บทที่ 36 การหาเงิน เป็นเรื่องเร่งด่วนจ่อรดปลายคิ้ว
จี้หานลั่วหยิบตำราแพทย์สองเล่มส่งให้หวังซิวเหยาเพื่อให้เขากลับไป
จากนั้นจึงเปิดสมุดบัญชีสองเล่มของตระกูลเซี่ยง ขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
ที่แท้แม้ตระกูลเซี่ยงจะตกอับ แต่ก็ยังเหลือบ่าวไพร่ไว้ไม่น้อย ในครัวมีแม่นมเฝิงและสาวใช้แรงงานชื่อชุ่ยเอ๋อร์
ข้างกายแม่สามีมีสาวใช้คนสนิทชื่อซิ่วหรง
ที่โรงม้ามีผู้ดูแลคือลุงโฉ่วและเด็กรับใช้ชื่อต้าจู้
บ่าวไพร่ที่เหลือถูกงดจ่ายเบี้ยหวัดรายเดือน ให้สถานะเป็นชาวบ้านธรรมดา ตั้งรกรากอยู่ที่เขาหมอบเสือ โดยมีที่พักและที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง คนเหล่านี้รวมถึงหมอหวัง หมอโจว ลุงจงและจงหยวนด้วย
ตอนนี้ในบัญชีของตระกูลเซี่ยง เหลือเงินอยู่เพียง 320 ตำลึงเงิน
เงินหนึ่งตำลึงแลกอีแปะได้ 1,000 เหรียญ ในสถานการณ์ปกติ ข้าวสารหรือแป้งหนึ่งชั่งราคา 8 อีแปะ คนหนึ่งคนใช้เงินปีละ 3 ตำลึงก็เพียงพอสำหรับค่ากินอยู่
แต่คนบนเขาหมอบเสือ รวมกับโจรภูเขาที่พาตัวกลับมา มีจำนวนถึง 1,300 กว่าคน เงินจำนวนนี้คงอยู่ได้ไม่นาน เกรงว่าคงไม่พอ และนางต้องควักสินเดิมออกมาจุนเจือ
นางมีเงินรวมทั้งหมด 1,336 ตำลึง โดย 500 ตำลึงเป็นสินเดิมจากจวนจี้กั๋วกง 220 ตำลึงเป็นเงินเก็บจากเบี้ยหวัดตลอดหลายปี และอีก 616 ตำลึงได้มาจากการขายน้ำปรุงวิเศษ
รวมกันแล้วยังไม่พอให้กินได้ถึงครึ่งปีเลยด้วยซ้ำ
การหาเงินจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จ่อรดปลายคิ้วแล้ว
“คุณหนู ได้เวลาอาหารแล้วเจ้าค่ะ” หงโต้วเข้ามาเตือน จี้หานลั่วจึงปิดสมุดบัญชีลง
ตระกูลเซี่ยงครอบครองถ้ำเล็ก ๆ 5 แห่งที่อยู่ไม่ไกลกัน แต่ละถ้ำแบ่งเป็นสองห้อง
เหลิงเซียงจื่อและเซี่ยงเฉิงอวี่พักห้องด้านในถ้ำหนึ่ง ส่วนซิ่วหรง แม่นมเฝิง และชุ่ยเอ๋อร์นอนตรงปากถ้ำ
เซี่ยงเฉิงหรงและเซี่ยงเฉิงควนพักห้องด้านในอีกถ้ำ ลุงโฉ่วและต้าจู้นอนตรงปากถ้ำ
ห้องหอของนางกับเซี่ยงเฉิงหลีอยู่อีกถ้ำ หงโต้ว หน่ายฉาและแม่นมเฉียนนอนตรงปากถ้ำ
ถ้ำที่เหลือใช้เป็นโถงประชุมและที่ทานอาหารของตระกูลเซี่ยง บริเวณปากถ้ำทำเป็นครัวชั่วคราว
และยังมีถ้ำสำรองสำหรับรับแขกอีกหนึ่งแห่ง
เมื่อนางไปถึง คนตระกูลเซี่ยงและคนตระกูลจี้ก็มากันเกือบครบแล้ว
เจ้านายนั่งโต๊ะหนึ่ง บ่าวไพร่นั่งอีกโต๊ะหนึ่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองตระกูลนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกันหลังจากนางแต่งเข้าบ้าน เซี่ยงเฉิงหลีเห็นนางเดินเข้ามาก็ช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้
แม่สามีเหลิงเซียงจื่อนั่งอยู่หัวโต๊ะ สีหน้าดูซีดเซียว “หานลั่ว ได้ยินว่าวันนี้เจ้ามอบสูตรยาไล่งูให้หมอหวังไปหรือ?”
นางพยักหน้า
แม่สามีถอนหายใจเบา ๆ “ปีนั้นตระกูลเซี่ยงก็มีตำรามากมาย ตอนที่ฮ่องเต้ริบบรรดาศักดิ์ ตระกูลเซี่ยงวุ่นวายโกลาหล ตำราเหล่านั้นก็ถูกคนแบ่งเอาไปจนเกลี้ยง”
จี้หานลั่วเข้าใจกระจ่าง
นี่คือสาเหตุที่ตระกูลเซี่ยงไม่มียาไล่งู ทั้งที่เป็นสูตรยาพื้นฐานง่าย ๆ
“ต้องโทษที่ข้าป่วยหนักในตอนนั้น เลยรักษาตำราของตระกูลไว้ไม่ได้ หารู้ไม่ว่า ตำราต่างหาก คือความหวังในการผงาดขึ้นอีกครั้งของตระกูล” เหลิงเซียงจื่อตำหนิตัวเองอย่างหนัก
เซี่ยงเฉิงหลีเอ่ยปลอบ “ท่านแม่อย่าโทษตัวเองเลยขอรับ ตระกูลเซี่ยงเราเป็นตระกูลขุนพล โชคดีที่ตำราวรยุทธ์และพิชัยสงครามที่บรรพบุรุษสืบทอดมาถูกเก็บไว้ในห้องลับ จึงรักษาไว้ได้ไม่กระทบต่อรากฐาน”
จี้หานลั่วรีบเสริมขึ้น “ท่านแม่ สินเดิมที่จวนจี้กั๋วกงให้มามีตำราถึงสามหีบใหญ่ ล้วนเป็นตำราที่ใช้งานได้จริง ทั้งการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การแพทย์ และการค้าขายเจ้าค่ะ”
เหลิงเซียงจื่อเผยสีหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิด “จวนจี้กั๋วกงสมเป็นตระกูลบัณฑิตเก่าแก่นับร้อยปี มีคุณธรรมน้ำมิตรสูงส่ง ยื่นมือช่วยเหลือยามยากให้ตระกูลเซี่ยงจริง ๆ”
“คุณชายรอง กลับไปแล้วฝากขอบพระคุณบิดามารดาของท่านแทนข้าด้วย”
ดวงตาอันเย็นชาของจี้หานซวนไหววูบ
น้องสาวคนที่เก้าของเขาคนนี้ช่างฉลาดหลักแหลมจริง ๆ
คุณหนูคนอื่น ๆ ในจวนจี้กั๋วกง ล้วนชอบกอบโกยเงินทองของมีค่า
มีเพียงน้องเก้าคนนี้ ยามว่างไม่มีอะไรทำ ชอบขลุกอยู่ในหอสมุดเพื่อคัดลอกตำรา
ตอนนี้การนำตำราสามหีบใหญ่มาเป็นสินเดิม ไม่เพียงทำให้บ้านสามีเกรงใจและให้เกียรติ แต่ยังสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับจวนจี้กั๋วกงอีกด้วย
“ฮูหยินเซี่ยงกล่าวเกินไปแล้วขอรับ เป็นความฉลาดของน้องเก้าเอง ตำราพวกนี้นางคัดลอกด้วยตัวเองทั้งหมดขอรับ” จี้หานซวนไตร่ตรองครู่หนึ่ง แล้วเลือกที่จะพูดความจริง
เหลิงเซียงจื่อชะงักงัน
“หานลั่วคัดลอกเองทั้งหมดหรือ? สามหีบใหญ่เชียวนะ ต้องใช้เวลาคัดลอกนานแค่ไหนกัน?”
จี้หานซวนยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ตอบคำถาม
จี้หานชิงอดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยแทรกขึ้นมา “ข้าฟังหงโต้วเล่าว่า ท่านพี่เริ่มหัดคัดอักษรตั้งแต่อายุ 6 หนาว ก็เริ่มคัดลอกตำราตั้งแต่นั้นมา รวม ๆ แล้วก็น่าจะ 9 ปีได้แล้วกระมัง”
เซี่ยงเฉิงหลีมองจี้หานลั่วด้วยความเลื่อมใสระคนทึ่ง “ฮูหยิน หรือว่าเจ้าวางแผนจะใช้ตำราเป็นสินเดิม มาตั้งแต่อายุหกหนาวเชียวหรือ?”
ฮูหยินตัวน้อยของเขาช่า รู้ความเกินวัยจริง ๆ
มุมปากของจี้หานลั่วกระตุกยิก “ข้าแค่ฝึกคัดลายมือไปพร้อมกับท่องจำตำราต่างหากเล่า”
เมื่อเห็นฮูหยินตัวน้อยเริ่มเขินอายจนพาลโกรธ
เซี่ยงเฉิงหลีจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “พี่รอง ที่ข้ามีตำราพิชัยสงครามอยู่สองเล่ม ท่านน่าจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน”
นัยน์ตาอันเย็นชาของจี้หานซวน ฉายแววยินดีวูบหนึ่ง
ต้องรู้ก่อนว่าตำราพิชัยสงครามของตระกูลเซี่ยง คือตำรายุทธวิธีที่ดีที่สุดในแคว้นเสวียน
เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่แม่ทัพนายกองทุกคนใฝ่ฝันอยากครอบครอง
“ให้ข้ายืมอ่านหรือ?”
เซี่ยงเฉิงหลียกยิ้มมุมปาก “พี่รองคัดลอกไปได้เลยหนึ่งชุด จวนจี้กั๋วกงใจกว้างกับตระกูลเซี่ยงถึงเพียงนี้ ตระกูลเซี่ยงจะ ตระหนี่ถี่เหนียวได้อย่างไร?”
ทั้งสองมองตากันแล้วยิ้มออกมา ต่างฝ่ายต่างพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
...
วันรุ่งขึ้น
แม่นมเฉียนพาหน่ายฉาและต้าจู้ กลับมาจากในเมืองพร้อมกับลูกเจี๊ยบ 120 ตัว แม่ไก่ 15 ตัว พ่อไก่ตัวใหญ่ 3 ตัว และห่านใหญ่อีก 5 ตัว ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน
“คุณหนู ข้าวของทางนี้ถูกจริง ๆ เจ้าค่ะ ลูกเจี๊ยบตัวละ 3 อีแปะ แม่ไก่ตัวละ 20 อีแปะ พ่อไก่ตัวละ 25 อีแปะ ห่านตัวใหญ่ 50 อีแปะ รวมทั้งหมดแล้วจ่ายไป ไม่ถึงหนึ่งพวงเจ้าค่ะ”
จี้หานลั่วพยักหน้า “แม่นมเฉียน แค่นี้ยังไม่พอต้องซื้อให้เยอะกว่านี้”
“คุณหนู บ่าวทราบดีเจ้าค่ะ วันนี้พ่อค้าแม่ค้าในเมืองถูกบ่าวเหมามาจนเกลี้ยงแล้ว บ่าวทิ้งที่อยู่ไว้ให้พวกเขาแล้ว บอกว่ามีเท่าไหร่ให้มาส่งที่เราให้หมด”
ลูกเจี๊ยบที่ซื้อมาใหม่ ถูกแม่นมเฉียนนำไปเลี้ยงไว้ในถ้ำว่างชั่วคราว นางกลัวว่าลูกเจี๊ยบจะถูกสัตว์อื่นมาทำร้าย ถึงขนาดลงทุนย้ายไปนอนเฝ้าที่ถ้ำนั้นในตอนกลางคืน
“ฮูหยิน อิฐชุดแรกที่เราเผาได้ออกมาแล้วนะ เจ้าจะไปดูหรือไม่?”
หลังจากทดลองผิดลองถูกมาครึ่งเดือน ในที่สุดพวกเซี่ยงเฉิงหลีก็เผาอิฐชุดแรกออกมาได้สำเร็จ
เขาจึงรีบมาเชิญจี้หานลั่วไปดูด้วยความตื่นเต้น
มองดูอิฐสีแดงส้มที่กองอยู่
จี้หานลั่วหยิบอิฐขึ้นมาก้อนหนึ่ง แล้วทุ่มลงพื้นอย่างแรง อิฐก้อนนั้นแตกกระจายออกเป็นหลายเสี่ยงอย่างง่ายดาย นางยิ้มมุมปาก “อิฐนี่ยังแข็งไม่พอ ต้องปรับปรุงสูตรอีกหน่อยเจ้าค่ะ”
เซี่ยงเฉิงหลีเม้มปาก “เช่นนั้นของพวกนี้ก็ใช้ไม่ได้เลยหรือ?”
“ใช้ได้เจ้าค่ะ ให้คนเอาอิฐพวกนี้ไปสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ให้ข้าก่อนก็แล้วกัน” จี้หานลั่วหยิบแบบแปลนที่วาดเตรียมไว้ออกมายื่นให้
ผ่านไปครึ่งเดือน แม่นมเฉียนกว้านซื้อลูกเจี๊ยบมาได้เกือบสองพันตัวแล้ว ถ้ำที่ใช้อยู่เดิมเริ่มแออัดเกินไป
พอดีเลย โรงเลี้ยงไก่ไม่ได้ต้องการความแข็งแรงของอิฐมากนัก
“ฮูหยิน เช่นพวกเราไปดูเตาเผาอื่นกันเถอะ” เซี่ยงเฉิงหลีนึกดีใจที่ตอนแรกเขาสั่งให้สร้างเตาเผาอิฐรวดเดียวถึง 6 เตา
เขาหมอบเสือมีคนเยอะ ดินเยอะและภูเขาก็เยอะ
ดินที่ขุดขึ้นมาจากการขุดอ่างเก็บน้ำและบ่อบาดาล สามารถนำมาใช้เผาอิฐได้พอดี
ทั้งสองเดินสำรวจจนครบ 6 เตา พบว่ามีเพียง 2 เตาเท่านั้นที่เผาอิฐออกมาได้คุณภาพดีพอจะสร้างบ้าน ส่วนที่เหลือยังเปราะบาง ใช้ได้แค่สร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
“ฮูหยิน ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาเจ้า”
“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”
“ข้าอยากจะใช้อิฐที่คุณภาพผ่านเกณฑ์พวกนี้ ไปกรุผนังบ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำก่อน” เซี่ยงเฉิงหลีเอ่ยกับจี้หานลั่วด้วยสีหน้ากังวล “เรื่องสร้างบ้าน พักไว้ก่อนได้หรือไม่?”
จี้หานลั่วนิ่งคิด
เซี่ยงเฉิงหลีกำลังมีเรื่องปิดบังนางอยู่