เข้าใจ จริงใจให้เกียรติ
สามคำหกพยางค์นี้คือสารที่นางซ่อนไว้ในกลอนยาวเหยียดเนื้อหาชวนสับสนบทนั้นจริงๆฝูมี่อิงย่อมทราบดีว่าปริศนาที่ผูกไว้ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนปมหลายชั้นจนยากจะแก้ไขนางเองก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งคงมีใครสักคนถอดคำสามคำนั้นออกมาจนได้ทว่าก็ยังไม่อยากจะยอมรับอยู่ดีว่าเพียงห้าวันคนผู้นั้นก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว
ชื่อของเซี่ยซู่เหยียนยิ่งทำให้ให้นางประหลาดใจไปอีกหนึ่งคำรบ
ให้คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกถึงแรงจูงใจของเขาเท่าที่นางทราบ เซี่ยซู่เหยียนเป็บุตรบุญธรรมของท่านมหาขุนพลเซี่ยเฉินอาศัยในจวนซีผิงโหวมากว่าสิบปี เขาย่อมต้องทราบว่าท่านมหาขุนพลและบิดาของนางไม่ค่อยจะกินเส้นกันเท่าใดนักบ่อยครั้งที่มีความคิดเห็นแตกต่าง และถึงขั้นขัดแย้งกันด้วยจุดยืนที่ต่างกัน บิดาเขาบู๊บิดานางบุ๋น เรียกได้ว่าวันใดไม่ได้ยินพวกเขาทะเลาะกันย่อมหมายถึงวันนั้นท่านไม่ได้เข้าประชุมในท้องพระโรง
“ร้อยวันพันปีฝูเซี่ยไม่เคยไปมาหาสู่คนผู้นี้จะทำอะไรกันแน่”
เสียงหวานแ่เบาหลุดรำพึงกับตนเองในระหว่างที่ให้สาวใช้เกล้าผมมวยสูงให้ดวงตากลมโตไม่แม้แต่จะมองใบหน้าของตนในคันฉ่องทองเหลืองคิ้วเรียวงามที่เขียนเติมบางๆ ด้วยแท่งถ่านขมวดมุ่นเป็เช่นนี้ั้แ่เสี่ยวเหลียนนำกระดาษถอดคำปริศนาของเซี่ยซู่เหยียนมาให้นาง
บิดาของนางเองก็คงจะทราบแล้วแต่ต้องรีบเข้าวังไปประชุมขุนนาง ยังไม่มีเวลาได้หารือกัน
“คุณหนูเ้าคะเซี่ยซู่เหยียนผู้นี้เดิมทีเป็สามัญชนเดชะบุญที่ได้ท่านโหวรับเลี้ยงเป็บุตรบุญธรรมมาั้แ่ยังเยาว์ทว่าแทนที่จะขยันหมั่นเพียรร่ำเรียนเขียนอ่านและฝึกยุทธ์เพื่อช่วยงานท่านโหวคุณชายผู้นั้นกลับเกียจคร้าน ทำตัวสำมะเลเทเมา เข้าออกหอคณิกาไม่เว้นแต่ละคืนเป็บุรุษไม่เอาถ่านผู้หนึ่ง เช่นนี้ควรทำอย่างไรดีเล่าเ้าคะ”
เสี่ยวเหลียนดูท่าว่าจะร้อนรนยิ่งกว่าไม่ได้นึกเฉลียวใจถึงต้นสายปลายเหตุมัวแต่กังวลว่าคุณหนูของนางเมื่อออกเรือนไปแล้วจะไร้ซึ่งความสุขแม้ต้าเหลียงจะมิได้ยึดมั่นในจารีตคำสอนของขงจื่ออันล้าสมัยดังเช่นราชวงศ์ก่อนสามสิบปีมานี้ราชสำนักเปิดโอกาสให้สตรีได้สำแดงความสามารถของตนถึงกับมีแม่ทัพหญิงปราบฏเมื่อต้นรัชสมัย แต่ถึงอย่างไรต้าเหลียงก็เป็ส่วนหนึ่งของดินแดนชนชาติฮั่นอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานธรรมเนียมชายเป็ใหญ่นั้นฝังรากลึกเกินกว่าจะขุดรากถอนโคน
คุณหนูของนางทั้งงดงามทั้งฐานะสูงส่งแต่งให้บุรุษเสเพลเช่นนั้นมิเท่ากับกลายเป็ห่านฟ้าที่ตกอยู่ในกำมือคางคกหรอกหรือ
ฝูมี่อิงได้ยินแล้วกลับระบายรอยยิ้มออกมา“ไม่เอาถ่านแต่ก็ยังมีความฉลาดอยู่บ้างมิดีกว่าแต่งให้บุรุษทึ่มทื่อไร้ปัญญาหรือ?”
“คุณหนูยังจะมาพูดเล่นอีกเซี่ยซู่เหยียนมีชื่อเสียงเช่นไรท่านก็ทราบดีคนอย่างเขาจะเป็ผู้แก้ปริศนานั้นจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ถ้าไม่ใช่ก็ยิ่งไม่ต้องกังวลแล้ว”
“เอ๋ จะไม่ให้กังวลได้อย่างไรเล่าเ้าคะถ้าไม่ใช่ผู้แก้ปริศนาเองจริง มิเท่ากับว่าเขาเป็บุรุษทึ่มทื่อจริงๆ หรือ”
ริมฝีปากแดงอิ่มประดุจผลอิงเถา[1]เผยรอยยิ้มแล้วจึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“ผู้ใดรู้แจ้งแถลงนัย ข้าจึงจะแต่งให้ หากเดิมทีไม่ใช่เซี่ยซู่เหยียนที่เป็คนรู้คำตอบข้าก็ไม่อาจแต่งให้เขา ส่วนจะเป็ผู้ใดบอกคำตอบแก่เขา พวกเราค่อยสอบถามเอาก็ได้”
“แต่ว่าคุณหนู…หากบุรุษผู้นั้นเป็ตาแก่ที่มีภรรยาแล้วเล่าเ้าคะ คุณหนูมิต้องไปเป็อนุหรอกหรือ”
เสี่ยวเหลียนของนางช่างมีคำถามมากมายเสียจริงแต่ก็ด้วยเหตุนี้เสี่ยวเหลียนจึงกลายมาเป็คนสนิทของนางฝูมี่อิงถอนหายใจแล้วแสร้งถามพลางก้มลงเลือกปิ่นปักผม
“ในกลอนบทนั้นมีคำว่าอนุภรรยาหรือ”
“ไม่มีเ้าค่ะ” คุณหนูของนางใช้คำว่าภรรยา…“อ๊ะ ถ้าจะให้เป็อนุภรรยาก็ไม่เข้าเงื่อนไขสินะเ้าคะ”
“ใช่แล้ว”
มือเรียวงามเลือกหยิบปิ่นเงินที่ถักทอลวดลายกิ่งเหมยแซมกลีบบางที่ทำจากหยกขาวเห็นว่าเข้ากับชุดขาวปักลวดลายดอกไม้สีอ่อนที่สวมอยู่ยิ่งนักเสี่ยวเหลียนรับมาประดับบนมวยสูงดำขลับที่นางเกล้าเก็บให้เรียบร้อยเช่นนี้ก็งามดีอยู่หรอก แต่ว่าออกจะน้อยชิ้นเกินไปหน่อยสำหรับหญิงสาววัยสิบเก้าปี
ไปสอนหนังสือเหตุใดต้องแต่งตัวหรูหราราวกับจะเข้าวังด้วยคุณหนูเคยถามกลับเมื่อนางคะยั้นคะยอให้ประดับผมอย่างหญิงสาวลูกผู้ดีมีสกุลแต่งกัน
“คุณหนูไม่สวมต่างหูหน่อยหรือเ้าคะ ต่างหูหยกขาวที่คุณหนูซุนนำมาให้เมื่อต้นปีเข้ากับปิ่นอันนี้มากเลยเ้าค่ะ”
“อืม นั่นสินะ ไปเอามาเถอะ”
เสี่ยวเหลียนค้นดูในหีบเครื่องประดับเพียงชั่วครู่ก็พบกล่องไม้มะค่าเล็กๆสีดำสลักลวดลายผีเสื้อจับกลีบโบตั๋น ด้านในเป็ต่างหูระย้าประดับหยกขาวกลมเกลี้ยงเมื่อแกว่งไกวจากติ่งหูยามผู้ใส่หันซ้ายขวาตรวจดูความเรียบร้อยก็ราวกับหยดน้ำค้างที่พร่างพรมยามเช้าขับเน้นให้ผิวที่โผล่พ้นคอเสื้อมายิ่งนวลขาวราวหิมะ
คุณหนูของนางทั้งงดงามทั้งฉลาดเฉลียวเทียบกับคนเสเพลผู้นั้นแล้ว… ถามผู้ใด ผู้ใดกล้าบอกว่าเหมาะสม?คิดได้ดังนั้นก็เบ้ปากถอนหายใจ
“อย่ากังวลเื่ของข้าอีกเลย”
“ก็…ถ้าคุณหนูต้องแต่งให้เซี่ยซู่เหยียนจริงๆมันอดกังวลไม่ได้นี่เ้าคะ”
ฝูมี่อิงตบบ่าสาวใช้คนสนิทเบาๆ“เื่นั้นให้ท่านพ่อกังวลผู้เดียวก็พอแล้ว”
ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเซี่ยซู่เหยียนจะทำเพื่อผลประโยชน์จากตำแหน่งราชครูหรือเพียงอยากเอาชนะให้สาแก่ใจตระกูลเซี่ยที่กดข่มตระกูลฝูไว้ได้ก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะผ่านด่านกั้นดอกท้อที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างฝูเซิ่งไปได้หรือไม่ยามนี้นางยังไม่มีแผนรับมือชัดเจนนัก แต่บิดาของนางย่อมมีแน่
“เซี่ยซู่เหยียน?ที่แท้ก็เป็เ้าหนุ่มซู่เหยียนบุตรบุญธรรมของท่านมหาขุนพลนี่เอง เซี่ยเฉินท่านช่างอบรมบุตรได้ดีจริงๆ” พระหัตถ์ขวาลูบพระทาฐิกะ (เครา)พลางทรงพระสรวลเสียงดัง
“เด็กคนนี้ดูเหมือนจะติดเที่ยวติดเล่นไปบ้างทว่าอย่างไรก็เป็คนสกุลเซี่ย ย่อมไม่แพ้ผู้ใดในต้าเหลียง”
แม้แต่เ้าเฒ่าสมองทึ่มเซี่ยเฉินเองก็ยังหัวเราะฮ่าๆอย่างสะใจ ช่างระคายหูผู้ฟังอย่างท่านราชครูยิ่งนัก
เซี่ยซู่เหยียน...เ้าลูกเต่านั่นเล่นลูกไม้อะไรกันแน่จึงหาคำตอบออกมาได้ เ้าเฒ่าสมองทึ่มนั่นอีกคิดจะทำอะไรกันแน่ถึงได้นำกระดาษแผ่นนั้นมาติดที่หน้าสำนักศึกษาของเขาทำราวกับอยากประกาศให้โลกรู้ว่าคุณชายไม่เอาถ่านผู้หนึ่งจากสกุลเซี่ยถึงกับพิชิตอาจารย์หญิงฝูไปพร้อมกับเอาชนะบุรุษทั่วทั้งต้าเหลียงได้
หากแต่งบุตรสาวของเขาไปได้นอกจากประกาศศักดาแล้ว จวนซีผิงโหวจะได้ผลประโยชน์อะไร
คนหลายกลุ่ม้าเกี่ยวดองกับจวนฝูด้วยจุดประสงค์ต่างกันสามัญชน้าก้าวข้ามสถานะทางสังคมบุรุษที่ศักดิ์ฐานะต่ำกว่าอย่างขุนนางชั้นผู้น้อย้าให้เส้นทางรับราชการของฝั่งตนราบรื่นยิ่งขึ้นบุรุษที่มีฐานะสูงส่ง เช่น บุตรตระกูลขุนนางระดับเ้ากรมหรือเ้าทัพขึ้นไปจนถึงเชื้อพระวงศ์กลุ่มนี้้าโน้มน้าวเขาให้เข้าร่วมค้ำจุนอำนาจผู้ที่ตนเห็นว่าสมควรได้ครองบัลลังก์เพียงเ้ากรมอาญาผู้ทรงคุณธรรมและแม่ทัพหลี่หรือเป่ยเหวินโหวเท่านั้นที่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เลือกข้างเขาจึงแนะนำให้บุตรีได้รู้จักชายหนุ่มจากทั้งสองตระกูล
แต่สำหรับสกุลเซี่ย…คิดจะโน้มน้าวเขาให้เข้ากับฉีอ๋องหรือ? ไม่กลัวเขาคิดจะตลบหลังหรือ?ไม่กลัวเ้าเหนือหัวจะทรงแคลงพระทัยกับการเกี่ยวดองของสองตระกูลหรือ?
ที่น่าคิดอีกอย่างคือการไตร่ตรองถึงผลได้ผลเสียอย่างละเอียดลึกซึ้งเช่นนี้ไม่ใช่นิสัยของเซี่ยเฉินสักนิดยิ่งฉีอ๋อง องค์ชายผู้ทระนงผู้นั้นยิ่งไม่น่าจะใช่
ท่านราชครูฝูมองบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกับตนที่กำลังหัวเราะอย่างหน้าชื่นตาบานแล้วก็ส่ายหน้าน้อยๆจะว่าเขาประมาทไปก็ได้แต่บุรุษที่เถรตรงและเกลียดแผนการแย่งชิงอำนาจเช่นนี้ย่อมไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นแน่น่าจะเอาความสะใจเข้าว่าเสียมากกว่า
“แม้จะเป็บุตรบุญธรรมแต่ก็ถือเป็บุตรตระกูลเซี่ย ท่านราชครูก็คลายกังวลได้แล้ว ไม่ว่าจะฐานะหรือสถานะซู่เหยียนกับอิงอิง ไม่มีที่ใดเรียกว่าแตกต่าง” ดำรัสด้วยสีพระพักตร์อิ่มเอม
“พ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่…”เว้นจังหวะไว้เพื่อเรียกความสนใจ
“ยังมีแต่อะไรอีก?หรือว่าท่านราชครูรังเกียจบุตรบุญ-ธรรมของข้า?”
“ท่านมหาขุนพลอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนี่เป็ความตั้งใจแรกของอิงอิง”
ซีผิงโหวแอบแค่นหัวเราะแม้นภายนอกฝูเซิ่งจะกล่าวด้วยความสุภาพแลดูถ่อมตนตามแบบฉบับวิญญูชนทว่าภายในใจของจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ย่อมต้องกำลังเดือดปุดๆ เป็แน่
“บุตรสาวของข้าเป็คนคิดอ่านละเอียดลึกซึ้งการที่นางแต่งกลอนปริศนาขึ้นมาทดสอบบุรุษทั่วหล้านั้นนางเพียง้าบุรุษที่มีปัญญาฉลาดเฉลียวเช่นเดียวกับนางดังนั้นต้องเป็บุรุษที่ไขปริศนาได้เอง มิใช่ถามเอาคำตอบจากผู้อื่น”
นั่นไง ตาเฒ่านี่คิดจะวางแผนเล่นลูกไม้จริงๆด้วย
“สกุลเซี่ยยึดถือคุณธรรมคำสัตย์เื่นั้นท่านราชครูวางใจได้”
“ข้าวางใจหรือไม่วางใจไม่ใช่ประเด็นสำคัญอิงอิงนางนั้นละเอียดลออยิ่งกว่าข้านางย่อมต้องทดสอบบุรุษผู้นั้นว่าเขาหาคำตอบด้วยปัญญาตนเองหรือไม่”ว่าแล้วก็แสร้งถอนหายใจ“มิเช่นนั้นข้าคงนำคำตอบไปบอกแก่บุรุษที่ข้าหมายตาไว้ไปแล้ว”
เฮอะนั่นเป็เพราะเ้าเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้มิใช่หรือ!
“อืม น่าสนใจ” ดำรัสแทรกก่อนที่ขุนนางเฒ่าสองคนนี่จะฟาดฟันกันด้วยสายตาจนฝ่ายใดกระอักเืไปเสียก่อน
เมื่อท่านราชครูเห็นว่าฝ่าาทรงคล้อยตามจึงลงดาบครั้งสุดท้าย
“นอกจากนี้ยังมีคุณลักษณะสามข้อที่นางคาดหวังจากบุรุษผู้นั้น”
“อ้อ เข้าใจ จริงใจ ให้เกียรติน่ะรึ”
“ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ”ปรายตามองสีหน้าบูดบึ้งของท่านมหาขุนพล“หากพิสูจน์แล้วว่าบุรุษผู้นั้นไม่มีคุณลักษณะสามประการนี้อิงอิงย่อมคิดวิธีจัดการไว้แล้ว”
“แล้วจะพิสูจน์อย่างไรรึ”ชักจะสนพระทัยจริงๆ แล้ว
“เวลาพ่ะย่ะค่ะต้องใช้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์”
เ้านี่…คิดจะเตะถ่วงงานวิวาห์นี้ออกไปสินะซีผิงโหวคิดแล้วก็ชักเป็ห่วงบุตรบุญธรรม เซี่ยซู่เหยียนมีชื่อเสียงเช่นไรทั้งสามคนย่อมทราบ ทว่าหากถูกฝูมี่อิงปฏิเสธ ฝ่ายที่เสียหายย่อมเป็ฝ่ายสกุลเซี่ย
เขายังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปฮองเฮาก็มาขอเข้าเฝ้าเสียก่อน ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งสองจึงต้องรีบทูลลา
“ท่านมหาขุนพลฝากแจ้งบุตรบุญธรรมของท่านด้วยเล่า ว่าพรุ่งนี้ขอเชิญเขามาที่จวนฝูสักเดี๋ยวบุตรีข้าคงอยากสนทนากับเขา” ฝูเซิ่งพูดยิ้มๆ เมื่อตนกลายเป็ฝ่ายเป็ต่อ
“เป็บุตรีท่านอยากสนทนาหรือเป็ท่านอยากขัดขวางกันแน่”
“มิกล้าๆ หรือหากท่านกลัวบุตรถูกรังแกจะมานั่งเฝ้าเขาด้วยข้าก็ไม่ห้าม”
เ้า…เ้าจิ้งจอกเฒ่าน่าตาย!
[1]ผลอิงเถา คือ ผลเชอร์รี