ตอนที่ 32 ความโกลาหลในเมือง
ราวกับถูกสายอัสนีบาตรฟาดลงสู่กลางใจ หูเกอนิ่งแข็งค้างดุจดั่งก้อนหิน ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงเท่าไข่ห่าน ปากที่อ้ากว้างจนฝูงแมลงบินตีลังกาได้เป็นสิบตลบ หญ้าหางหนูมีสรรพคุณในการเพิ่มพลังลมปราณ อีกทั้งรักษาอาการบาดเจ็บภายใน แต่การสกัดพิษที่ยากเย็นของมันและความยุ่งยากในการเก็บเกี่ยว จึงมีเพียงระดับหนึ่งและสองเท่านั้นที่วางขาย และไม่เป็นที่นิยมของผู้ฝึกลมปราณ “พี่ต้า...พี่ต้าเหลียนพูดว่าอย่างนะ? เมื่อครู่ข้าหูแว่วไปเองใช่หรือไม่?” หูเกอพูดอย่างติดๆ ขัดๆ มันแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน จึงได้ถามออกไปอีกครั้งเพื่อมั่นใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่จริงจังของถังต้าเหลียน หูเกอก็รีบใช้มือปิดปากทันที มันลืมเลือนไปชั่วครู่ หลงลืมไปว่าถังต้าเหลียนคือหมอเทวดาชื่อเสียงก้องฟ้า แล้วด้วยความสามารถของมันที่มากล้น การปรุงยาระดับสิบล้วนไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาอย่างแน่นอน“เฮ้อ!! ในยามแรกข้าตั้งใจจะปรุงสักร้อยสองร้อยเม็ด ให้ทันวันประมูลแล้วแบ่งปันกับสมาคมจันทราคนละครึ่ง เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เจ้ามีให้แก่ข้า แต่เมื่อสมาคมไม่มีหญ้าหางหนูให้ข้าเพียงพอ เช่นนั้นเรื่องนี้คงต้องปล่อยผ่านไป” ถังต้าเหลียนพูดพร้อมกับทำสีหน้าที่เศร้าสร้อย ทันใดนั้นหูเกอก็พูดออกมาทันที“พี่ต้าเหลียนโปรดรอสักครู่ ข้าจะให้คนไปเตรียมของที่ท่านต้องการให้เร็วที่สุด รับรองไม่เกินหนึ่งชั่วยาม หญ้าหางหนูหนึ่งร้อยกิโลกรัมจะมาอยู่ที่เบื้องหน้าท่านแน่นอน” หูเกอรีบวิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว จนลืมความแก่ชราของตน ก่อนจะเรียกบรรดาคนงานมารวมตัวกันที่ห้องโถง แล้วสั่งงานทันที“พวกเจ้ารีบไปคว้านซื้อหญ้าหางหนูมาให้หมด ส่วนพวกที่เหลือจงออกลาดตระเวนตามหามันภายในระยะสิบลี้ อย่างให้หลงเหลือแม้แต่ต้นเดียว ภายในหนึ่งชั่วยามพวกเจ้าต้องมันกลับมาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยกิโลกรัม ไปได้!!” เมื่อได้ยินคำสั่งของหูเกอ คนงานทั้งหลายต่างหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม ก่อนจะพุ่งทะยานออกจากสมาคมการค้าจันทราด้วยความรวดเร็ว แน่นอนว่าภายในสมาคมนั้นมีหางหางหนู แต่ด้วยความยากในการสกัดตัวยา จึงทำให้สมาคมจันทรานั้นมีไม่มาก อาจจะมีเพียงหนึ่งหรือสองกิโลกรัมเพียงเท่านั้น แล้วด้วยการที่ไม่มีผู้ใดเคยมาซื้อมัน จึงได้เก็บไว้อยู่ซอกหลืบใดก็ยังไม่รู้ทันใดนั้นภายในเมืองชิงตงก็เกิดความโกลาหล บุคคลมากมายในชุดดำมีรูปดวงจันทร์ที่กลางหลัง ต่างพากันวิ่งวุ่นวายไปทั่วทั้งเมือง พวกมันต่างเข้าออกร้านขายยาเป็นว่าเล่น แม้แต่โรงหมอเองพวกมันก็เข้าไป เรื่องการหาหญ้าหางหนูของสมาคมจันทราโด่งดังไปทั่วทั้งเมือง จนพวกพ่อค้าหัวหมอเริ่มเพิ่มราคาของมันทีละเล็กทีละน้อย จนราคาของมันดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเพียงกรัมละไม่กี่เหรียญทองแดง กลายเป็นกรัมละหนึ่งเหรียญเงินทันที จนพรรคใหญ่หลายพรรคเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของสมาคมจันทรา ณ สำนักเทพกระบี่ ซุนหวังเหว่ยกำลังนั่งดีดกู่เจิงภายในศาลากลางสระบัว ทันใดนั้นก็ปรากฏชายในชุดดำ มานั่งคุกเข่าที่เบื้องหน้าทันที “นายท่าน!” ซุนหวังเหว่ยยังคงดีดกู่เจิงโดยไม่หันไปมองชายชุดดำแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมาอย่างเชื่องช้า “ได้ข่าวอย่างไร?” “เรียนเจ้าสำนัก สมาคมจันทรากำลังไล่คว้านซื้อหางหางหนูไปทั่วทั้งเมือง จนราคาของมันยามนี้สูงถึงยี่สิบเหรียญเงินต่อกรัม ไม่เพียงเท่านั้นยังให้คนงานออกตามหามันอีกในระยะสิบลี้ สาย” “ตึ้งง!!” สายกู่เจิงขาดแยกออกจากกันจนเกิดเสียงดังสนั่น นิ้วของซุนหวังเหว่ยนิ่งค้างไม่เคลื่อนไหว ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในทันที “ในคลังโอสถสำนักมีหญ้าหางหนูอยู่เท่าไร” ชายในชุดดำผงกศีรษะพร้อมกับตอบทันที “มีไม่ถึงสิบกรัม นายท่านต้องการให้เอาไปขายหรือไม่” ซุนหวังเหว่ยลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ “หากสมาคมจันทราต้องการมัน ย่อมแสดงว่าพวกมันต้องได้สูตรยาบางอย่าง และมีความเป็นไปได้ที่หญ้าหางหนูเป็นตัวยาที่สำคัญในการปรุงแต่ง...จงถ่ายทอดคำสั่งข้า! จงไปเกณฑ์ศิษย์สำนักที่มีฝีมือ ออกไปค้นหาหญ้าหางหนูภายในระยะยี่สิบลี้ ผู้ใดไม่ได้มันกลับมาจะไม่ได้ยาเพิ่มลมปราณประจำเดือน! ไปได้!!” ชายชุดดำผงกศีรษะรับ พร้อมกับหายตัวไปในทันที ไม่เพียงแต่สำนักเทพกระบี่เท่านั้น ที่ส่งเหล่าลูกศิษย์ออกไปค้นหาหญ้าหางหนู แม้แต่พรรคใหญ่ๆ อีกหลายพรรค ต่างก็ส่งศิษย์ของตนเพื่อไปค้นหามัน จนทั่วทั้งเมืองชิงตงและป่ารอบเมืองในระยะหลายสิบลี้ เต็มไปด้วยผู้คนที่ออกตามหาหญ้าหางหนู จนบางครั้งเกิดการต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงมันณ สมาคมการค้าจันทรา เนี่ยฟงในร่างของถังต้าเหลียน กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่ล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ที่วุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมือง ในขณะนั้นเองที่หูเกอได้ใช้ให้คนงาน นำหม้อปรุงยาหยกขนาดใหญ่ พร้อมแกะสลักลวดลายที่สวยงามมาวางอยู่เบื้องหน้า อีกทั้งยังมีกล่องหีบหยกที่ส่งคลื่นพลังความร้อนออกมาไม่ขาดสาย ทำให้รู้ทันทีว่าด้านในคือแก่นอสูรธาตุไฟอย่างแน่นอน และด้วยความร้อนที่มันส่งออกมา ระดับของมันย่อมไม่ต่ำกว่าขั้นก่อกำเนิด“เท่าไร?” เนี่ยฟงพูดเพียงสั้นๆ พร้อมกับจิบน้ำชา ด้วยเงินของเขาที่มีมากถึงหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึงทอง เขาต้องการเครื่องมือในการปรุงโอสถที่ดีที่สุด หูเกอแย้มยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงหู พร้อมกับเอ่ยออกมาในทันที “ทั้งหมด...ท่านไม่ต้องจ่ายแม้แต่ตำลึงเดียว!” “ปัง!!” เสียงฝ่ามือทุบลงบนโต๊ะดังสนั่น จนทำให้สายตามากมายจับจ้องมาที่ถังต้าเหลียน พร้อมกับเสียงที่แหบพร่าที่พูดออกมาด้วยความรวดเร็ว “เจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่ใช่หรือไม่!! หรือว่าเจ้าต้องการจะผูกหนี้น้ำใจกับข้า?” ความโกรธเคืองปรากฏขึ้นอยู่ที่ใบหน้า ขนคิ้วที่ขาวโพลขมวดเข้าหากันจนแทบติด เนี่ยฟงไม่ต้องการเป็นหนี้น้ำใจกับสมาคมการค้าอีก จึงตั้งใจจะจ่ายมันทั้งหมด ทั้งใดนั้นเองที่หูเกอรีบอธิบายออกมาทันที ด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล “พี่ต้าเหลียนโปรดใจเย็นลงก่อน...ถ้าท่านต้องการเยี่ยงนั้นข้าย่อมไม่ปฏิเสธท่าน ข้าขอเวลาคิดราคามันชั่วครู่ อืม~ม! หม้อปรุงโอสถหยกสองใบก็สองพันสี่ร้อยตำลึงทอง ส่วนแก่นอสูรธาตุไฟปราณก่อกำเนิดสองก้อนก็หนึ่งพันหกร้อยตำลึงทอง รวมั้งหมดก็สี่พันตำลึงทองพอดี” ดวงตาของเนี่ยฟงพลันเบิกกว้าง น้ำชาที่หอมกรุ่นแทบทะลักออกจากปาก ด้วยราคาที่หูเกอพูดออกมา ทำให้เขาต้องฝืนกลืนชาในปากดัง “เอื๊อก!!” ในขณะนั้นเองที่หูเกอก็พูดต่อทันที “ในตอนแรกข้าไม่ได้ตั้งใจจะเก็บเงินพี่ต้าเหลียนแม้แต่ตำลึงเดียว ด้วยเม็ดยาระดับสิบที่ท่านจะนำมาร่วมประมูลด้วยแล้ว ยังแบ่งปันเงินที่ขายได้กับสมาคมถึงครึ่ง ข้าจึงไม่กล้าจะขายของพวกนี้ให้แก่ท่าน เพื่อเป็นน้ำใจให้แก่ท่าน แต่เมื่อท่านต้องการจะจ่ายมัน เช่นนั้นข้า....” “เป็นเช่นนี้นี่เอง! เช่นนั้นข้าจะรับน้ำใจเจ้าไว้” เนี่ยฟงรีบร้อนพูดออกมาทันที ก่อนที่หูเกอจะทันพูดจบ ด้วยจำนวนเหรียญทองถึงสี่พันตำลึง ไหนเลยที่เนี่ยฟงจะหามาจ่ายได้ เมื่อหูเกอได้ยินดังนั้นมันก็แย้มยิ้มทันที “ขอบคุณพี่ต้าเหลียนที่รับน้ำใจครั้งนี้ ข้ามั่นใจว่ายาระดับสิบของท่านต้องสร้างกำไรให้กับสมาคมจันทราอย่างมหาศาล กับสิ่งของเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ข้ายังคิดว่ามันน้อยเกินไปสำหรับท่าน” ในขณะที่หูเกอกำลังประจบประแจงเนี่ยฟงจนออกนอกหน้า ทันใดนั้นเสมียนชายที่หูเกอให้ไปดูวิหคสายฟ้าก็กลับมาทันที เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้น จึงเอ่ยถามออกไป “วิหคสายฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เสมียนชายประสานมือคำนับถร้อมกับกล่าวออกมาทันที “มันล้วนสบายดี ไม่ปรากฏบาดแผลใดๆ บนเรือนร่างของมัน” เนี่ยฟงผงกศีรษะอย่างเชื่องช้าพร้อมแย้มยิ้ม แต่ใบหน้าของหูเกอนั้นกลับปรากฏเม็ดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วใบหน้า พลางคิดในใจว่าถังต้าเหลียนรู้ได้อย่างไร จนความงุนงงปรากฏขึ้นที่ใบหน้า ทันใดนั้นเนี่ยฟงก็พูดออกมาทันที “ในตอนแรกเจ้ากับเสมียนไปต้อนรับข้าที่ทางเข้า แต่เมื่อยามกลับเข้ามาเจ้ากลับเข้ามาเพียงผู้เดียว ย่อมหมายความว่าเจ้าใช้ให้เสมียนชายไปตรวจดูวิหคสายฟ้า ข้าพูดถูกหรือไม่?” หูเกอผงกศีรษะรับพร้อมกับใบหน้าที่สำนึกผิด ในขณะนั้นเองเหล่าคนงานที่ออกไปตามหาหญ้าหางหนูก็กลับมาทันที บนเรือนร่างของพวกมันล้วนปรากฏบาดแผลน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ราวกับพึ่งผ่านศึกสงครามในสนามรบ “แฮกๆ ! ท่านหูเกอ นี่คือหญ้าหางหนู...หนึ่งร้อยกิโลกรัม...ไม่ขาด...ไม่เกิน แฮกๆ!!” คนงานหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พร้อมกับหยิบยื่นแหวนมิติส่งให้ เมื่อหูเกอเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามออกไปทันที “พวกเจ้าไปทำอะไรมา...ทำไมถึงมีบาดแผลมากมายถึงเพียงนี้?” “พวกข้าถูกดักซุ่มโจมตีจากกลุ่มคนชุดดำ พวกมันตั้งใจจะปล้นชิงหญ้าหางหนูจากพวกข้า แต่โชคดีที่พวกข้าสามารถหนีรอดมาได้ ในยามนี้สำนักและพรรคใหญ่ทั่วทั้งเมือง กำลังออกตามหาหญ้าหางหนูอย่างบ้าคลั่ง ไม่เพียงแต่ในเมืองเท่านั้นแม้แต่นอกเมืองระยะหลายสิบลี้ ยังมีกลุ่มอีกจำนวนมากออกค้นหามัน จนราคาของหญ้าหางหนูตอนนี้ สูงถึงสามสิบเหรียญเงินต่อกรัมเลยทีเดียว” หูเกอรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะสั่งให้คนงานทั้งหมดที่ได้รับบาดเจ็บไปรักษาตัว เมื่อยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาทั้งสองข้างก็พลันเบิกออกทันที พร้อมกับหันไปมองถังต้าเหลียน ที่กำลังตรวจดูหม้อปรุงโอสถอย่างพิถีพิถัน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนมาจากเขาเพียงผู้เดียว ราคาของหญ้าหางหนูสูงลิ่วจนเป็นปรากฏการณ์ ที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ หากไม่มีหมอเทวดาผู้นี้ต้องการมัน มีหรือที่จะมีค่าถึงเพียงนี้ เพียงแค่หญ้าหางหนูที่อยู่ในแหวนมิติที่มีกว่าถึงหนึ่งร้อยกิโลกรัม หากตีเป็นจำนวนเงินตำลึงย่อมเป็นมูลค่ามหาศาล
*หมายเหตุ คำที่ขีดเส้นใต้*กู่เจิง = เครื่องดนตรีแบบดั้งเดิมของจีน เป็นเครื่องดนตรีสาย ใช้มือดีดให้เกิดเสียง ข้อมมูลจาก วิกิพีเดีย https://th.wikipedia.org/wiki/กู่เจิง