“เฟยอี ผักเหล่านี้มันงอกขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ” นางฮุ่ยซื่อภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านน่าหลางเอ่ยปากถามจางเฟยอี
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านป้าฮุ่ย เมื่อวานท่านลุงและพวกพี่น้องของข้าไปช่วยกันตัดหญ้าที่รกอยู่ภายในบ้านเก่าของท่านย่า พบว่าหลังบ้านยังมีน้ำในบ่ออยู่ ผักพวกนี้ก็ขึ้นอยู่เองรอบ ๆ บ่อน้ำเก่าอันนั้น มีหญ้ารกปกคลุมพวกมันจนมองแทบไม่เห็นเลยล่ะ”
จางเฟยอีตอบภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านไป นางไม่ได้โกหกฟักทองสี่ลูกนั้นพวกมันงอกเงยขึ้นมาเอง ส่วนผักอย่างอื่นนางแอบเพิ่มขึ้นมา แต่ใครจะมาพิสูจน์เื่นี้ได้เล่า ในเมื่อเวลานี้หลังบ้านล้วนเก็บกวาดจนโล่งไปหมดแล้ว
“หลานสาวเฟยอี เ้าแบ่งผักพวกนี้มาขายให้ข้าบ้างได้หรือไม่ เราไม่ได้มีอาหารดีๆ กินมานานแล้ว ผักที่ปลูกไว้ในบ้านก็ไม่ได้อวบอ้วนอย่างของบ้านเ้าเลยสักนิด” นางฮุ่ยซื่อถามต่อ
“ของทั้งหมดนี้ ข้าตั้งใจจะมอบให้กับท่านปู่เ้าค่ะ บ้านสกุลจางมีจำนวนคนมาก ข้าว่าเพียงเท่านี้อาจไม่พอกินเสียด้วยซ้ำ แต่อย่างไรพวกท่านก็มีความสัมพันธ์อันดีกับท่านปู่และท่านลุงของข้าอยู่แล้วนี่เ้าคะ ไปขอซื้อจากพวกเขาแล้วกันเ้าค่ะ”จางเฟยอีตอบหน้าตาใสซื่อกลับไป
ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ บริเวณนี้ เหตุใดจะไม่ได้ยินคำที่ทั้งสองพูดตอบโต้กันเล่า พวกเขาก็อยากได้ผักเหล่านี้มากเหลือเกิน หากขอซื้อจากเด็กสาวผู้นี้ได้พวกเขาก็อยากซื้อ แต่เด็กสาวกลับบอกให้ไปขอซื้อจากคนบ้านจาง พวกเขาเพิ่งจะกล่าวคำดูถูกเหยียดหยามทั้งต่อหน้าและลับหลังสองพี่น้องสกุลจางคู่นั้นมาหยกๆ จะให้ทำหน้าด้านไปขอแบ่งของมาก็รู้สึกกระดากอายไม่น้อยเลย
นางหูซื่อ สตรีสูงวัยที่เป็สหายเก่าแก่ของภรรยาจางอู่เกิน ได้ยินเื่ราวเหล่านี้แล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางมองคนไม่ผิดจริงๆ บุตรชายของสหายนางไม่ได้เป็คนเลวอย่างที่ทุกคนคิด
“หลานสาวรีบเอาของไปให้ปู่เ้าเถิด เด็กดีรู้จักกตัญญูกับผู้าุโอย่างพวกเ้า์ย่อมคุ้มครอง ท่านปู่ท่านย่าของพวกเ้ามีวาสนาเสียจริง ได้บุตรชายที่ดีสามคน ยังมีหลานที่กตัญญูรู้ความอีก ข้าล่ะอิจฉาพวกเขายิ่งนัก” นางหูซื่ออวยพรเด็กทั้งสามด้วยใบหน้าอ่อนโยน หลานของสหายนางก็เหมือนหลานนาง
“ท่านยายหูเ้าคะ ข้าเก็บผักบางส่วนไว้ให้ท่านด้วยเ้าค่ะ น้องรองไปขอยืมรถเข็นของท่านมาถือเสียว่าหลานขอตอบแทนน้ำใจของท่านยายนะเ้าคะ เดี๋ยวเวลาเอารถเข็นไปคืนจะให้เฟยหรงนำผักกลับไปให้ท่านด้วยเ้าค่ะ”
“โอ…มีส่วนของข้าด้วยอย่างนั้นหรือ เด็กดีๆ อย่าหาว่ายายแก่คนนี้ละโมบเลยนะ แต่ผักพวกนั้นมันช่างน่ากินเสียจริง ที่บ้านข้ามีต้นหอมอยู่หลายกำ เดี๋ยวจะฝากน้องชายเ้ากลับไปแล้วกันนะ”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านยาย ท่านลุงท่านป้าทุกคนพวกเราไปก่อนนะเ้าค่ะ จะได้ทันเวลาให้ป้าสะใภ้เอาของไปทำอาหาร”
จางเฟยอีจูงมือน้องชายคนเล็กให้เดินต่อไป โดยมีจางเฟยหรงเป็คนเข็นรถเข็น ท่ามกลางสายตาเศร้าสร้อยของชาวบ้านหลายคน บางคนก็เศร้าเพราะเสียใจที่เข้าใจสองพี่น้องสกุลจางผิดไปแล้ว บางคนก็เศร้าที่ไม่อาจหน้าด้านขอส่วนแบ่งอาหารมาได้ หลายคนก็เริ่มถกเถียงขุดหาต้นตอความเข้าใจผิดครั้งใหญ่นี้ สุดท้ายทุกสายตาก็หันไปจับจ้องยังร่างของสตรีผู้หนึ่ง
คนเสียงดังที่สุดเมื่อวานก็คือนางเจียวซื่อ สตรีปากร้ายประจำหมู่บ้านน่าหลางนี่เอง ชาวบ้านบางคนถึงกับถุยน้ำลายลงตรงหน้านาง เจ็บใจที่พวกเขาหลงเชื่อคำของสตรีร้ายกาจผู้นี้จนทำให้เสียโอกาสที่จะผูกมิตรกับคนบ้านจางไปแล้ว หลายคนก็ระอาใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาได้แต่ส่ายหน้าแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านเรือนของตน
……….
จางเฟยอีพาน้องสองคนเดินมาถึงบ้านสกุลจาง พอนางไป๋ซื่อมองเห็นของบนรถเข็นเ่าั้ก็ทำตาลุกวาวคิดจะเดินไปหาหลานสาวทันที แต่มาสะดุดกับสายตาดุดันของสามีที่จับจ้องนางอยู่ ก็ได้แต่หยุดชะงักยืนอยู่ที่เดิม จางลี่จิ่นที่ยืนอยู่หน้าบ้านพอดี ก็รีบไปช่วยน้องชายเข็นรถเข้ามากลางลานบ้าน
“อะไรกันเล่านี่ เหตุใดถึงได้มีผักมากมายขนาดนี้กัน พวกเ้าไปเอามาจากไหนหรือ” จางลี่จิ่นถามเด็กๆ บ้านสาม แต่สายตากลับจ้องไปยังผักมากมายหลายอย่างที่กองพะเนินอยู่ตรงหน้า
“ผักพวกนี้ ขึ้นอยู่หลังบ้านท่านย่าทั้งหมดเลยเ้าค่ะ ข้ากับเฟยหรงช่วยกันตัดหญ้าและดึงไม้เลื้อยออกก็พบพวกมันซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า คิดจะแบ่งมาให้ท่านลุงก่อนแล้วแต่ก็รู้ว่าพวกเขาไม่ยอมรับกลับมาแน่ๆ ข้ากับเฟยหรงจึงนำมาส่งด้วยตัวเองเ้าค่ะ”
คนอื่นๆ ในบ้านได้ยินเสียงจางลี่จิ่นที่ร้องเสียงดัง ถามถึงผักพวกนี้ก่อนแล้ว ก็เดินตามออกมาดูทันได้ยินคำพูดของจางเฟยอีพอดี
คนอื่นๆ ที่ไปทำความสะอาดบ้านสามล้วนทำอยู่ตรงลานบ้านและรอบๆ ริมรั้ว มีจางจื่อฉีเพียงคนเดียวที่เข้าไปหลังบ้านเพื่อตักน้ำในบ่อใส่โอ่งให้น้องสาว ระหว่างนั้นเขาก็ดึงไม้เลื้อยที่พันอยู่รอบๆ โอ่งน้ำไปด้วย ต้นฟักทองนั้นเขาเห็น แต่ผักอื่นๆ เขากลับมองไม่เห็นมันสักต้น ก็นึกสงสัยอยู่ไม่น้อย
จางเฟยอีมองเห็นสีหน้าและแววตาสงสัยของพี่ชายคนโต แต่ก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ บอกให้เด็กชายตัวเล็กๆ ช่วยกันยกของเข้าครัวไป
“เอามาให้ปู่เช่นนี้แล้ว พวกเ้าได้เก็บไว้กินเองบ้างหรือไม่” จางอู่เกินถามหลานสาว
“เก็บไว้แล้วเ้าค่ะท่านปู่ มีพอกินแน่นอนเ้าค่ะ ส่วนที่เอามานี้คือส่วนที่ข้าคิดว่าหากไม่รีบกินก็จะเน่าเสียไปหมดเลยเอามาแบ่งให้พวกท่านเ้าค่ะ”
“สะใภ้ใหญ่ แบ่งของออกเป็สองส่วนให้บ้านใหญ่กับบ้านรองเสียเลย เวลานี้แยกบ้านกันแล้วข้าวของอะไรก็แยกเสียให้ชัดเจน”
จางต้าฉวนกับจางต้าหลาง ต่างก็หน้าซีดบิดาของเขาไม่รู้ถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้จึงเต็มใจรับของจากหลานสาว แต่หากเวลานี้รับของจากบ้านสามมาอีก พวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน จะพูดก็พูดไม่ออกจะรับก็ไม่กล้ารับ ลำบากใจยิ่งนัก
ขณะที่สองพี่น้องสกุลจางยังทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น หน้าบ้านก็มีสตรีสามคนเดินเข้ามา เป็นางฮุ่ยซื่อภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านกับบุตรสาวของนางชุ่ยเอิน สตรีที่มาด้วยอีกคนคือท่านยายเหลียนที่อยู่ข้างๆ บ้านสกุลจางนั่นเอง
“โอดีจริง ผู้เฒ่าจางท่านอยู่ตรงนี้พอดีเลย พวกเรามีเื่มาขออาศัยวาสนาของท่านแล้วล่ะ” นางฮุ่ยซื่อเอ่ยเสียงนอบน้อมมาก่อนใคร สตรีอีกสองคนก็ยกยิ้มพยักหน้าตาม
จางอู่เกินยังคิดตามเื่ไม่ทันก็ได้แต่เอ่ยปากถามกลับไปด้วยสีหน้าแปลกใจ
“วาสนาอันใดกันหรือนางฮุ่ย แล้วเหตุใดพวกเ้าถึงต้องมาอาศัยข้ากันล่ะ”
“ไอหย๋า…ท่านผู้เฒ่า ท่านไม่รู้อะไรเสียแล้ว เวลานี้คนทั้งหมู่บ้านก็ล้วนแล้วแต่อิจฉาท่านกันทั้งนั้นที่มีบุตรหลานแต่ละคนก็ล้วนประเสริฐนัก เมื่อครู่หลานสาวเฟยอีเล่าให้พวกเราฟังหมดแล้วล่ะ ว่านางเก็บผักหลังบ้านเดิมได้มากมาย คิดจะมอบให้ท่านลุงของนาง ลุงทั้งสองก็มีจิตใจดีไม่ยอมรับของ นางจึงได้แบกผักเอามาส่งให้ท่านถึงบ้านด้วยตัวเอง…”
นางฮุ่ยซื่อสาธยายเล่าเื่อย่างละเอียดยิบ ไม่วายยังยกยอสองพี่น้องจางต้าฉวนและจางต้าหลางให้มากหน่อย เป็การชดเชยที่นางเข้าใจพวกเขาผิดไปอยู่บ้าง แม้จะไม่ได้ร่วมนินทากับผู้อื่นเพราะศักดิ์ศรีภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านค้ำคออยู่ แต่ในใจนางก็เข้าใจผิดไปส่วนหนึ่งแล้ว
จางต้าฉวนและจางต้าหลาง ได้ยินเื่ราวทั้งหมดจากปากของนางฮุ่ยซื่อ ต่างก็หันไปมองหลานสาวด้วยความซาบซึ้งใจ การกระทำของหลานสาวไม่ว่านางจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่กลับทำให้เขาสองคนรอดพ้นจากการถูกตราหน้าว่าเป็คนจิตใจเลวทราม ต่ำช้าได้อย่างสะอาดหมดจด