เช้าวันที่สอง
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปในเขตชั้นกลางของเทือกเขา
จินเยว่ััได้ถึงพลังบางอย่าง
เพ่ยเหยาเป็คนแรกที่พบมัน
“พี่หญิง! ดูนั่น!”
บนหน้าผาสูงมีสมุนไพรเรืองแสงสีฟ้าอ่อน
“หญ้าหลอมลมปราณ” จินเยว่กล่าว
“มันคืออะไรงั้นหรือพี่หญิง?” เพ่ยเหยาถาม
“สมุนไพรระดับสาม ช่วยเพิ่มการดูดซับพลังิญญา แค่ต้นเดียวก็มีค่ามากกว่าคะแนนล่าแก่นอสูรหลายสิบตัว”
“โอ้ว…. แบบนี้ต้องรีบไปเก็บมันมาแล้ว พวกเราโชคดีจริงๆ” เพ่ยเหยากล่าว
จินเยว่พาเสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาขึ้นไปที่หน้าผาทันที
หลังจากที่ไปถึงแล้วพวกเขามองเห็นสมุนไพรเรืองแสงสีฟ้าอ่อนสวยงาม
“งดงามจริงๆ” เพ่ยเหยา
“เดี๋ยวข้าไปเก็บมันมาให้เอง” เสี่ยวชวนกล่าวเสียงเรียบ
จากนั้นเสี่ยวชวนจึงเดินเข้าหาหญ้าหลอมลมปราณ ในขณะที่กำลังจะเอื้อมมือเก็บนั้นก็มีเสียงะโดังขึ้นมา!
“หยุดมือ!”
เสี่ยวชวนชะงัก
เขาหันไปมอง
เห็นชายสามคนค่อยๆเดินเข้ามา
“นั่นมัน…. กลุ่มของศิษย์พี่หานอวี่ลำดับหนึ่งแห่งสำนักเรา!” เพ่ยเหยากล่าวอย่างตกตะลึงเมื่อพบเห็น หานอวี่ จางหลง และหลิวเซิ่ง
“พบสมุนไพรโดยบังเอิญพร้อมกัน เ้าจะชุบมือเปิบไปคนเดี๋ยวเช่นนั้นหรือเสี่ยวชวน?” จางหลงกล่าวยิ้มๆ
“….เ้าอีกแล้วรึ?” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างรำคาญ
จินเยว่เริ่มกังวลขึ้นมาแล้ว ลำดับหนึ่งหานอวี่มีระดับพลังสร้างแกนพลังขั้นปลายเหนือกว่านางหนึ่งขั้น ส่วนจางหลงและหลิวเซิ่งล้วนอยู่ในขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น เหนือกว่าเสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาไปอีกหนึ่งขั้น
ประเมินดูแล้วหากปะทะกันย่อมเสียเปรียบอย่างแน่นอน
“หึๆ หากอยากได้หญ้าหลอมลมปราณ เ้าก็ต้องแย่งชิง ข้าเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าหากไม่มีฝีมือจะปกป้องนางได้อย่างไร?” จางหลงกล่าวยิ้มๆ
เมื่อเสี่ยวชวนได้ฟังจางหลงกล่าวถึงหลินเยว่น้องสาว เขาก็อารมณ์พุ่งทันที!
“ไอ้บัดซบ! แน่จริงก็เข้ามา!” เสี่ยวชวนกล่าวเสียงเรียบ
“ใจเย็นๆก่อนพี่เสี่ยวชวน พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเรานะ” เพ่ยเหยากล่าวเตือน
จินเยว่ไม่พูดอะไรนางเดินมายืนเคียงข้างเสี่ยวชวนอย่างสงบนิ่ง
“เหอๆ ได้พบกับนางฟ้าของสำนักเราเช่นนี้ นับได้ว่าข้าโชคดีนัก!” หานอวี่กล่าวยิ้มๆ
“ศิษย์พี่หานกล่าวชมเกินไป ข้าไม่กล้ารับ” จินเยว่กล่าว
“เรามาประลองกันอย่างยุติธรรมเป็อย่างไร? หากกลุ่มใครชนะก็ได้สมุนไพรไป?” หานอวี่เสนอ
จินเยว่ลังเล
“เฮอะ! หากหวาดกลัวก็ไสหัวไป!” จางหลงกล่าวใส่หน้าเสี่ยวชวน
“ฟึ่บ-!”
ก้าวไร้เงา
เสี่ยวชวนพุ่งเข้าหาจางหลงทันทีแล้วฟันดาบเป็แนวเฉียง
‘เร็วมาก!’ หานอวี่ จางหลง และหลิวเซิ่งตกตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยน
“เคร๊ง-!”
จางหลงยกดาบขึ้นมาต้านรับได้อย่างทันท่วงที คมดาบไปจ่ออยู่ที่คอหอยของมันอย่างน่าหวาดเสียว ในใจมันเริ่มหวาดหวั่น
“เ้า! เล่นทีเผลองั้นรึ?!” จางหลงคำราม
จากนั้นมันก็ใช้เพลงกระบี่สำนักฟ้าครามเข้าปะทะกับเสี่ยวชวนทันที
จางหลงมีระดับพลังเหนือกว่าเสี่ยวชวนหนึ่งขั้น ทั้งยังเป็ขั้นคอขวด ระดับพลัง ความเร็ว ความอึดของมันเหนือกว่าเสี่ยวชวนมากมายมหาศาล
เสี่ยวชวนสงบจิตใจและต้านรับดาบของจางหลงอย่างใจเย็น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นมาเมื่อครู่ให้สงบ
“หึๆ ข้าเองก็ต้องลงมือแล้ว ศิษย์น้องจินเยว่ เชิญ…” หานอวี่กล่าวพร้อมผายมือเชิญ
จินเยว่ไม่พูดอะไรมาก นางพุ่งเข้าหาหานอวี่แล้วปะทะกันด้วยเพลงดาบประจำสำนักทันที แม้ระดับพลังจะน้อยกว่าหนึ่งขั้นย่อยก็ตาม
“ฮิฮิ งั้นศิษย์พี่หลิวเซิ่งคือคู่มือของข้าสินะ” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
“เฮ้อ… ข้าไม่อยากรังแกเด็กเลย” หลิวเซิ่งบ่น
“ประมาทข้าระวังจะเจ็บตัวนะเ้าคะศิษย์พี่ คริๆ” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
“เฮ้อ… เ้าเข้ามาเถอะ ข้าจะออมมือให้แล้วกัน” หลิวเซิ่งกล่าว
เพ่ยเหยาพุ่งเข้าไปปะทะกับหลิวเซิ่งทันทีด้วยเพลงดาบประจำสำนัก
การต่อสู้ของสองกลุ่มปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยิ่งผ่านไปนาน การปะทะยิ่งดุเดือด
ทันใดนั้น
“ฮ่าๆๆๆ หญ้าหลอมลมปราณ โอกาสที่์ส่งมาเช่นนี้จะขาดพวกข้าได้อย่างไร?” เสียงหนึ่งดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองทันที
ศิษย์ลำดับสอง มู่หรงเจี๋ยและกลุ่มของเขากำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
“เ้าก็อยากมีส่วนร่วมด้วยรึ?” หานอวี่กล่าว
“เหอๆๆ ศิษย์พี่หาน… หญ้าหลอมลมปราณมีค่ามากมายนัก ยากที่ข้าจะทนการยั่วยวนได้” มู่หรงเจี๋ยกล่าว เขามีพลังระดับสร้างแกนพลังขั้นกลางเช่นเดียวกับจินเยว่
“หึๆ กลุ่มอันอ่อนด้อยของเ้า… หากอยากมีส่วนร่วมก็เข้ามาแย่งชิงได้เลย” หานอวี่กล่าวยิ้มๆ
มู่หรงเจี๋ยหัวเราะแล้วพุ่งเข้าไปช่วยจินเยว่รับมือหานอวี่ทันที กลายเป็การต่อสู้สองต่อหนึ่ง
การที่มู่หรงเจี๋ยทำเช่นนี้ ช่วยเบาแรงให้จินเยว่ได้เยอะมหาศาล ทั้งสองร่วมกันรับมือกับหานอวี่อย่างดุเดือด!
ส่วนหวังเทา และเย่ชิงที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับมู่หรงเจี๋ยนั้นมีระดับพลังเพียงก่อกำเนิดลมปราณขั้นต้นและขั้นกลาง พวกเขาไม่กล้าสอดมือทำได้เพ่ียงยืนมองอยู่ห่างๆ
“เคร๊ง-! เคร๊ง-! เคร๊ง-!”
เสียงดาบปะทะหักหาญ
ทางด้านเสี่ยวชวน จางหลงรัวกระบวนท่าใส่เสี่ยวชวนไม่ยั้ง
เสี่ยวชวนตั้งรับอย่างยากลำบาก พลังและความเร็วของจางหลงไม่ใช่อะไรที่ธรรมดา
ทางด้านเพ่ยเหยาและหลิวเซิ่งพวกเขาปะทะกันแบบพอหอมปากหอมคอ เหมือนไม่ค่อยจะจริงจังกันสักเท่าไรเหมือนคู่อื่น
หลังจากเสี่ยวชวนสงบจิตตั้งรับมานานจางหลงก็เริ่มอ่อนล้าแล้ว เพลงดาบของมันไม่สามารถทะลวงการป้องกันของเสี่ยวชวนได้เลย มันเสียพลังไปมากมาย
ในจังหวะที่จางหลงกำลังหอบ
เสี่ยวชวนใช้ก้าวไร้เงาอีกครั้งพุ่งเข้าไปฟันด้านหน้าอย่างว่องไว!
“ฉัวะ-!!”
ดาบของเสี่ยวชวนฟันไปที่หน้าอกของจางหลงเต็มๆอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“อั่ก!!”
จางหลงถอยทันที
เืสาดกระจายไปทั่วพื้น
ทุกคนตกตะลึง
“สุดยอดพี่เสี่ยวชวนสามารถสร้างาแให้แก่ศิษย์พี่จางหลงได้ด้วยงั้นหรือเนี่ยทั้งๆที่ระดับพลังน้อยกว่าหนึ่งขั้นใหญ่เลยนะ!” เพ่ยเหยากล่าวอย่างตกตะลึง
“เหลือเชื่อจริงๆ” หลิวเซิ่งเองก็เอ่ยออกมาลอยๆ
หานอวี่ขมวดคิ้วทันที ตอนนี้กลุ่มของเขาจางหลงได้รับาเ็แล้ว ด้วยระดับของหานอวี่เขาสามารถอ่านสถานการณ์ออกในทันทีว่าเสี่ยวชวนสามารถสังหารจางหลงได้อย่างแน่นอนในเวลาอีกเพียงไม่นาน
ในตอนนี้เขารับมือกับทั้งจินเยว่และมู่หรงเจี๋ยพร้อมกัน ย่อมตึงมืออยู่ไม่น้อย
“ทุกคน… ถอย!” หานอวี่กล่าวอย่างสงบนิ่ง เขาตัดใจจากหญ้าหลอมลมปราณทันที หากจางหลงตายด้วยฝีมือเสี่ยวชวนขึ้นมา มันจะได้ไม่คุ้มเสีย
“โอ้ว… สมแล้วที่ได้ฉายากระบี่เยือกแข็ง ศิษย์พี่หานอวี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ข้ามู่หรงเจี๋ย นับถือ! นับถือ!”
จินเยว่ลอบถอนลมหายใจแ่เบาอย่างสงบ
หานอวี่ใช้สายตาอันคมกริบของเขามองมายังเสี่ยวชวน
กลุ่มของหานอวี่ถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว
‘ศิษย์น้องเสี่ยวชวนฝีมือพัฒนาขึ้นอีกแล้ว’ จินเยว่คิด ในหนึ่งวันมานี้นางเห็นพัฒนาการ การต่อสู้ของเสี่ยวชวนมาตลอด
ในตอนแรกๆนางยังคอยให้คำแนะนำเสี่ยวชวนอยู่เสมอ
แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก
เสี่ยวชวนเริ่มแม่นขึ้น คมขึ้น นิ่งขึ้น นิ่งจนถึงขั้นที่นางเริ่มตื่นตระหนกในใจ
“ศิษย์น้องผู้นี่นามเสี่ยวชวนสินะ ข้ามู่หรงเจี๋ยจะจำไว้”
“ได้รับการจดจำจากศิษย์ยอดฝีมือลำดับสองของสำนักเราเช่นนี้ ข้าเป็เกียรตินัก….” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างสงบ
“ฮ่าๆๆๆ ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย” มู่หรงเจี๋ยกล่าว
ศิษย์น้องหญิงเย่ชิงมองไปทางเสี่ยวชวนด้วยแววตาเป็ประกาย
หวังเทากัดฟันอย่างเจ็บใจ เขารู้สึกอิจฉาเสี่ยวชวนที่มีพลังฝีมือเก่งกล้าขนาดนี้
“เราจะแบ่งหญ้าหลอมลมปราณกันอย่างไรในเมื่อเราร่วมมือกันเอาชนะกลุ่มของศิษย์พี่หานอวี่มาได้?” มู่หรงเจี๋ยกล่าว
“ให้ศิษย์พี่มู่ตัดสินใจเถอะ” จินเยว่กล่าวอย่างสงบนิ่ง
“ดี! งั้นหญ้าหลอมลมปราณพวกเ้าเอาไป แล้วแบ่งแกนอสูรให้พวกข้าสักเล็กน้อย ตกลงหรือไม่?” มู่หรงเจี๋ยกล่าวยิ้มๆ
“ตกลง” จินเยว่รับคำทันที
“ศิษย์พี่หลิวเซิ่งท่านฟันเบาขนาดนี้ใช่กลัวข้าเจ็บหรืออย่างไร?” เพ่ยเหยาบ่น
“ก็ข้าบอกอยู่นี่ไงว่าไม่อยากรังแกเด็ก เ้าไปเถอะ” หลิวเซิ่งเอ่ยเซ็งๆ
“เชอะ! สักวันข้าจะเตะก้นท่าน!” เพ่ยเหยากล่าวอย่างดุดัน แต่ท่าทางของนางกลับออกมาน่ารักแทนซะนี่ เื่นี้ทำให้ทุกคนได้แต่แอบยิ้มในใจ
หลังจากแลกของกันเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันทันที
จินเยว่ยื่นหญ้าหลอมลมปราณให้แก่เสี่ยวชวน
“พี่จินเยว่ นี่…” เสี่ยวชวน
“พวกเราได้มันมาด้วยฝีมือเ้า รับไว้เถอะ” จินเยว่กล่าว
“ตกลง งั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว” เสี่ยวชวนตอบ
“ไปกันต่อเถอะ ข้าคันไม้คันมือเต็มที่แล้ว สู้กับศิษย์พี่หลิวเซิ่งไม่สนุกเลย” เพ่ยเหยาบ่น
จากนั้นทั้งสามจึงออกล่าแก่นอสูรกันต่อ….