ชายในชุดเครื่องแบบก้าวเข้ามาอย่างไม่ลดละ
สัญชาตญาณสั่งให้ซ่อนตัวไว้ก่อนผมผลุบอ้อมหลังธรณีไปฝั่งซ้ายมือทันทีทำอีกฝ่ายย่นคิ้วราวกับสงสัยท่าทีลุกลี้ลุกลนของผมค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อใช้ร่างผอมสูงของเพื่อนเป็เกราะกำบังจังหวะที่สวนกับคนในเครื่องแบบใจเต้นระส่ำด้วยความพรั่นพรึง เม็ดเหงื่อก่อตัวขึ้นบนหน้าผากเมื่อร่างนั้นเข้าประชิดตัวปืนรูปร่างแปลกประหลาดซุกอยู่ในซองที่เหน็บบนเข็มขัดถัดจากอุปกรณ์สื่อสารบางอย่างที่มีขนาดเล็ก
โชคดีที่ร่างนั้นผ่านไปโดยไม่เหลียวมองผมผมถอนใจเฮือกเมื่อพ้นระยะอันตรายไปแล้ว
“นี่มันตัวอะไร”ผมถามธรณีด้วยความสงสัย ศีรษะของนายตำรวจผู้นั้นกลับเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีเหลี่ยมมุมชัดเจนแม้จะมีใบหน้าเป็มนุษย์ผู้ชาย
“หุ่นยนต์อวตารตำรวจ เป็ฮิวแมนนอยด์[1]ซึ่งถูกควบคุมระยะไกลด้วยตำรวจที่เป็มนุษย์อีกทีหนึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยเวลาต้องไปปราบปรามโจรผู้ร้าย กฎหมายปัจจุบันอนุญาตให้ใช้อวตารได้แค่บางอาชีพอย่างการประชุมสภา ว่าความในศาล หรือการดีเบต”เพื่อนอธิบายเพิ่มเติมว่ากฎหมายบังคับให้หุ่นยนต์ทุกประเภทต้องแยกจากมนุษย์ได้ง่ายไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์พิเศษใด ๆวิธีส่วนใหญ่ที่ยอมรับกันคือการทำศีรษะเป็รูปร่างสี่เหลี่ยม ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้เป็เครื่องมือล่อลวงบางอย่าง
ผมหยุดจ้องแผ่นหลังของมันฟังดูเหลือเชื่อ การเคลื่อนไหวพลิ้วไหวไม่ต่างจากมนุษย์ข้อกังขาของผมถูกหักล้างอย่างรวดเร็วเมื่อลำคอของหุ่นยนต์ตัวนั้นบิดหมุน 360องศาไปทางด้านหลัง ผมแกล้งเนียนทำทีหันไปหัวเราะกับเพื่อนตบตาว่ากำลังคุยเื่ตลกขบขันกันอยู่สักพักตำรวจหุ่นยนต์ก็เลี้ยวหายวับไปที่มุมตึก
“ท่านจะกลัวอะไรนักหนา”ธรณีค้อนตาใส่ผมหลังจากที่ตำรวจเลี้ยวมุมตึกหายไป
“ไม่รู้สิ กลัวโดนจับไปทดลองมั้ง”ผมตอบติดตลกกลบเกลื่อนความกลัวถ้าตำรวจรู้ว่าผมเป็สิ่งแปลกปลอมของโลกนี้อาจจับไปสอบปากคำ พาเข้าโรงพยาบาลบ้าหรือไม่ก็หาทางส่งไปประเทศอื่น มีความเป็ไปได้สารพัด แต่ไม่ใช่เื่ดีแน่
“ไม่น่าเป็ไปได้นะท่านคิดมากเกินไป” ชายหนุ่มสั่นศีรษะคล้ายไม่เห็นด้วยที่ผ่านมาเขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผมมอบตัวหลายครั้ง แต่ยังไม่สำเร็จ
โครม!
เสียงดังลั่นหยุดบทสนทนาของเราสองคนได้ชะงัดสะกดทุกสายตาของผู้ในละแวกนี้ เมื่อตั้งสติได้จึงมองหาต้นเสียงมีรถยนต์คันหนึ่งชนต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งบนฟุตบาทรอยเปื้อนรูปล้อรถเบนไปจากชายชราคนหนึ่งที่ยืนชะงักบนทางม้าลายด้วยท่าทางตื่นตระหนกเห็นได้ชัดว่ารถยนต์คันนั้นเพิ่งหักหลบไปลงข้างทางผมเห็นใบหน้าเปื้อนเืของคนขับผ่านรอยแตกของกระจกหน้าดูเหมือนถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงานแขนขวาซึ่งมีรอยสักอันเป็เอกลักษณ์ห้อยต่องแต่งออกมานอกรถผ่านกระจกข้างที่เปิดค้างไว้เครื่องยนต์ข้างหน้าบุบยู่ยี่ไม่มีชิ้นดี ผู้คนบางส่วนทยอยไปยืนล้อมเป็วงตามแบบฉบับของไทยมุงในขณะที่โดรนสามสี่ตัวบินเข้าใกล้ จอดห่าง ๆกันโอบรอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสร้างอาณาเขตห้ามเข้าอวตารตำรวจเมื่อครู่ย้อนกลับมาเข้าฉาก แล้ววิ่งปราดไปทางผู้าเ็
ขาที่สั่นระริกก้าวออกไปเองตามสัญชาตญาณผมหมายจะพุ่งเข้าไปช่วยเท่าที่ทำได้ แต่ธรณีดึงเสื้อรั้งไว้
“ปล่อยให้เป็หน้าที่ของตำรวจกับแพทย์เถอะ” สีหน้าเขาดูซีเรียส ผมไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงทำตามสั่งขืนพรวดพราดเข้าไปรังแต่จะทำให้ตนเองเป็จุดสนใจตัวตนผมก็จะถูกเปิดโปงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่เกินห้านาทีก็ได้ยินเสียงไซเรนพร้อมกับรถยนต์บนถนนที่ต่างแหวกหลบไปด้านข้างโดยอัตโนมัติรถพยาบาลแล่นมาจอดเทียบอย่างรวดเร็วเ้าหน้าที่ต่างปฏิบัติงานอย่างชุลมุนจนมองไม่ชัดรู้แค่ว่าอวตารตำรวจสามนายผนึกกำลังนำคนที่ติดในซากรถออกมาได้สำเร็จเสียงร้องโอดโอยบ่งบอกว่าชายวัยกลางคนผู้นั้นสติยังดีอยู่ดูเหมือนขาซ้ายเขาจะผิดรูป เ้าหน้าที่ปักยาแก้ปวดไปในกล้ามเนื้อต้นขาอีกข้างใช้เปลตัก แล้วรีบเลื่อนไปบรรจุในรถคันสีขาว ผมทันเห็นหน้าผู้าเ็แวบเดียวแต่มั่นใจว่าเป็คนเดียวกับคนขับเพราะมีรอยสักรูปเครื่องบินที่ปล่อยไอพ่นเป็รูปดาวสามดวงได้จังหวะที่สอดประสานเป็อย่างดีทำให้ความโกลาหลจบลงภายในห้านาทีพร้อมกับรถพยาบาลที่พุ่งตัวออกไป
ฝูงชนบางส่วนสลายตัวกลับคืนสู่วิถีชีวิตตนเองผมกับธรณียังยืนที่เดิมแปลกใจว่าทำไมเพื่อนถึงดูสนใจอุบัติเหตุนี้นักทั้งที่ไม่ใช่คนสอดรู้เขาจ้องชายชราบนทางม้าลายที่กำลังให้หุ่นอวตารสอบปากคำตำรวจที่เป็มนุษย์สองคนป้วนเปี้ยนไปมาในพื้นที่ รองเท้าบูตหนังสีดำไม่ส่งเสียงกระแทกอย่างที่ควรจะเป็จึงไม่รู้ว่ามาสมทบตอนไหน บนบ่าและเหนือกระเป๋าเสื้อพวกเขามีเครื่องหมายประดับยศติดเต็มไปหมดน่าจะเป็ระดับพันเอกขึ้นไป แปลกใจว่าทำไมจึงลงพื้นที่เองทั้งที่ไม่ใช่คดีใหญ่โตเสาต้นเล็กถูกหามมาตั้งเป็จุด ๆ จากนั้นก็ลากเทปสีเหลืองฟ้าเชื่อมระหว่างเสาเพื่อปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุโดยรอบเหมือนจะใช้กั้นมนุษย์มากกว่าเพราะรถยนต์คันอื่นบนถนนเส้นนี้ทยอยแล่นกลับหลังเรียงแถวเลี้ยวไปใช้เส้นทางอื่นกันหมดแล้ว
ธรณีชะเง้อมองหาใครบางคนอยู่พักหนึ่งก่อนจะตรงรี่ไปทางชายหนุ่มซึ่งแต่งกายแตกต่างจากตำรวจคนอื่น เขาสวมแจ็กเกตหนังสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแลคสีดำดูยืดหยุ่นขณะก้มลงสำรวจร่องรอยบนพื้นอย่างคล่องแคล่วรู้ภายหลังว่านี่ไม่ใช่เครื่องแต่งกายมาตรฐานของอาชีพ แต่เป็รสนิยมส่วนตัวเขา
“นายจะไปไหน”ผมฉุดเขาไว้
“ไปหาเพื่อน เรารู้จักชายคนนั้น”
“ฉันรอตรงนี้ได้ไหม” ผมยังกล้า ๆ กลัวๆ ไม่หาย
“ไม่เป็ไรน่าตำรวจไม่มีเวลามาสนใจท่านหรอก”
ผมจำเป็ต้องตามธรณีไปชายรูปร่างกำยำผู้นั้นน่าจะอายุ27 ปีเท่าพวกเรา เขาตรงรี่เข้ามาหาหลังจากเสร็จธุระกับตำรวจนายหนึ่งเมื่อเข้าใกล้จึงสังเกตแกดจิตบนร่างกายได้ชัด ใบหน้าคมคายผิวสีแทนนั้นสวมเอวีเอสอีแบบมีเลนส์ปิดตาอันเดียวทั้งคู่ยืนคนละฟากฝั่งของเทปสีเหลืองฟ้า
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ วิณณ์”ธรณีโบกมือทัก
“ปีหนึ่งได้แล้วมั้ง”ชายหนุ่มนักสืบดันหมวกแก๊ปสีดำขึ้น สีหน้าเคร่งขรึมค่อย ๆ เปลี่ยนเป็รอยยิ้มผมคิดในใจว่านานตรงไหน
“นี่คือ ประชา เพื่อนเราเอง”
ผมฝืนสบตาวิณณ์ด้วยใจตุ้มต่อมแม้จะไม่ใช่ตำรวจ แต่ด้วยอาชีพเขาคงหูตาไวเป็พิเศษ ผมหาข้อมูลของอาชีพนักสืบเอกชน ในภายหลังจึงพบว่าทุกคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกจำเป็ต้องมีนักสืบซึ่งเป็ตัวแทนของเอกชนเข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพร้อมกับพนักงานสอบสวนเพื่อผดุงความยุติธรรมอาชีพนี้เกิดขึ้นหลังจากในอดีตมีเ้าหน้าที่ตำรวจปลอมแปลงหลักฐานและยัดของกลางให้ผู้ต้องหา
ชั่วครู่เดียวชายหนุ่มนักสืบก็พยักหน้าใช้เป็เชิงสวัสดีแทนการไหว้หลังจากแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบกันสั้น ๆ ธรณีก็ถามถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อนเขากดปุ่มบางอย่างบนปลอกแขนไฮเทคที่มีจอภาพอุปกรณ์ดูล้ำยิ่งกว่าตำรวจด้วยซ้ำ มีปืนไฟฟ้าขนาดเล็กซุกซ่อนอยู่ในแจ็กเกตในขณะที่รองเท้าหนังสีดำพื้นหนามีเซนเซอร์วัดแรงสั่นะเืซึ่งช่วยตรวจจับเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัวได้
“เท่าที่รู้ คนข้ามถนนน่าจะเป็ฝ่ายถูกเพราะกดสัญญาณไฟเพื่อข้ามแล้ว“ วิณณ์กล่าวพลางชี้ทางม้าลายจุดเกิดเหตุ
“สัญญาณไฟไม่ได้เสียใช่ไหม”ธรณีถาม เขาเคยเล่าว่าปกติจะมีทุกทางม้าลาย หากคนข้ามไม่ทันในสิบวินาที แต่เซนเซอร์ยังตรวจจับมนุษย์ในรัศมี 5 เมตรจากจุดข้ามก็จะเพิ่มเวลาอัตโนมัติ รอจนทุกคนข้ามเสร็จ จึงถือว่าค่อนข้างปลอดภัย
“ใช่ลองเช็กแล้ว ดูกล้องวงจรปิดแถวนี้แล้วก็เห็นไฟแดงก็ขึ้นตามปกติรถคันนั้นฝ่าไฟแดงชัดเจน เรากำลังสงสัยว่าคนขับรถจะโกหกเื่ระบบอัตโนมัติอาจจะเจตนาทำผิดกฎหมายแต่แรก คงต้องรอยืนยันเื่นี้จากฝ่ายช่างก่อน”
“แน่นอนระบบอัตโนมัติไม่มีทางหักเลี้ยวทะลุเลนจักรยานมาชนฟุตบาทแน่”ธรณีออกท่าออกทางเห็นด้วยกับเพื่อนเป็พิเศษการขับรถแบบบังคับด้วยมือในยุคนี้ถือเป็เื่ผิดกฎหมายธรณีเคยอ้างถึงงานวิจัยที่ยืนยันว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยกว่าเอไอขับอย่างมีนัยสำคัญถ้านับรวมพฤติกรรมประมาทที่ชอบทำอย่างอื่นขณะขับรถ เอไอก็ยิ่งชนะทิ้งห่างปกติฝ่าไฟแดงจะลงโทษแค่ปรับ ไม่ได้ถึงขั้นจำคุก แต่จะหนักขึ้นเท่าตัวหากพบว่าเป็สาเหตุของอุบัติเหตุบวกกับเลือกขับขี่ด้วยตนเอง
“ถ้าเป็ข้อผิดพลาดของระบบก็ง่ายหน่อยแค่ให้เ้าหน้าที่บริษัทประกันมาจัดการเื่การเคลมก็พอเขาล็อกข้อมูลเอวีเอสอีของคู่กรณีไว้แล้ว เดี๋ยวพวกเราอาจรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดรอบๆ อีกที หากไม่พอคงต้องขออนุมัติจาก ‘คฉร’ แต่ถ้าใช้ระบบแมนวลจริง ต้องย้อนกลับไปเอาผิดบริษัทอีกเื่ท่าจะยาว”
“คฉร. คืออะไร” ผมหลุดปากพึมพำเบาวิณณ์หันมาจ้องผมด้วยแววตางุนงงคล้ายได้ยิน ธรณีรีบตัดบทช่วยได้ทันเวลา
“ท่านไปทำธุระต่อเถอะเดี๋ยวพวกเราจะไปหาอะไรกินแถวนี้”
นักสืบหนุ่มพยักหน้าโบกมืออำลา แล้วหมุนตัวกลับไปง่วนกับการสอบปากคำพยานต่อ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกต่อไปนี้คงต้องระวังตัวให้มาก ผมหันไปกระซิบกับธรณี
“ขอบใจนายมากว่าแต่นายรู้จักวิณณ์ได้ไง เป็เพื่อนสมัยเด็กเหรอ”
“เปล่าเื่มันยาว สรุปสั้น ๆ คือเราเคยเป็ที่ปรึกษากฎหมายให้เขาตอนที่โดนคดี”ธรณีตอบเหมือนี้เีเล่า “ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นท่านคิดว่าเราจะมีเส้นสายในหมู่พนักงานสืบสวนเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย”ผมปฏิเสธทันควัน ในใจแอบคิดว่าถ้าจวนตัวโดนจับขึ้นมาจริง ๆอาจต้องหวังพึ่งเพื่อนของธรณีคนนี้ ผมชวนคุยเื่อื่นแทน
“สรุปว่า คฉร. คืออะไรเหรอ”
“คณะกรรมการเฉพาะกิจราษฎรคือ กลุ่มตัวแทนประชาชนที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะเพื่อตัดสินหรือทำหน้าใดหน้าที่หนึ่ง ส่วนใหญ่ก็สุ่มจากคนทั้งจังหวัด หรือทั้งประเทศ จริงๆ ก็มีรายละเอียดอีกเยอะ...แต่ท่านคงไม่สนใจอยู่แล้วนี่” ธรณีหยุดพูดไปดื้อ ๆ
ผมย่นคิ้วอย่างงุนงงที่เขาจบด้วยการประชดเฉยเลยจะว่าไปก็พูดถูก ไม่รู้จะจดจำศัพท์แสงพวกนี้ไปทำไม ในยุคที่จากมาตัวย่อสถาบันทางการเมืองก็เยอะพออยู่แล้วผมจึงไม่เซ้าซี้ถามอะไรเขาอีกพักใหญ่
พวกเราเดินตีวงอ้อมไปอุบัติเหตุเมื่อครู่ทำให้ย้อนนึกถึงปัญหารถราง[2]ซึ่งเป็คำถามจริยธรรมสุดคลาสสิกแม้แต่มนุษย์ยังตอบไม่เหมือนกัน ขึ้นกับแิทางจริยศาสตร์ที่ยึดถือประสาอะไรกับปัญญาประดิษฐ์ในที่นี้ผมยิงคำถามใส่ธรณีโดยเปลี่ยนสถานการณ์ให้เข้ากับบริบทของรถยนต์อัตโนมัติ
“ถ้าเอไอเจอเด็กวิ่งตัดหน้ากะทันหันแต่ถ้าหักลบจะชนคนแก่อีกคน มันจะทำไง”
“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“หา! แล้วนายยังไว้ใจให้มันขับอีกเหรอ”
“ใจเย็นก่อน” ธรณีพูดต่อช้า ๆ“สหประชาชาติเขาคิดคำตอบไว้แล้ว แค่เราไม่รู้เท่านั้นเองคงมีตัวแปรของสภาพแวดล้อมโดยรอบมากเกินกว่าที่จะอธิบายออกมาสั้น ๆ เขาคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าไว้เป็ล้านแบบกฎหมายจริยธรรมเอไอที่ได้รับความเห็นชอบจากนานาประเทศถูกฝังลงไปในชิปั้แ่สร้างเอไอแต่ละตัวแล้วถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็จะบังคับให้อัปเดตระบบ ไม่งั้นก็ใช้งานต่อไม่ได้”
ตอบแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อยจะได้ยอมโดยสารแท็กซี่ไร้คนขับต่อไป
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงร้านอาหารที่เป็จุดหมาย รู้สึกเหมือนเป็การผจญภัยแสนยาวนานทั้งที่ผ่านมาแค่ชั่วโมงเดียวั้แ่ก้าวเท้าออกจากคอนโด
[1]Humanoid คือหุ่นยนต์ที่ออกแบบให้เลียนแบบมนุษย์ทั้งรูปลักษณ์และพฤติกรรม เพื่อช่วยทดแทนแรงงานมนุษย์
[2]Trolley problem การทดลองทางความคิดเชิงจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในสถานการณ์ยากลำบากโดยสมมุติว่ามีรถรางกำลังวิ่งไปจะชนคน 5 คนที่ถูกมัดอยู่บนรางหากดึงคันโยกสับรางจะไปอีกเส้นที่มีคนหนึ่งคนถูกมัดอยู่แทน ปัญหาคือควรดึงคันโยกเพื่อช่วยชีวิตคน 5 คน แต่ต้องแลกกับการฆ่าคน 1 คนหรือไม่