“บาปที่แท้จริงคือการปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ แบกน้ำหนักของผู้มีความผิดและวันนี้น้ำหนักนั้น กำลังถูกส่งคืนสู่เ้าของที่แท้จริง”
"คำโกหกพูดมานาน นานจนบางคนคิดว่านั่นคือความจริงนานจนแม้แต่คนที่เกี่ยวข้องเริ่มสงสัยตัวเอง
แต่คำโกหกนานแค่ไหนก็ยังคือคำโกหก มันไม่มีราก มันยืนอยู่ไม่ได้มันแค่รอให้มีคนหนึ่ง เปิดปากเรียกชื่อมัน
วันนี้มีคนเปิดปากแล้ว ไม่ใช่เพราะวันนี้กล้ากว่าเมื่อวานแต่เพราะวันนี้ในที่สุดมีคน ให้เหตุผลแก่เขาในการพูด
เหตุผลนั้นเรียกว่า ชื่อที่สองคนบริสุทธิ์แบกไว้นั้นหนักเกินไปมานานแล้ว นานเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้"
☽ สามวันระหว่างนั้น ☽
พระราชวังหรงเฉาวันที่สิบเก้าถึงยี่สิบเอ็ด
สามวันระหว่างการพบกับลี่เหวยข้าและการนัดพบกับอัครมเหสีเฟิงซื่อหยินนั้นไม่ใช่วันว่าง
สามวันที่พระราชวังหรงเฉาในรัชกาลเทียนหรงนั้นมีเื่ที่ต้องจัดการไม่ขาดสาย
วันแรก วันที่สิบเก้า
เฉินหยานออกพระราชกฤษฎีกาสองฉบับในตอนเช้าฉบับแรกเกี่ยวกับการส่งทหารเสริมไปยังชายแดนเหลียนหยางภายใต้การนำของนายพลจ้าวหยุนเฉาฉบับที่สองเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านที่ถูกเผา
ทั้งสองฉบับถูกประกาศในที่ประชุมเช้าต่อหน้าเสนาบดีทุกคน
เฝิงต้าหยวน เสนาบดีาดูพอใจกับฉบับแรกแต่ขมวดคิ้วกับฉบับที่สองเพราะงบช่วยเหลือมาจากกองทุนของกรมาส่วนหนึ่ง
เซียวจ้านหยูไม่ได้รับเชิญเข้าประชุมในวันนั้นแต่รายงานจากหลิงเซวียนที่บอกเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประชุมมาถึงเขาใน่บ่าย
ระหว่างนั้นเขาดำเนินการสืบสวนลับสามแนวพร้อมกันแนวแรกคือตรวจสอบบัญชีของตระกูลเหอโดยละเอียดจากข้อมูลที่ฮวนเจิ้งส่งมาแนวที่สองคือสืบหาชะตากรรมของคนรับใช้ที่อยู่ในห้องบรรทมพระเ้าแผ่นดินพระบิดาคืนนั้นและแนวที่สามคือรวบรวมพยานทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่และอาจรู้เห็นบางอย่าง
งานที่สามแนวนั้นนำโดยอิงหลานและเหลยจันโดยเซียวจ้านหยูดูแลภาพรวม
วันที่สอง วันที่ยี่สิบ
ตำหนักหรงหัว เช้า
หลิวฮุ่ยเยินรับข้อมูลจากหวังเหมยเหลียน
เหมยเหลียนไม่ได้บอกมากแค่บอกว่าเซียวจ้านหยูไม่ได้มีการพบปะกับใครในฝ่ายในเป็พิเศษและดูเหมือนจะไม่สนใจเื่ของฝ่ายในมากนัก
แต่นางบอกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฮุ่ยเยินนิ่งไปสักพัก
"สิ่งที่ท่านหญิงน่าจะสังเกตคือ" เหมยเหลียนพูดเมื่อทั้งสองนั่งอยู่ในสวนของตำหนักหรงหัวอย่างเป็ทางการราวกับว่าเป็การเยี่ยมเยียนธรรมดา "หยูกั๋วกงนั้นไม่สนใจอะไรในพระราชวังนอกจากฝ่าา"
"หมายความว่าอะไร"
"หมายความว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานส่วนตัวที่จะใช้เป็จุดอ่อนได้เพคะ" เหมยเหลียนพูดเบาๆ "สิ่งเดียวที่เขาห่วงคือฝ่าาถ้าท่านหญิง้าโน้มน้าวเขาด้วยสิ่งใด ต้องผ่านทางนั้น"
ฮุ่ยเยินมองเหมยเหลียนประเมินสิ่งที่ได้ยิน
"ท่านสังเกตเื่นี้ได้อย่างไร"
"ข้าอยู่ในพระราชวังมาสิบปีดูคนมาสิบปี"เหมยเหลียนพูดเรียบๆ "บางอย่างเห็นได้เองโดยไม่ต้องสืบ"
"คนนี้ไม่ธรรมดา"
ฮุ่ยเยินคิดเื่นั้นอยู่นานหลังจากที่เหมยเหลียนกลับไปแล้ว
ตำหนักชิงหยุน บ่าย
เฟิงซื่อหยิน อัครมเหสีฝ่ายซ้ายไม่ได้นอนหลับดีมาหลายคืน
ปวดหัวที่มาๆ หายๆั้แ่ต้นปีนั้นหนักขึ้นใน่นี้ นางรู้ว่าไม่ใช่โรคธรรมดา แต่นางไม่้าให้ใครรู้ว่านางไม่สบาย
เพราะในพระราชวังนี้ความอ่อนแอทางกายภาพคือจุดอ่อนที่คนอื่นจะใช้ประโยชน์ได้
"พระมเหสี" โถวจู่พูดเบาๆ "นายแพทย์ประจำตำหนักมาถวายยาแล้วเพคะ"
"เข้ามาได้"
แพทย์หยูเหมา อายุห้าสิบต้นๆแพทย์ที่รับใช้ตำหนักชิงหยุนมาเจ็ดปี มือที่ชำนาญและตาที่คมวางถุงยาลง
"อาการปวดหัวเป็ยังไงบ้างพะย่ะค่ะ"
"เหมือนเดิม" ซื่อหยินพูด
แพทย์หยูเหมาตรวจชีพจรอย่างระมัดระวังดวงตาที่สังเกต
"พระมเหสี" เขาพูดเบาๆ หลังจากนั้น "ข้าพระองค์มีสิ่งที่ต้องรายงานพะย่ะค่ะ"
"พูด"
"อาการของพระมเหสีนั้น ตรงกับสิ่งที่ข้าพระองค์อ่านในตำรายาพะย่ะค่ะแต่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม"
"ตรงกับอะไร"
แพทย์หยูเหมาลังเลเสี้ยวหนึ่งก่อนจะพูด
"ตรงกับอาการของคนที่ได้รับสิ่งแปลกปลอมในอาหารหรือน้ำดื่มเป็ระยะเวลานานพะย่ะค่ะ"
ซื่อหยินนิ่งดวงตาที่เปลี่ยนสีทันที
"ท่านกำลังบอกว่า—"
"ข้าพระองค์บอกว่าต้องตรวจสอบก่อนพะย่ะค่ะยังไม่แน่ใจ"แพทย์หยูเหมาพูดระมัดระวัง "แต่ถ้าพระมเหสีทรงอนุญาต ข้าพระองค์้านำตัวอย่างอาหารและน้ำดื่มในตำหนักไปตรวจพะย่ะค่ะ"
"ทำได้" ซื่อหยินพูดเสียงที่ราบเรียบทั้งที่มีพายุอยู่ข้างใน
นั่นคือเหตุผลที่นางส่งสารขอพบเซียวจ้านหยู
เพราะถ้าสิ่งที่แพทย์หยูเหมาสงสัยนั้นจริงมีคนกำลังวางยานางอยู่
และนางไม่รู้ว่าจะไว้วางใจใครในพระราชวังนี้ได้ยกเว้นคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
วันที่สาม วันที่ยี่สิบเอ็ด
ห้องพักของหยูกั๋วกง เช้า
รายงานจากอิงหลานมาถึงในตอนเช้าตรู่
เซียวจ้านหยูอ่านสองรอบ วางลง
"พบสิ่งที่้า"
"บางส่วน" อิงหลานพูด "คนรับใช้ในห้องบรรทมพระองค์ก่อนมีอยู่สี่คนสามคนเสียชีวิตภายในสามปีหลังเหตุการณ์ คนที่สี่ยังมีชีวิตอยู่"
"อยู่ที่ไหน"
"อยู่ที่บ้านพักคนเฒ่าที่กรมราชสำนักจัดไว้พะย่ะค่ะเขาอายุแปดสิบแล้ว ชื่อ เถาชิงฝู เกษียณมาสิบสองปี"
"ไปพบเขาวันนี้"
"อย่างระมัดระวัง" อิงหลานพูด "ถ้ามีคนสังเกต—"
"ไปในฐานะผู้ตรวจสุขภาพคนชราในโครงการของกรมราชสำนักมีอยู่จริง"เซียวจ้านหยูพูด
อิงหลานพยักหน้า แล้วหยุด
"มีอีกอย่าง"
"อะไร"
"ฮวนเจิ้งส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาเื่บัญชีตระกูลเหอ"
อิงหลานวางรายงานเพิ่มลงบนโต๊ะ
เซียวจ้านหยูอ่านดวงตาที่หยุดที่บรรทัดหนึ่ง
บรรทัดที่ระบุการโอนเงินจำนวนมากจากตระกูลเหอไปยังบัญชีกลางที่ไม่มีชื่อผู้รับใน่หกเดือนก่อนที่จักรพรรดิซวนหวางจะสิ้นพระชนม์
"นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ"
☁ ตำหนักชิงหยุนและดอกบัวในโคลน ☁
ตำหนักชิงหยุนบ่ายของวันที่ยี่สิบเอ็ด
เซียวจ้านหยูเข้าไปในฝ่ายในผ่านทางที่เขาวางแผนไว้แต่งตัวเป็ผู้ช่วยแพทย์ผมสั้น หน้าที่แต่งให้ดูอายุมากกว่าความเป็จริง
ทางเข้าด้านเหนือของตำหนักชิงหยุนที่แพทย์ใช้นั้นตรงไปตรงมามีทหารยามอยู่แค่คู่เดียว และโถวจู่ยืนรอที่ประตูข้างใน
"ตามข้ามาขอรับ" โถวจู่พูดเบา
เซียวจ้านหยูเดินตามสังเกตทุกอย่างตามนิสัย จำนวนนางสนม การจัดวางห้อง ทางออก ทางเข้าจุดที่มองเห็นได้ชัดและจุดที่ซ่อนได้ดี
เฟิงซื่อหยิน นั่งอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัวไม่ใช่ห้องรับแขกทางการ
นางอายุยี่สิบสี่แต่ดูเหนื่อยกว่านั้นใบหน้าที่เคยสวยงามดูซีดลง ดวงตาที่ยังคมอยู่แต่มีรอยเหนื่อยล้าสะสม
เมื่อเห็นเซียวจ้านหยู นางตรงมาที่จุดสำคัญทันทีไม่เสียเวลากับพิธีกรรม
"ขอบคุณที่มา" นางพูด เสียงที่ระวังแต่ตรง
"ท่านส่งสารมาขอพบข้า" เซียวจ้านหยูพูด "ข้าจะไม่ถามว่าทำไมท่านจะบอกเองเมื่อพร้อม"
ซื่อหยินมองเขาสักพักดูเหมือนจะประเมินว่าเชื่อได้แค่ไหน
"ท่านกุนซือรู้จักแพทย์หลวงระดับสูงไหม" นางถามตรง
"รู้จัก"
"ไม่ใช่แพทย์หลวงประจำตำหนักนะพะย่ะค่ะแต่แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในเื่ยาพิษ"
เซียวจ้านหยูนิ่งสักครู่ดวงตาที่คมขึ้น
"ท่านคิดว่าตัวเองถูกวางยา"
ซื่อหยินไม่ตอบทันทีมองโถวจู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
โถวจู่พยักหน้าเล็กน้อยสัญญาณที่บอกว่านางเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านหญิงกำลังจะพูด
"แพทย์ประจำตำหนักสงสัยว่าใช่" ซื่อหยินพูด "ข้าปวดหัวมาสี่เดือนรักษาแล้วดีขึ้นชั่วคราวแล้วก็กลับมาแพทย์หยูเหมาบอกว่าอาการตรงกับการได้รับสิ่งแปลกปลอมสะสม"
"ท่านบอกใครอีกไหม"
"ไม่มี นอกจากโถวจู่" ซื่อหยินพูด
"ดี" เซียวจ้านหยูพูด "ท่านทำถูกแล้วที่ไม่บอกเพราะถ้าคนที่วางยาท่านรู้ว่าท่านรู้ ท่านจะอยู่ในอันตรายมากขึ้น"
"นั่นแหละที่ข้ากังวล" ซื่อหยินพูดดวงตาที่แสดงให้เห็นความกลัวที่นางพยายามซ่อน "ข้าไม่รู้ว่าใครทำและไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร"
"ข้าพระองค์จะส่งแพทย์คนหนึ่งมาตรวจท่านพะย่ะค่ะคนที่ท่านไว้วางใจได้ ไม่ใช่แพทย์ในระบบปกติ"
"ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่ท่านส่งมาไว้วางใจได้"
"เพราะข้าพระองค์เลือกเอง" เซียวจ้านหยูพูดตรง
ซื่อหยินมองเขา ดวงตาที่ประเมิน
"ท่านกุนซือ ข้าต้องถามตรงๆ" นางพูด "ทำไมท่านถึงยอมช่วยข้าไม่ใช่คนที่ท่านมีเหตุผลจะช่วยตระกูลเฟิงอยู่ฝ่ายที่ไม่ใช่พันธมิตรของท่าน"
เซียวจ้านหยูมองนาง
"ถ้ามีคนกำลังวางยาสนมในพระราชวังนั่นไม่ใช่แค่ปัญหาของท่าน มันเป็ปัญหาของพระราชวังทั้งหมดและถ้าปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นโดยที่ข้าพระองค์รู้แต่ไม่จัดการข้าพระองค์ก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งที่มีอยู่"
ซื่อหยินนิ่งกับคำตอบนั้น
"ท่านตอบในแบบที่น่าเชื่อถือมาก" นางพูดช้าๆ
"ข้าตอบความจริง"
"รู้" นางพูด เสียงที่เบาลง "นั่นแหละที่ทำให้น่าเชื่อถือ"
เซียวจ้านหยูถามคำถามที่ตรงและรวดเร็วอาหารและน้ำดื่มมาจากไหน มีใครเข้าออกห้องครัวของตำหนักบ้างมีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรใน่สี่เดือนที่ผ่านมา
ซื่อหยินตอบทุกคำถาม
และในตอนท้าย นางพูดบางสิ่งที่เซียวจ้านหยูไม่ได้คาดว่าจะได้ยิน
"ท่านกุนซือ" นางพูด เสียงที่ต่ำ "ข้ามีข้อมูลที่ท่านน่าจะสนใจไม่ใช่เพื่อแลกเปลี่ยน แต่เพราะคิดว่าท่านควรรู้"
"พูดมา"
"พ่อข้า" นางพูด "เสนาบดีกรมา เฝิงต้าหยวนมีการประชุมลับกับเหอเทียนเฉิงสองครั้งในสองเดือนที่ผ่านมาพะย่ะค่ะข้าทราบเพราะพ่อข้าคุยกับข้าทุกอย่างเสมอมา แต่สองครั้งนั้นเขาไม่ได้บอกและข้าก็ไม่กล้าถาม"
"ท่านคิดว่าพ่อท่านรู้เื่ที่เกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า"
ซื่อหยินเงียบนาน
"ข้าไม่รู้" นางพูดในที่สุดเสียงที่เ็ปเล็กน้อย"และนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด"
"ความรักพ่อลูกจนถึงขนาดนี้"
เซียวจ้านหยูออกจากตำหนักชิงหยุนในแบบที่เข้ามาเงียบ ไม่มีร่องรอย
แต่ในหัวนั้นมีชิ้นส่วนใหม่หลายชิ้นที่กำลังต่อกัน
เฝิงต้าหยวนประชุมลับกับเหอเทียนเฉิงสองครั้ง
ซื่อหยินไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางหรือไม่
และตระกูลสินค้าเหลียนที่เชื่อมระหว่างจูเหวินโจวกับเหอเทียนเฉิงนั้นยังเชื่อมต่อไปถึงเฝิงต้าหยวนด้วยหรือเปล่า
"กระดานหมากนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ"
???? บ้านพักคนเฒ่าและเถาชิงฝู ????
บ้านพักคนเฒ่า ย่านตะวันออก ยามเว่ย
อิงหลานไปพบเถาชิงฝูในฐานะเ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพพร้อมกับแพทย์หนุ่มที่เป็คนของเซียวจ้านหยู
บ้านพักคนเฒ่าของกรมราชสำนักนั้นเรียบร้อยและสะอาดมีสวนเล็กๆ ที่ผู้อยู่อาศัยช่วยกันดูแล กลิ่นของดอกมะลิและเสียงนกในยามบ่าย
เถาชิงฝู นั่งอยู่ที่ม้านั่งหินร่างกายที่แก่มากแต่ดวงตายังใส ผมขาวสนิทเหมือนหิมะ มือที่สั่นเล็กน้อยตามวัย
"ท่านเป็ใคร" เขาถามเมื่อเห็นอิงหลาน
"มาตรวจสุขภาพตามโครงการประจำปี" อิงหลานพูด นั่งลงข้างๆ
ขณะที่แพทย์ตรวจอิงหลานพูดคุยกับเถาชิงฝูอย่างเป็ธรรมชาติ เื่อากาศ เื่อาหารเื่ชีวิตในบ้านพัก
และค่อยๆนำบทสนทนาไปสู่สิ่งที่้า
"ท่านเคยรับใช้พระราชวังนานแค่ไหน" อิงหลานถาม
"สี่สิบสองปี" เถาชิงฝูพูด เสียงที่ภูมิใจ
"รับใช้ในส่วนไหน"
"ห้องบรรทมพระเ้าแผ่นดินส่วนใหญ่ั้แ่รัชกาลก่อนโน้น"
อิงหลานพยักหน้า
"ท่านเกษียณั้แ่อายุเท่าไหร่"
"หกสิบแปด" เถาชิงฝูพูด แล้วก็นิ่งดวงตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย "เกษียณพร้อมกับเหตุการณ์ที่ไม่อยากพูดถึง"
"เหตุการณ์อะไร"
"ปีที่ฝ่าาองค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์"
อิงหลานไม่พูดต่อทันทีให้เถาชิงฝูเป็คนเลือกว่าจะพูดต่อหรือไม่
ชายชราปรับตัวนั่งใหม่มองดอกไม้ในสวน
"ท่านรู้ว่าข้ามาเพราะอะไรจริงๆใช่ไหม" เถาชิงฝูพูดเสียงที่เบาและตรง
"รู้" อิงหลานพูดตรง
เถาชิงฝูพยักหน้าช้าๆ
"ข้ารอวันนี้มาสิบสองปีแล้ว" เขาพูด เสียงที่เหนื่อย "และข้าก็กลัวว่าวันนี้จะไม่มาถึงก่อนที่ข้าจะตาย"
"ท่านพร้อมจะพูดไหม"
"พร้อมมาตั้งนานแล้ว" เถาชิงฝูพูด "แต่้ารู้ก่อนว่าคนที่ส่งท่านมานั้น ใช้ข้อมูลที่ข้าให้ไปเพื่อความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อการเมือง"
"คนที่ส่งข้ามา้าความจริง" อิงหลานพูด "และ้าให้คนที่ตายอย่างไม่ยุติธรรมได้รับการล้างมลทิน"
เถาชิงฝูนั่งกับคำนั้น
จากนั้นก็เริ่มพูด
สิ่งที่เถาชิงฝูพูดนั้นใช้เวลาหนึ่งก้านธูป
เขาพูดช้าๆ ชัดเจนจำรายละเอียดได้แม่นยำน่าประหลาดใจสำหรับคนอายุแปดสิบบางทีความทรงจำที่เ็ปที่สุดนั้นฝังลึกกว่าความทรงจำอื่นๆ
เขาพูดว่าเขาเห็นอะไรในคืนนั้นได้ยินอะไร และเห็นใครเข้าออกห้องบรรทมพระเ้าแผ่นดิน
และชื่อที่เขาพูดตรงกับชื่อที่เฉินหยานบอกเซียวจ้านหยูและตรงกับสิ่งที่ลี่เหวยข้าบอกว่านางเห็น
"ชายชรานี้ คือกุญแจสำคัญ"
"ท่านปลอดภัยที่นี่ไหม" อิงหลานถาม
"ปลอดภัยพอสมควร" เถาชิงฝูพูด "ข้าไม่ได้บอกใครว่าข้ารู้อะไรทำตัวเป็คนแก่ธรรมดาดูเหมือนว่าคนที่้าปิดปากข้านั้นคิดว่าข้าไม่ได้เห็นอะไร"
"หรือคนที่้าปิดปากท่านนั้นไม่รู้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่"
เถาชิงฝูมองอิงหลาน
"นั่นอาจจะจริงก็ได้" เขาพูดเบา
"ข้าพระองค์จะจัดการให้มีคนดูแลท่านเพิ่มโดยที่ไม่เด่นเกินไป"
"ขอบคุณ" เถาชิงฝูพูด แล้วหยุด "ท่านสาว"
"ขอรับ"
"บอกคนที่ส่งท่านมาว่าสองเ้าชายนั้น ทั้งสองพระองค์ไม่ผิด คนที่ผิดไม่ได้อยู่ในพระราชวังในคืนนั้นแต่สั่งการจากนอกพระราชวัง"
อิงหลานนิ่งไปสักพัก
"ข้าจะบอก"
???? รายงานและการตัดสินใจ ????
ห้องเก็บหนังสือเย็นวันที่ยี่สิบเอ็ด
เซียวจ้านหยูนำข้อมูลทั้งหมดมารายงานเฉินหยานในตอนเย็น
เฉินหยานฟังทุกอย่างสีหน้าที่เรียบตลอด แต่เซียวจ้านหยูที่สังเกตเขามาสิบปีเห็นทุกอย่างที่ซ่อนอยู่
ตอนที่ได้ยินเื่เถาชิงฝูกล้ามเนื้อที่ขากรรไกรเกร็งเล็กน้อย
ตอนที่ได้ยินว่า "สองเ้าชายทั้งสองพระองค์ไม่ผิด" มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นขึ้นชั่วครู่แล้วคลาย
ตอนที่ได้ยินเื่ซื่อหยินและยาพิษที่สงสัยดวงตาที่เย็นลงทันทีเป็ดวงตาของจักรพรรดิที่รับรู้ว่ามีคนทำสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในพระราชวังของเขา
"ยาพิษในตำหนักชิงหยุน" เฉินหยานพูดเมื่อเซียวจ้านหยูพูดจบเสียงที่เย็นและชัด
"ยังไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบก่อน" เซียวจ้านหยูพูด "แต่ถ้าจริง—"
"ถ้าจริงมีคนกำลังทำร้ายสนมในพระราชวังของข้า" เฉินหยานพูด เสียงที่ต่ำ "และไม่ว่าข้าจะรู้สึกอย่างไรกับซื่อหยินนั่นเป็สิ่งที่ยอมรับไม่ได้"
"ข้าพระองค์จะส่งแพทย์ที่ไว้วางใจได้ไปตรวจพะย่ะค่ะและถ้าพบว่าจริง เราจะต้องหาคนทำโดยไม่ให้ใครรู้ว่ากำลังหา"
"ทำได้"
"พะย่ะค่ะ และเื่เถาชิงฝู" เซียวจ้านหยูพูด "เรา้าทั้งเขาและลี่เหวยข้าเป็พยานซึ่งหมายความว่าต้องปกป้องทั้งสองคน"
"จัดการได้"
"และเื่เฝิงต้าหยวนที่ประชุมลับกับเหอเทียนเฉิง"
เฉินหยานนิ่ง
"ถ้าเฝิงต้าหยวนเกี่ยวพันกับตระกูลเหอ" เขาพูดช้าๆ "แปลว่าตระกูลเฟิงและตระกูลหลิวที่ดูเหมือนจะร่วมมือกันอาจไม่ได้ร่วมมือกันเพราะ้าสิ่งเดียวกันแต่เพราะถูกตระกูลเหอจัดการให้ดูเหมือนร่วมมือกัน"
"ถ้าตระกูลเหอเป็คนจัดฉาก" เซียวจ้านหยูพูดต่อ "ทำให้ทั้งสองตระกูลที่ปกติไม่ลงรอยกันต้องเดินหมากในทิศทางที่เป็ประโยชน์กับตระกูลเหอนั่นคือกลยุทธ์ที่ซับซ้อนมาก"
"และถ้าซื่อหยินถูกวางยาอาจเป็การทำให้นางอ่อนแอลงเพื่อที่เมื่อตระกูลเฟิงสูญเสียอำนาจจะไม่มีคนในฝ่ายในที่สามารถต่อสู้แทนตระกูลเฟิงได้"
"ตระกูลเหอ้าทำลายทั้งสองตระกูลโดยใช้พวกเขาทำลายกันเอง" เฉินหยานพูดเสียงที่มีความชื่นชมในแบบที่เ็า
"และในขณะเดียวกันใช้เื่ชายแดนเพื่อดึงความสนใจออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูเพิ่ม
เฉินหยานนั่งกับทั้งหมดนั้น
"ท่านคิดว่าตระกูลเหอ้าอะไรเป็เป้าหมายสุดท้าย"
"ข้าพระองค์คิดว่ามีสองความเป็ไปได้พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "หนึ่ง้าเป็ตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดในราชสำนักโดยกำจัดตระกูลอื่นออกไป หรือสอง้าบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น สิ่งที่ตอนนี้เรายังไม่เห็น"
"และท่านคิดว่าเป็อย่างไหน"
"ข้าพระองค์คิดว่าเป็สองพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "เพราะถ้า้าแค่อำนาจในราชสำนักไม่จำเป็ต้องย้อนกลับไปเื่สิบสองปีก่อนการส่งบันทึกนั้นมาให้ข้าพระองค์บอกว่ามีองค์ประกอบที่เราไม่เข้าใจอีก"
เฉินหยานลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่างยืนมองออกไปที่สวนสนที่เริ่มมืดลงในแสงเย็น
"จ้านหยู"
"พะย่ะค่ะ"
"ท่านคิดว่าเราควรทำอะไรต่อไปในตอนนี้" เฉินหยานถามเสียงที่ไม่ใช่คำถามของจักรพรรดิถามที่ปรึกษาแต่เป็คำถามของคนหนึ่งที่ถามคนที่ไว้วางใจ
เซียวจ้านหยูคิดสักพัก
"ข้าพระองค์คิดว่าเราควรรอให้แผนการของตระกูลเหอเดินหน้าต่อพะย่ะค่ะไม่ขัดขวางโดยตรงในตอนนี้ แต่เตรียมรับมือในทุกทิศทาง"
"รอ"
"รอแต่ไม่ใช่นิ่งเฉยพะย่ะค่ะเรา้าหลักฐานที่แน่นกว่านี้ก่อนที่จะดำเนินการ เพราะถ้าตัดสินใจเร็วเกินไปอาจเปิดเผยว่าเรารู้ และทำให้พวกเขาซ่อนหลักฐานทันเวลา"
"แต่ถ้ารอนานเกินไปอาจเสียโอกาส"
"ใช่พะย่ะค่ะนั่นคือสิ่งที่ยากที่สุดในการตัดสินใจ รู้ว่าเวลาที่เหมาะสมอยู่ที่ไหน"
เฉินหยานพยักหน้า
"ท่านจะรู้" เขาพูด เสียงที่มั่นใจ
"ฝ่าามั่นใจในตัวข้าพระองค์มากกว่าที่ข้าพระองค์มั่นใจในตัวเองพะย่ะค่ะ"
"ข้าเห็นท่านทำงานมาสิบปี" เฉินหยานพูด หัน มองเซียวจ้านหยู "ข้าเคยเห็นท่านพลาดไหม"
เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที
"เคยพะย่ะค่ะ"
"เมื่อไหร่"
"ตอนที่ข้าพระองค์คิดว่าอยู่คนเดียวได้พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่เงียบและตรง
ห้องเงียบ
เฉินหยานมองเขา มองนาน
ในแสงเย็นที่สาดเข้ามาจากหน้าต่างใบหน้าของเซียวจ้านหยูที่ปกติดูเ็านั้นดูต่างออกไป ดูจริงขึ้น อบอุ่นขึ้นเหมือนกับว่าในห้องที่ไม่มีใครอื่น เขาไม่ต้องแสดงบทบาทที่โลกคาดหวัง
"คนนี้ เป็แบบนี้"
เฉินหยานหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง
"มีเมฆมาจากทางตะวันออก" เขาพูดเบา
"พะย่ะค่ะ"
"ฝนจะตกคืนนี้"
เซียวจ้านหยูไม่พูดอะไรแต่เฉินหยานหัน เห็นว่าในดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นมีบางสิ่งที่รอคำถามที่ตามมา
"ท่านยังเสนออยู่ไหม" เฉินหยานถาม เสียงที่เบา
"เสมอพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูตอบโดยไม่ลังเล
"ความผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การก่ออาชญากรรม
แต่คือการปล่อยให้คนบริสุทธิ์ แบกน้ำหนักของอาชญากรรมนั้น แล้วซ่อนตัวอยู่ในเงาของพวกเขา
♥️และวันที่ความจริงออกมา ไม่ใช่วันที่เงามืดลงแต่คือวันที่แสงส่องถูกทิศ และเงานั้นก็ตกในที่ที่ถูกต้องในที่สุด"♥️
..สุสาส์นราคะ..