อวิ๋นเม่าเหอทำงานรวดเร็วยิ่งนัก วันที่สามก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นเต้นบอกว่าติดต่อไว้ได้บ้านหนึ่งแล้ว
บุตรชายของบ้านนี้ทำมาค้าขายอยู่ในเมือง คล้ายจะร่ำรวยขึ้นมาเล็กน้อย จึงตั้งใจจะรับคนทั้งบ้านไปเสพสุขในเมือง เรือนในหมู่บ้านจะคงไว้ชั่วคราว ยามเทศกาลค่อยกลับมาเยี่ยมเยียน มีเพียงที่ดินสิบกว่าหมู่ในมือที่ไม่คิดจะทำนาปลูกข้าวแล้ว อยากจะขายทิ้งหลังจากผ่านพ้น่เก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง เพื่อนำทุนที่ได้ไปลงทุนทำธุรกิจใหญ่
"พี่เม่าซาน ข้าไปดูที่ดินมาแล้ว เดิมทีบ้านนั้นดูแลไว้เป็อย่างดี ควรกำจัดวัชพืชก็กำจัดวัชพืช ควรใส่ปุ๋ยก็ใส่ปุ๋ย ดินอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก ผลผลิตเสบียงอาหารถือเป็หนึ่งไม่เป็สองในหมู่บ้านเชียวล่ะ" อวิ๋นเม่าเหอเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
"ทว่า..." เขาหยุดชั่วครู่ "จำนวนหมู่ค่อนข้างมากเสียหน่อย"
"กี่หมู่หรือ?" อวิ๋นเม่าซานเอ่ยถาม
"ที่ดินนาหกหมู่ ที่ดินดอนห้าหมู่ รวมทั้งหมดสิบเอ็ดหมู่" อวิ๋นเม่าเหอตอบ
"ซื้อแค่ที่ดินดอนไม่ได้หรือ?" อวิ๋นเม่าซานเอ่ยถามอีกครั้ง
"ท่านตาบ้านนั้นมีข้อเรียกร้องอย่างหนึ่ง คือต้องขายที่ดินนาและที่ดินดอนรวมกันให้บ้านเดียว คนทั่วไปซื้อที่ดินมากมายขนาดนั้นไม่ไหว มีเพียงเศรษฐีเหอคนเดียวที่มีกำลังทรัพย์พอ ทว่าพวกเขากลับไม่อยากขายให้เขา... บางทีท่านตาอาจจะคิดว่าวันหน้ายังพอไถ่ถอนกลับคืนมาได้กระมัง" อวิ๋นเม่าเหอแบมือออก
"ยามนี้ซื้อที่ดินนามาก็ยังปลูกอันใดไม่ได้ ที่ดินดอนยังพอปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวได้อีกฤดู ส่วนที่ดินนาก็ทำได้เพียงปล่อยทิ้งไว้ตรงนั้น" อวิ๋นเม่าซานลูบคางพลางขบคิด
อวิ๋นเฉิงซิ่วที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วว่า "ท่านพ่อ โอกาสดีเช่นนี้อย่าได้พลาดเชียวเ้าค่ะ นาน ๆ ทีจะมีคนยอมขายที่ดินชั้นดี ยามปกติมีเพียงที่ดินร้างชายขอบเท่านั้นที่มีคนยอมขาย มากหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ ยามงานยุ่งหากท่านพ่อและพี่ชายทำไม่ไหว พวกเราก็จ้างคนมาช่วยได้นี่เ้าคะ"
"ดี! งั้นฟังซิ่วเอ๋อร์!" อวิ๋นเม่าซานตบหน้าขาตนเอง เขารู้แล้วว่าลูกสาวคนเล็กคือดาวนำโชคดวงน้อย ฟังนางไม่ผิดแน่นอน
อวิ๋นเม่าซานเคยสอบถามราคาที่ดินในท้องถิ่นมาบ้างแล้ว ที่ดินนาที่ทำเลดี ชลประทานดี ดินอุดมสมบูรณ์ราคาหมู่ละแปดตำลึงเงิน ที่ดินดอนอุดมสมบูรณ์ผลผลิตสูงราคาหมู่ละหกตำลึงเงิน ส่วนที่ดินที่ด้อยลงมาหน่อยก็ต้องสี่ห้าตำลึง ผืนที่ดินที่บ้านนี้ขายล้วนอยู่ในทำเลดีที่สุด ราคาย่อมแพงที่สุดเช่นกัน
เขาคำนวณดูแล้ว หากซื้อทั้งหมดต้องใช้เงินเจ็ดสิบกว่าตำลึง รวมค่าภาษีโอนที่ดินให้ทางการก็ต้องแปดสิบกว่าตำลึง คราวนี้นำเงินจากการขายโสมคนไปใช้เกินครึ่งในทันที
"ซื้อเถิด" เขาเอ่ยกับอวิ๋นเม่าเหอ "ประจวบเหมาะกับวันนี้ข้าเดินเหินได้คล่องแคล่วขึ้นแล้ว พวกเราไปดูที่ดินพร้อมกันเถิด"
"ตกลง ท่านเดินระมัดระวังหน่อย ประจวบเหมาะเมื่อครู่ท่านตาบ้านนั้นบอกว่าจะไปดูตรงหัวแปลงที่ดิน พวกเราไปยามนี้พอดีจะได้ส่งมอบกัน" อวิ๋นเม่าเหอพยุงแขนอวิ๋นเม่าซานลุกขึ้นยืน
"เฉิงเฟิง เ้าไปเป็เพื่อนท่านพ่อด้วย คอยดูแลเขาให้ดี อย่าให้เหน็ดเหนื่อยหรือหกล้มล่ะ" เฉินซื่อกำชับอวิ๋นเฉิงเฟิง
อวิ๋นเม่าซานฟังแล้วก็เบิกบานใจ ยิ้มเอ่ยว่า "ข้าไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ เสียหน่อย ไม่เป็ไรหรอก อีกอย่างยังมีน้องเม่าเหออยู่อีกคน"
"ท่านพ่อ ข้าก็อยากตามไปดูด้วยเ้าค่ะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วรีบเอ่ยขึ้นข้าง ๆ อุดอู้อยู่ในบ้านมาหลายวันแล้ว ถือโอกาสไปเดินเล่นตรงแปลงนาถือเป็การผ่อนคลายจิตใจไปในตัว
"ไป งั้นพวกเราไปกันหมดนี่แหละ อ้อ แม่ซิ่วเอ๋อร์ อย่าลืมนำเงินไปด้วยนะ" อวิ๋นเม่าซานโบกมือใหญ่ เฉินซื่อนำตั๋วเงินติดตัวไปด้วย อวิ๋นเฉิงเฟิงและอวิ๋นเฉิงซิ่วเดินตามหลังออกประตูไป
ผืนที่ดินที่จะขายนี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก คนหลายคนเดินไปเพียงหนึ่งเค่อก็มาถึงหัวแปลงที่ดิน
เมื่อมาถึงก็มองเห็นคนสิบกว่าคนยืนอยู่ข้างทางแต่ไกล กำลังรุมล้อมชายแก่ผมสีดอกเลาคนหนึ่งพูดคุยอันใดกันอยู่ อวิ๋นเม่าเหอเห็นเข้าก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
"ไอ้หยา ต้องเป็ชาวบ้านคนอื่นรู้ข่าวเื่ขายที่ดินนาเข้า จึงตามมาขอซื้อแน่ ๆ คราวนี้ยุ่งยากแล้ว พวกเรารีบไปดูเร็วเข้า"
อวิ๋นเม่าซานในใจก็ร้อนรนอยู่บ้าง ทว่าเขาไม่อาจแสดงออกทางสีหน้า จึงเอ่ยปลอบอวิ๋นเม่าเหอกลับไปว่า "ไม่เป็ไร ไม่ต้องรีบร้อน หากแปลงนี้ซื้อไม่ได้ พวกเราค่อยหาแปลงอื่น"
"ปัญหาก็คือโอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ที่ดินนาชั้นดีไม่ใช่จะซื้อหากันได้ง่าย ๆ ผ่านป่านี้ไปก็ไม่มีแล้ว!" อวิ๋นเม่าเหอเหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากด้วยความร้อนใจ "ไม่ได้ ข้าต้องไปถามตาอวิ๋นเสียหน่อย เอ่ยตกลงไว้ว่าจะให้พวกเราก่อน จะคืนคำไม่ได้เด็ดขาด"
บ้านที่จะขายที่ดินนาแห่งนี้ก็แซ่อวิ๋นเช่นกัน ชายแก่ผู้นั้นนามว่าอวิ๋นกุ้ย ดูแล้วอายุราวห้าสิบหกสิบปี บุตรชายได้ดี ยามแก่ชราจะได้ไปเสพสุขในเมือง ภายในใจเบิกบานยิ่งนัก ใบหน้ามีเืฝาดแดงระเรื่อ กระปรี้กระเปร่าเป็พิเศษ น้ำเสียงยังดังกังวานยิ่ง
ยินเสียงเขาร้องะโใส่ผู้คนที่ล้อมรอบอยู่แต่ไกลว่า "เลิกส่งเสียงโวยวายกันได้แล้ว! ต่อให้พวกเ้าพูดจนฟ้าถล่มดินทลาย ข้าก็ไม่มีทางแยกขายที่ดินเด็ดขาด!"