(8)
ไม่เข้าใจกัน
ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วหลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ธงรบอ่อนโยนกับเขียนฟ้ามากขึ้นแต่ยังคงสงวนท่าทีอยู่บ้างในบางครั้ง นั่นทำให้เขียนฟ้ารู้สึกสบายใจขึ้นที่ไม่ถูกกดดันจากผู้เป็สามีเหมือน่แรก ๆ
หลังจากทำภารกิจส่วนตัวในตอนเช้าเสร็จแล้ว เขียนฟ้าก็เข้าครัวเพื่อชงกาแฟร้อนๆ มาให้พ่อแม่สามี นำมาเสิร์ฟให้ถึงในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
“กาแฟร้อน ๆ ครับคุณพ่อคุณแม่”
“ขอบใจจ้ะหนูฟ้า” กิ่งดาวกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่มันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
“แม่ล่ะปลื้มใจกับหนูมากจริง ๆถ้าได้คนอื่นมาเป็สะใภ้มีหวังแม่คงอกแตกตายแน่ ๆ”
“ขอบคุณครับคุณแม่”
“แล้วไอ้รบไปไหนซะล่ะยังไม่เห็นหน้าั้แ่เช้าเลย”
“อ๋อ ยังไม่กลับั้แ่เมื่อคืนแล้วครับเห็นบอกว่ามีธุระกับลูกค้า คงดึกมากเลยี้เีขับรถกลับครับ”
“ไม่น่าเชื่อว่ามันจะใส่ใจงานมากถึงขนาดนี้ปกติทำพอให้จบไปวัน ๆ เท่านั้นเอง” ทรงกลดนึกสงสัย
“อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับคงต้องถามเ้าตัวเองแล้วล่ะ” เขาตอบยิ้ม ๆ
ในวินาทีนั้นก็มีเสียงข้อความในไลน์ดังขึ้น เ้าตัวรีบเปิดดูพบว่ามันคือข้อความจากธงรบนั่นเองทว่าสิ่งที่ส่งมานั้นกลับทำให้เขาหน้าชา รู้สึกเหมือนมีใครเอามือมาบีบหัวใจแรง ๆ มันคือภาพที่ธงรบกำลังกอดจูบกับดาววดีโดยทั้งสองไม่ได้สวมใส่อะไรเลย สีหน้าคนทั้งสองบ่งบอกว่ากำลังมีความสุขกันมากแค่ไหน
“ใครส่งอะไรมาเหรอจ๊ะหนูฟ้าทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ” กิ่งดาวเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าลูกสะใภ้ไม่ค่อยดีนัก
“ไม่มีอะไรครับคุณแม่ ผมขอตัวขึ้นไปพับเสื้อผ้าก่อนนะครับ”
“ตามสบายเลยจ้ะ”
เขียนฟ้ากำมือถือไว้แน่นเดินขึ้นไปบนห้องอย่างใจเย็น แม้ว่าในนั้นจะร้อนรุ่มดั่งไฟแล้วก็ตาม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมธงรบจึงส่งภาพนี้มาให้หรือ่สองอาทิตย์ที่ผ่านมา อีกฝ่ายเล่นละครเพื่อให้เขาตายใจก่อนจะตลบหลังทำลายความรู้สึกกันอย่างนี้
ขึ้นมาบนห้องนอนแล้วเขียนฟ้าก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงเปิดภาพนั้นดูอีกครั้ง หากเป็เมื่อก่อนเขาอาจจะรู้สึกเฉย ๆ กับภาพพวกนี้แต่ทำไมตอนนี้กลับรู้สึกเจ็บ เมื่อคืนธงรบค้างกับดาววดีไม่ได้ไปหาลูกค้าอย่างที่บอก
“ฮึก... ผมไม่น่าหลงไว้ใจคิดว่าคุณจะปรับตัวให้ดีขึ้น แต่คุณก็ยังเป็ซาตานร้ายเหมือนเดิม”โกรธที่โดนเขาหลอกให้รู้สึกดี แล้วตลบหลังด้วยการทำลายความรู้สึกมันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนโง่เหลือเกิน
“ก่อนหน้านี้แกยังทนได้เลยแค่นี้ทำไมจะทนไม่ได้เขียนฟ้า”
เขียนฟ้าเอ่ยให้กำลังใจตัวเองแม้ว่าจะไม่สามารถห้ามน้ำตาให้หยุดไหลได้ ก่อนหน้าธงรบทำเขาไว้เจ็บแสบแต่ทำไมไม่รู้สึกเสียใจอย่างนี้ เขากำลังเป็อะไรกันแน่ เ้าตัวได้แต่ถามตัวเอง
Rrrrr….
เ้าเครื่องมือสื่อสารที่อยู่ในมือส่งเสียงทำให้เ้าตัวหลุดจากภวังค์ มองดูหน้าจอมือถือก็พบว่าเป็เบอร์ที่ไม่คุ้นแต่ก็ยอมกดรับสาย
“สวัสดีครับ”
(คุณฟ้าครับนี่ผมเองนะ)
“คุณศิวะ...ใช่ไหมครับ”แม้จะจำเสียงได้แต่เขาก็อยากถามให้แน่ใจ เพราะจำได้ว่าไม่เคยให้เบอร์โทรศัพท์ศิวะมาก่อน
(ใช่ครับผมเองเจอกันตั้งหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยขอเบอร์คุณฟ้าเลย ผมเลยโทรไปขอจากไอ้รบครับ มันเปิดไฟเขียวให้ผมพาคุณฟ้าออกไปเที่ยวได้แล้วนะครับ)
“ออครับดีเหมือนกันเพราะเขาคงไม่ว่างพาผมไปเที่ยวไหนหรอกมั้ง”ว่าพลางถอนหายใจเสียงดังอย่างลืมตัว
(คุณฟ้ามีเื่ไม่สบายใจหรือเปล่าครับทำไมถอนหายใจเสียงดังอย่างนั้น)
“เปล่าครับ ตอนนี้แค่รู้สึกเบื่อ ๆ”
(ให้ผมไปรับออกไปข้างนอกไหมครับตอนนี้ผมกำลังจะไปที่บ้านนั้นพอดีเลย)
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมลงไปขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะครับ”
(ได้เลยครับ)
“งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ”
(ครับผม แล้วเจอกันครับ)
วางสายแล้วก็สูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความกล้าธงรบเคยบอกว่าหากจะไปไหนมาไหนให้ขออนุญาต แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายเป็คนอนุญาตศิวะเอง
“ผมไม่จำเป็จะต้องแคร์อะไรคุณอีกแล้ว”พูดจบก็ลุกขึ้นแต่งตัว ก่อนจะเดินลงไปบอกกล่าวกับผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน
ออกมานอกบ้านครั้งนี้เขียนฟ้ามีความกล้ามากกว่าครั้งก่อนกล้าที่จะยิ้มให้ศิวะ กล้าที่จะเดินไปไหนมาไหนโดยไม่กังวลใด ๆ ทั้งสิ้น ศิวะพาเขาไปเปิดหูเปิดตาซื้อของ ดูหนัง เดินเที่ยวจนหนำใจ ลืมความเครียดเื่ภาพพวกนั้นไปได้ชั่วขณะ
“ขอบคุณคุณศิวะมากนะครับที่พาผมออกมาเที่ยวโชคดีที่ครั้งนี้ไม่มีมารมาผจญ” เขากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ยินดีเลยครับ ถ้าคุณฟ้าอยากไปเที่ยวไหนบอกผมได้เลยนะครับผมยินดีรับใช้เสมอ”
“แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้วที่คุณเสียเวลาพาผมเที่ยว”
“ไม่เสียเวลาเลยครับ ผมเต็มใจต่างหากขอแค่ให้คุณฟ้ามีความสุขก็ดีใจแล้ว”
“ผมคิดไม่ผิดเลยครับที่เลือกไว้ใจคุณ”
เขาส่งรอยยิ้มแห่งมิตรภาพให้ ก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะส่งเสียงร้องทำให้คนทั้งสองละสายตาจากกัน เมื่อพบว่าคนที่โทรมาคือธงรบ เ้าตัวก็ตัดสินใจตัดสายทิ้งก่อนจะปิดเครื่อง
“ไม่รับสายเหรอครับ”
“ไม่ดีกว่าครับไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น”
“งั้นเราเดินดูของต่อดีกว่าครับตรงนั้นมีร้านขายเครื่องประดับด้วย เผื่อว่าคุณฟ้าจะชอบ”
“ครับ”
@ร้านขายเครื่องประดับ
“คุณฟ้าชอบใส่แบบไหนครับ”
“ปกติแล้วผมชอบสร้อยคอมากครับ”
“งั้นเลือกเอาเลยครับผมซื้อให้”
“ไม่เป็ไรครับคุณศิวะ” เ้าตัวรีบปฏิเสธทันควัน รู้สึกเกรงใจเพราะราคาค่อนข้างสูงมาก
“ถือซะว่าผมซื้อให้เป็ของขวัญวันแต่งงานละกันครับนะครับคุณฟ้าผมอยากซื้อให้จริง ๆ”
“เอ่อ...งั้นก็ได้ครับ”
“เย้! ในที่สุดคุณฟ้าก็ยอมใจอ่อนจนได้ งั้นเลือกเลยครับ จะเอาหลาย ๆ เส้นก็ได้นะครับ”
“เส้นเดียวก็เกรงใจจะแย่แล้วครับนี่ถ้าไม่ใช่คุณศิวะผมไม่มีทางรับไว้เด็ดขาดเลยนะ”
“เกรงใจทำไมล่ะครับก็เราคนกันเองนี่นา”
เขียนฟ้ายิ้มแล้วตั้งใจกวาดสายตามองหาสร้อยคอที่ถูกใจจนเจอเขาชี้ให้พนักงานหยิบมาให้ดู ก่อนจะตัดสินใจซื้อในทันที
“เอาคู่นี้เลยครับ”
“จะใส่เลยไหมคะ”
“ใส่เลยดีกว่านะครับคุณฟ้าเดี๋ยวผมจะใส่ให้เอง”
“เอ่อ...ก็ได้ครับ”แม้จะรู้สึกตงิดใจแต่เขาก็ยอมรับปากแต่โดยดี ปล่อยให้ศิวะสวมสร้อยคอให้จนเสร็จ
ศิวะจ้องมองหน้าอย่างตั้งใจ เพื่อดูว่าสร้อยคอที่เพิ่งใส่ให้นั้นเข้ากับเขียนฟ้ามากน้อยแค่ไหนทำเอาเ้าตัวรู้สึกอายจนต้องหลบตา
“โห...เข้ากับคุณฟ้ามากเลยครับสร้อยเงินแท้จี้รูปหัวใจ”
“ขอบคุณครับ” เขายิ้มเขินแล้วรีบตัดบท“ผมว่าเรากลับกันเลยดีไหมครับ ออกมาหลายชั่วโมงแล้ว”
“คุณฟ้ากลัวไอ้รบจะว่าเหรอครับ”
“เปล่าครับแค่เกรงใจคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น”
“งั้นกลับเลยก็ได้ครับ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางกลับ่แรกที่ออกมากับศิวะไม่รู้ว่าตัวเองเอาความกล้ามาจากไหนแต่พอจะกลับบ้านเท่านั้นล่ะ ความกล้าพวกนั้นมันกลับหายไปหมด
ขับรถมาจอดเทียบที่หน้าบ้าน ก็เจอธงรบยืนกอดอกทำหน้าั์รออยู่ตรงประตูเ้าตัวมองเขาแวบหนึ่งแล้วถอนหายใจ พยายามตั้งสติให้มากหากได้ยินคำพูดที่ไม่จรรโลงใจ
“คุณฟ้าโอเคไหมครับ”
“ผมโอเคครับ เราลงไปกันเถอะ”ว่าแล้วก็ปลดสายเข็มขัดนิรภัย เปิดประตูรถลงไปเผชิญหน้ากับเขา
ทั้งสองจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใครศิวะเดินมายืนข้างเขียนฟ้า จ้องหน้าลูกพี่ลูกน้องด้วยแววตาแห่งผู้ชนะเห็นอย่างนั้นธงรบก็กำมือแน่นจนสั่น
“กูพาคุณฟ้ากลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้วนะเว้ยไม่ต้องถลึงตามองกูแบบนั้นหรอก”
“ไปไหนกันมา” ธงรบตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
“ไปดูหนังแล้วก็เดินซื้อของครับแล้วคุณล่ะครับ ไปทำธุระกับลูกค้าทั้งคืนสนุกไหม”กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มประชดประชันเขา ธงรบทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกย้อนเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อคืนไปทำอะไรที่ไหนมา
“ไม่ต้องมาย้อนถามรีบเข้าบ้านเดี๋ยวนี้เลย”
“คุณเข้าไปก่อนเถอะครับ ผมขอคุยอะไรกับคุณศิวะสักครู่เดี๋ยวจะตามเข้าไป”
“ไม่ได้! ต้องไปเดี๋ยวนี้” ธงรบเดินตรงมาคว้าข้อมือเรียวไว้ถลึงตามองด้วยความเกรี้ยวกราด
“หยุดนะ! มึงจะทำอะไรคุณฟ้า”
“เื่ของผัวเมียคนอื่นไม่ต้องมาแส่มึงรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลย” ธงรบชี้หน้าด่า ผลักอกศิวะให้ถอยห่างแล้วดึงแขนภรรยาเข้าไปในบ้านทันที
“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะเอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะครับคุณศิวะ” เขียนฟ้าไม่วายะโบอกชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง
เมื่อคนทั้งสองพ้นระยะสายตาไปแล้ว ศิวะก็ถอนหายใจเสียงดังรู้สึกเป็ห่วงเขียนฟ้า กลัวว่าจะโดนทำร้ายร่างกายแต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้เขาก็ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายเลยแต่ก็รู้สึกพอใจที่ทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกันได้ เขาคงไม่ทำอย่างนี้หากธงรบไม่กลับคำและพาเขียนฟ้าหนีไปในวันนั้น
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง ธงรบก็ต้อนร่างเล็กให้เดินไปที่เตียงข่มขู่ด้วยแววตาอันดุดัน เขียนฟ้าทำได้เพียงเดินถอยหลังไปจนล้มนั่งลงบนเตียงสมใจอยากเขา
“คุณจะทำอะไรผม”
“ยังจะมีหน้ามาถามคนเป็ผัวเมียกันจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจาก...” คนพูดโลมเลียด้วยแววตาหื่น
“คุณบ้าไปแล้ว นี่กลางวันแสก ๆ นะ”
“แล้วนายล่ะ ไปเอากับมันกลางวันแสก ๆไม่อายฟ้าอายดินเลยหรือไง”
เพี๊ยะ!
“ต่ำตมที่สุด ผมอุตส่าห์คิดว่าคุณเปลี่ยนเป็คนใหม่แล้วที่ไหนได้เลวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก คุณล้อเล่นกับความรู้สึกผมอย่างนี้ได้ยังไงกันฮึก...ผมผิดหวังในตัวคุณที่สุด”
ธงรบโกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำ ตรึงข้อมือน้อยๆ ไว้บนเตียง นั่งคร่อมบนตัวทับทาบไว้ทุกสัดส่วน จนเ้าตัวแทบขยับตัวไม่ได้เลย
“ฉันก็ผิดหวังในตัวนายเหมือนกันไหนว่าจะเชื่อฟังทุกอย่าง ไหนบอกว่าจะไม่ขัดใจฉันไงล่ะ แล้วที่ทำมันคืออะไรหา!” ธงรบะโใส่หน้าเสียงดัง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวสร้างรอยคิสมาร์คไว้ที่คออย่างบ้าคลั่ง เพื่อแสดงความเป็เ้าของ
“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้ อื้อ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้คนสารเลว”
เสียงห้ามจากร่างเล็กเป็เหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาให้บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเลื่อนใบหน้าขึ้นไปประกบจูบอย่างดูดดื่มละมือทั้งสองข้างมาฉีกคอเสื้อตัวบางจนขาดเป็ทางยาว ส่งใบหน้าลงไปคลอเคลียยอดอกสีสวยสร้างความเสียวสยิวให้คนที่อยู่ใต้ร่างเป็ที่สุด
“อื้อ...”
“นี่คือบทลงโทษของคนที่ไม่ยอมเชื่อฟังฉัน”เขากล่าวอย่างเอาแต่ใจ หายใจถี่ ๆ จ้องมองดวงหน้าหวานที่แปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“คุณทำให้ผมรู้สึกผิดหวังมากฮึก...”
ความโกรธอันท่วมท้นทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถห้ามตัวเองได้ดูดเม้มยอดปทุมถันอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมันคือลูกกวาดรสชาติเยี่ยมที่หาจากไหนไม่ได้อีกแล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนนิ่งไม่ตอบสนองใด ๆ ชายหนุ่มก็ละใบหน้าขึ้นมาช้า ๆจ้องมองใบหน้าด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
“ฮือ...ผมรังเกียจคุณที่สุดรังเกียจที่สุด” เขียนฟ้าร้องไห้อย่างหนักหน่วง นึกถึงภาพที่ธงรบนัวเนียกับดาววดีก่อนหน้านี้
“ใช่สิ! ฉันไม่ได้แสนดีอย่างได้ศิวะนี่” คนพูดจ้องมองจนสังเกตเห็นความผิดปกติ สร้อยคอสีเงินเส้นใหม่เอี่ยมที่สวมใส่นั้นเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“ใช่! คุณศิวะดีกับผมมาก เขาเป็สุภาพบุรุษ ซื้อของให้ผมโดยไม่สนใจว่าราคามันจะแพงแค่ไหนคนอย่างคุณไม่มีวันเทียบได้เลย”
“สร้อยคอนี่ใช่ไหมที่มันซื้อให้”ไม่ว่าเปล่ารีบเอื้อมมือไปกำมันไว้ แต่เขียนฟ้าพยายามห้ามเอาไว้
“อย่านะ”
“นายห้ามฉันไม่ได้หรอก” ธงรบยังคงพยายามจะถอดมันออกและก็ทำมันสำเร็จจนได้ ดึงจนขาดแล้วชูมันขึ้นมาให้ดูอย่างเย้ยหยันยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“ทำไมถึงได้เลวอย่างนี้ ที่ผมเคยบอกว่าไม่เคยเกลียดคุณตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ผมเกลียดคุณที่สุด เกลียดเข้าไส้เกลียดจนไม่อยากจะมองหน้าด้วยซ้ำ” เขียนฟ้าโมโหจนขาดสติกำมือทุบไปที่แผงอกอย่างบ้าคลั่ง
“นี่นายเป็บ้าไปแล้วหรือไง”
“ใช่ผมมันบ้าไปแล้วก็เพราะมีสามีอย่างคุณนี่ไง ฮือ ๆ” ออกแรงได้แค่เพียงไม่นาน กำปั้นน้อย ๆก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงแล้วหมดสติไป
“ฟ้า! นายเป็อะไร เขียนฟ้าฟื้นสิ! แม่งเอ๊ย!”
ธงรบเริ่มไม่สนุกเมื่อเห็นอีกฝ่ายหมดสติตรงหน้ารีบวิ่งไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ อุ้มลงไปข้างล่างเพื่อนำตัวไปส่งโรงพยาบาลรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจร่างเล็กมากเกินไป ภาวนาขออย่าให้เป็อะไรมากไม่งั้นคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต