หญิงสาวร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลริน กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงโดยมีแบ้งค์นั่งมองเงียบๆเธอจึงมีเวลาหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อนและสามารถเชื่อมโยงเื่ต่างๆเข้าด้วยกันมองสบตาแบ้งค์เหมือน้าคำตอบ
“เราได้รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลกแจ้งว่านิลเมาอยู่ในผับคนเดียวกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงให้เรามารับนิลกลับบ้าน”แบ้งค์กล่าว
“แล้วเขารู้จักเบอร์แบ้งค์ได้อย่างไร”นิลทำท่าสงสัย
“เขาบอกว่าค้นหาเบอร์จากโทรศัพท์ของนิลที่แบตกำลังจะหมด”
”พอเรามาถึงผับก็ไม่เจอนิลผู้ชายคนหนึ่งพาเราเข้ามาในห้องนี้ และนิลนอนอยู่บนเตียง เสื้อผ้าเกลื่อนห้องเราไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จึงเขย่าตัวนิลเพื่อเรียกให้ตื่น นิลยังไม่ทันรู้สึกตัวดีพี่พีก็เข้ามาซะก่อน”
“แล้วนิลมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”แบ้งค์ถามออกมาด้วยความมึนงง
“มะปรางโทรหาเราบอกว่าพี่พีอยู่ที่นี่กับผู้หญิงคนหนึ่งและกำลังพากันเข้าห้อง..เขาบอกให้เรารอก่อนเพื่อให้เพื่อนผู้หญิงเอากุญแจมาให้แล้วเราก็ดื่มเหล้าที่เขาส่งให้ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แบ้งค์มาเขย่าตัว’
“มัน้าให้นิลกับพี่พีแตกหักกัน”แบ้งค์รีบลุกขึ้นโดยเร็ว น้ำเสียงเริ่มมีอารมณ์
“ไปกันเถอะนิลแบ้งค์จะพานิลไปค้นหาความจริง” แบ้งค์พูดเสียงเข้ม
“อย่าไปเลยแบ้งค์ถึงรู้ไปก็คงไม่ช่วยอะไรขึ้นมา ตอนนี้เราอยากพักผ่อน” นิลคว้าแขนแบ้งค์ไว้ชายหนุ่มจึงช่วยพยุงตัวเธอ
-ผับ-
หลังจากที่ชายหนุ่มพรวดพราดออกไปกะทันหันแล้วกลับเข้ามาในเวลาต่อมา ชายหนุ่มเอาแต่นั่งดื่มเหล้าขวดต่อขวดโดยไม่สนใจใคร ดวงตาวาวโรธ แดงก่ำ เคน ทอม อเลกซ์ นั่งมองพีระด้วยความสงสัยไม่มีใครกล้าตอแยในเวลานี้ ด้วยรู้ว่าชายหนุ่ม คงมีเื่อะไรในใจอย่างรุนแรง จนผับปิดพีระเริ่มเมา และควบคุมตัวเองไม่ไหว ก้มหน้าซบลงกับฝ่ามือแววตามีน้ำตาไหลริน เพื่อนต่างมองสบตากันอย่างสงสัย
“พี ระบายให้พวกกูฟังได้นะโว้ย อย่าเก็บไว้คนเดียว” เคนพูดขึ้นมา
“พวกกูเห็นมึงเป็แบบนี้ แล้วแม่งไม่สบายใจเลยวะ” ทอมเสริมอีกคน
“มึงเป็ไร บอกกูสิเพื่อน” อเล็กซ์โพล่งขึ้นมาอีกคน
“กู กับ นิล เราเลิกกันแล้ว”
“อ้าวเฮ้ย เกิดอะไรขึ้น”
“นิลแม่งเลวมันกับไอ้แบ้งค์สวมเขาให้กู”
“ใจเย็นดิวะค่อยๆคิด มันอาจไม่เป็อย่างที่มึงคิดก็ได้”
“กูเห็นกับตาแล้วจะให้คิดยังไงวะ”
“จบแล้วโว้ยพอกันทีผู้หญิงอย่างนิล” ทุกคนหันมาสบตากันแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมา กลัวทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดกว่าเดิม
-มหาวิทยาลัย-
หมดชั่วโมงเรียน แบ้งค์ยืนรอนิลตรงประตูทางออก และพาหญิงสาวไปดักรอใครบางคนที่หน้าคณะนิเทศน์ รออยู่สักพักจนเจอมะปรางเดินออกมากับเพื่อนจึงรีบตรงไปหาหญิงสาว
“มะปรางเรามีเื่ต้องคุยกัน”แบ้งค์พูดเสียงดังด้วยความโมโห นักศึกษาคนอื่นมองตามด้วยความสนใจ
“ไปคุยกันทั้งนั้น” มะปรางรีบเดินนำหน้าไปยังมุมลับตา
“บอกความจริงมาว่าเธอทำอะไรลงไป”
“ฉันก็ทำให้พวกแกสองคนสมหวังกันนะสิแกน่าจะขอบใจฉันนะแบ้งค์”
“เธอยอมรับว่าเป็ฝีมือเธอใช่ไหม” นิลคาดคั้นเอาคำตอบ
“แล้วเป็ไงละพี่พีเคยเชื่อใจเธอไหมไหม เค้ายังไม่ถามเธอซักคำผู้ชายแบบนี้เหรอที่เธอจะฝากชีวิตเอาไว้” มะปรางย้อนถามเสียงดัง
“เธอต้องไปบอกความจริงกับพี่พี”แบ้งค์บีบแข็นมะปรางและเพิ่มแรงกดลงไป
“ ปล่อย..ฉันเจ็บ….อยากพูด ก็ไปพูดเองเลยสิ” พูดจบมะปรางสะบัดแขนอย่างแรงและรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
แบ้งค์ทำท่าจะวิ่งตามไปนิลรีบคว้าแขนชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว “พี่พีกำลังเข้าใจนิลผิด ผมจะพามะปรางไปยืนยัน”
“พอเถอะแบ้งค์อย่างทำให้อะไรๆมันยุ่งยากกว่านี้เลย ความจริงซักวันมันต้องปรากฏจริงอย่างที่มะปรางพูด คนสองคนแค่รักกันอย่างเดียวไม่พอหรอกมันต้องไว้ใจและเชื่อใจกันด้วย กี่ครั้งแล้วที่พีพีตัดสินเราจากอารมณ์ชั่ววูบให้เราเจ็บวันนี้อาจเป็ทางเลือกที่ดีกว่า”
“แต่เธอต้องเลิกกับพี่พีแบบเข้าใจผิด”เธอทนได้เหรอ
“มันไม่ใช่แค่เื่นี้เื่เดียวหรอกพี่พีแอบมีใครคนอื่นนอกจากฉัน”
“ความรักของเรามันคงสุดทางแล้วฉันจะปล่อยวางและลืมทุกอย่างต่อจากนี้ เธอช่วยเป็กำลังใจให้ฉันละกัน”
“ได้สิฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง” พร้อมคว้าตัวหญิงสาวมากอดไว้
ภาพที่ชายหญิงสองคนกอดกันหาได้รอดพ้นสายตาของพีระและเคน ทั้งสองพากันเดินมาสูบบุหรี่บริเวณนี้โดยไม่ทันเห็นมะปรางที่วิ่งไปอีกทางพีระขบกรามแน่น มือกำแน่น แววตาเคียดแค้น จึงเดินพรวดไปหานิล
“อยาก..ขณะนี้แม่งทำไมไม่พาเข้าโรงแรมเลยวะ”
“นี่มันมหาลัยนะเคารพสถานที่กันหน่อย” พีระทำหน้าดูถูกทั้งคู่
หญิงสาวตกตะลึงไม่คิดว่าพีระจะดูถูกตนเองมากอย่างนี้ คำพูดที่สวนไปจึงเจ็บแสบไม่แพ้กัน
“พี่อย่านึกว่าคนอื่นจะเป็เหมือนพี่”
“เธอว่าใครฉันทำอะไร” พีระตรงเข้ามาบีบต้นแขนหญิงสาวแบ้งค์ตรงเข้ากระชากแขนชายหนุ่มให้หลุดจากการเกาะกุม เคนรีบดึงตัวพีระออกจากหญิงสาว
“ถึงยังไงฉันก็ไม่แอบไปนอนกับเมียคนอื่นลับหลัง”
“พี่ว่าใครพูดอย่างนี้ผมกับนิลเสียหาย”
“มึงโง่จริงๆหรือโง่ั้แ่เกิดวะ กูพูดขนาดนี้แล้ว แม่งยังไม่สำนึก”
“พอเถอะแบ้งค์ไปกันเถอะ อย่ามีเื่กับพวกอัธพาลเลย” นิลรีบพาแบ้งค์เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าคิดมากเลยวะผู้หญิงเยอะแยะไปกันเถอะ"เคนตบบ่าให้กำลังใจเพื่อนและเดินกอดคอเพื่อนรักให้เดินออกไปจากตรงนั้น
นิลยังใช้ชีวิตปกติไปเรียนหนังสือและกลับบ้านเหมือนทุกๆวัน โดยหญิงสาวพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอพีระแต่ยังรับรู้ข่าวคาวของพีระอยู่เสมอ ตอนนี้ชายหนุ่มควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เที่ยวผับดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ยังคงใช้ชีวิตตามใจตนเองเหมือนก่อนเจอนิล
วันนี้หญิงสาวเลิกเรียนค่ำเพราะทำโปรเจคร่วมกับเพื่อนๆท้องฟ้ามืดครึ้มฝนกำลังตก เธอจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหลบอยู่ใต้ตึกกวาดตามองรอบๆมีนักศึกษาชายหญิงนั่งอยู่กันหลายคน เธอจึงอุ่นใจนั่งรอเพื่อให้ฝนหยุดตกสักครู่นักศึกษาชายกลุ่มใหญ่เดินผ่านเสียงพูดคุยดังแว่วมาแต่ไกลจวบจนเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้และหยุดตรงโต๊ะหินอ่อนข้างๆเธอเสียงพูดคุยจึงหยุดอัตโนมัติ หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมอง
พบเ้าของดวงตาคมเข้มจ้องมองมายังเธอหญิงสาวเกิดความรู้สึกประหม่าใจเต้นแรงเร็วเป็อย่างนี้ทุกครั้งแม้แต่ยามที่เพื่อนเอ่ยชื่อพีระให้ได้ยิน เธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึก แววตาที่มองออกไปจึงไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาลอบมองชายหนุ่มเงียบๆ ”พี่พีดูผอมลงไปนิดหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นดูหม่นหมอง อ้างว้าง”หญิงสาวคิดในใจ
ชายหนุ่มยืนนิ่งหัวใจสั่นไหวประหลาดด้วยไม่ได้เจอหญิงสาวเป็เวลาเกือบเดือน ความรู้สึกสับสนปนเป ทั้งรักทั้งแค้น ภาพเธอยังชัดในความทรงจำแม้ยามหลับและตื่นพยายามทดแทนโดยมีคนอื่นหลายต่อหลายคนก็ไม่สามารถทดแทนเธอได้ โลกทั้งใบดูหน้าเบื่อ เมื่อพบกันอีกครั้งในวันนี้ความรู้สึกเก่าๆมันตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่รอช้าเขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก้าวพรวดเดียวจึงถึงตัวหญิงสาวคว้าข้อแขนและรีบจูงมือเธอออกไปท่ามกลางสายฝน
“เฮ้ยทำไรของมันวะ”
“มันปากแข็งอย่างนั้นเองพอเห็นเค้าจริง แม่งอ่อนไหว”
“แล้วมันพาเธอไปไหนวะ”
“มึงอยากรู้มึงก็ตามไปดิ”