั่วโมงเหตุการณ์เดิมจะเกิดซ้ำอีกความโกรธของธามิณีสามารถใช้พลังจากผลึกกาลได้ราวกับเขาเป็ผู้เรียกพลังออกมาเองเขาเพิ่งรู้ในตอนนี้ว่ามนุษย์ช่างเป็สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดเื่ไม่คาดฝันโชคดีเท่าไหร่แล้วที่สามคนนั้นไม่ถึงกับตายแม้ว่ามันจะสมควรตายเพราะทำสิ่งเลวทรามก็ตาม
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี